กาม .... อุปมากาม
 หิ่งห้อยน้อย   12 มิ.ย. 2555

 

กาม .. กระดูกเปื้อนเลือด

๐ สุนัขเพลีย แลความหิว ครอบงำจิต
หมายสะกิด เศษกระดูก นำผูกไฉน
นายโคฆาต โยนกระดูก เปื้อนเลือดไซร้
สุนัขงับ ด้วยดีใจ ใคร่ได้กิน

๐ แต่กระดูก ที่ไร้เนื้อ เหลือเพียงเลือด
เจ้าของเชือด มิเหลือไว้ ให้เนื้อสิ้น
สุนัขหิว แทะกระดูก หมายจะกิน
ได้แค่ลิ้น สัมผัสเลือด ที่ติดมา

๐ ไฉนเลย จะอิ่มได้ คลายความหิว
ไส้ยังกิ่ว หิวไม่คลาย เหมือนดังว่า
ธ ทรงเปรียบ ร่างกระดูก เฉกกามา
พึงเห็นโทษ ด้วยปัญญา แห่งกลกาม

๐ อริยะ สาวก ผู้ฉลาด
ผู้เปรื่องปราด เห็นโทษา น่าครั่นขาม
พิจารณา ด้วยปัญญา ที่งดงาม
ย่อมเห็นตาม พุทธพจน์ รจนา

๐ ว่ากามนี้ มีโทษ เป็นอย่างยิ่ง
จึงละทิ้ง อารมณ์ต่างๆใน อุเบกขา
ให้สถิต เพียงหนึ่งเดียว ในจินตนา
โลกามิส ที่เกิดมา ก็ดับพลันฯ

*****************************
โลกามิส หรือ โลกามิษ หมายถึง เหยื่อแห่งโลก,
เครื่องล่อ ที่ล่อให้ติดอยู่ในโลก, ได้แก่ ปัญจพิธกามคุณ
คือ รูป, เสียง, กลิ่น, รส, โผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา น่าใคร่น่าพอใจ




เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




ดูกรคฤหบดี เปรียบเหมือนสุนัข
อันความเพลียเพราะความหิวเบียดเบียนแล้ว
พึงเข้าไปยืนอยู่ใกล้เขียงของนายโคฆาต
นายโคฆาตหรือลูกมือของนายโคฆาตผู้ฉลาด
พึงโยนร่างกระดูกที่เชือดชำแหละออกจนหมดเนื้อแล้ว
เปื้อนแต่เลือดไปยังสุนัข ฉันใด

ดูกรคฤหบดี อริยสาวกก็ฉันนั้นแล ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า
กามทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เปรียบด้วยร่างกระดูก
มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ในกามนี้มีโทษอย่างยิ่ง

ครั้นเห็นโทษแห่งกามนี้ตามความเป็นจริง
ด้วยปัญญาอันชอบอย่างนี้แล้ว
ย่อมเว้นขาดซึ่งอุเบกขาที่มีความเป็นต่างๆ

อาศัยความเป็นต่างๆ
แล้วเจริญอุเบกขาที่มีความเป็นอารมณ์เดียว
อาศัยความเป็นอารมณ์เดียว
อันเป็นที่ดับความถือมั่นโลกามิสโดยประการทั้งปวง
หาส่วนเหลือมิได้.

เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








กาม ... ชิ้นเนื้อในอุ้งเล็บเหยี่ยว

๐ เหยี่ยวโผจิกเหยื่อโฉบ ... ขึ้นฟ้า
ฝูงเหยี่ยวต่างถลา ........... แย่งเนื้อ
เจ้ารีบคลายสิ่งพา ........... สู่ห้วง ภยา
เหตุทุกข์เพราะชิ้นเหยื่อ .... ล่อให้ภัยมา

๐ พระผู้มีพระภาคฯ เปรียบ . ชิ้นเนื้อ
ต้นเหตุเพราะเป็นเหยื่อ .... ยิ่งแล้ว
จิตคลุกกามอะเคื้อ ......... เหยื่อรส โอชา
ภัยวัฏฏ์กลุ้มจิตแก้ว ........ ก่นเศร้าหมองศรี

๐ บัณฑิตนักปราชญ์ผู้ .... ฝึกตน
เห็นโทษก่นทุกข์ทน ....... ยิ่งแท้
ปัญญาผองอริยะชน ....... พิศตาม ศาสดา
ทิ้งอุเบกขาอื่นแล้ .......... มีไว้หนึ่งเดียว




เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






สาธุ สาธุ





ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




ดูกรคฤหบดี
เปรียบเหมือนแร้งก็ดี นกตะกรุมก็ดี เหยี่ยวก็ดี พาชิ้นเนื้อบินไป
แร้งทั้งหลาย นกตะกรุมทั้งหลาย หรือเหยี่ยวทั้งหลาย
จะพึงโผเข้ารุมจิกแย่งชิ้นเนื้อนั้น ฉันใด

ดูกรคฤหบดี ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
ถ้าแร้ง นกตะกรุม หรือเหยี่ยวตัวนั้น
ไม่รีบปล่อยชิ้นเนื้อนั้นเสีย
มันจะถึงตายหรือทุกข์ปางตายเพราะชิ้นเนื้อนั้นเป็นเหตุ?

อย่างนั้น พระองค์ผู้เจริญ.

ดูกรคฤหบดี อริยสาวกก็ฉันนั้นแล
ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า
กามทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
เปรียบด้วยชิ้นเนื้อ มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก
ในกามนี้มีโทษอย่างยิ่ง ครั้นเห็นโทษแห่งกามนี้
ตามความเป็นจริงด้วยปัญญาอันชอบอย่างนี้แล้ว
ย่อมเว้นขาดซึ่งอุเบกขาที่มีความเป็นต่างๆ

อาศัยความเป็นต่างๆ แล้ว
เจริญอุเบกขาที่มีความเป็นอารมณ์เดียว
อาศัยความเป็นอารมณ์เดียว
อันเป็นที่ดับความถือมั่นโลกามิส
โดยประการทั้งปวง หาส่วนเหลือมิได้.


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








กาม ... คบเพลิงที่บุรุษถือเดินทวนลม

๐ คบเพลิงหญ้า มีหญ้า เป็นเชื้อไฟ
ลุกโหมไหม้ อันตราย เป็นนักหนา
บุรุษหนึ่ง ถือคบเพลิงหญ้าคา
อีกทั้งเดิน ทวนลมมา พาพบทุกข์

๐ สายลมจากฟ้าแดนสรวง ... มิใช่ลมลวง
พัดผ่านละลิ่วปลิวมา
๐ บุรุษหนึ่งถือคบเพลิงหญ้า .. วิ่งทวนลมพา
ย่อมเข้าถึงโทษทุกข์ภัย
๐ เพราะลมต้องโหมเปลวไฟ . พัดย้อนเข้าใส่
บุรุษผู้ถือคบพลัน
๐ แม้ไม่รีบทิ้งคบไฟนั้น ........ ต้องถึงกาลอัน
ได้รับโทษจากอัคคี
๐ ไหม้มือ ไหม้แขน ทั้งสรี- ... ระอันต้องมี
ต้องทนทุกข์เพราะคบไฟ
๐ เหล่าบัณฑิตผู้อาชาไนย ... ปัญญาผ่องใส
เห็นโทษภัยจากกามคุณ
๐ จึ่งรีบเร่งสร้างผลบุญ ........ ให้กุศลเกื้อหนุน
ละโลกามิสที่ทราม
๐ วางอุเบกขาในกลกาม ...... อื่นที่เกิดตาม
ข้องอยู่อุเบกขาเดียว




เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






 เปิดอ่านหน้านี้  4795 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย