@ เชิญร่วมรำลึกถึง บรมครูกลอน"สุนทรภู่" กวีเอกแห่งโลก (๒๖ มิถุนา...)
 นิวพุดเดิล   23 มิ.ย. 2553

@ กวีเอก แห่งโลก


@ ระดังโลก ยกย่อง ดังก้องโลก
มิใช่โชค บันดาล ประทานให้
แต่เป็นเพราะ ผลงาน สะท้านไทย
แม้ผ่านไป ไม่น้อย สองร้อยปี

@ สุนทรภู่ ครูกลอน กระฉ่อนชาติ
ถือเป็นปราชญ์ ชาวไทย ได้ศักดิ์ศรี
ยูเนสโก้ ยกย่อง ก้องปฐพี
ว่าเขาเป็น นักกวี ที่โด่งดัง

@ มีผลงาน มากมาย หลายร้อยเรื่อง
ล้วนประเทือง ปัญญา ไม่ล้าหลัง
บางบทตอน มองเห็นภาพ ซาบซึ้งจัง
อ่านทุกครั้ง ประทับใจ ในบทกวี

@ ๒๖ มิถุนา มาบรรจบ
เป็นวันครบ วันเกิด ประเสริฐศรี
ศิษย์ขอน้อม วันทา พึ่งบารมี
ขอเป็นศิษย์ ที่ดี มีครูนำ

@ ขอเป็นศิษย์ รุ่นน้อย สองร้อยกว่า
๒๐๐ ปี ผ่านมา ช่างน่าขำ
ยังเป็นศิษย์ เป็นครู อยู่ประจำ
และขอดำเนินอย่าง ทางของครู

@ จะสร้างสรรค์ วรรณกวี ที่แว่วหวาน
จะหมั่นอ่าน บทกลอน สุนทรภู่
เพื่อถือเป็น แบบอย่าง ที่พรั่งพรู
และขออยู่ อย่างเรียบง่าย คล้ายครูเอย...พุดเดิล







ด้วยความเคารพ แด่...รัตนกวี ๔ แผ่นดิน

@ จะกล่าวถึง ครูกลอน สุนทรภู่
บรมครู ยิ่งใหญ่ ในสยาม
เป็นรัตนะ กวี ที่ลือนาม
สร้างนิยาม ยิ่งใหญ่ ในสากล

@ จนองค์การ "สหประชาชาติ"
ได้ประกาศ ยอมรับ ไม่สับสน
ว่าเป็นผู้ ดีเด่น เป็นยอดคน
โดยมีผล งานกวี ที่ดีจริง

จึงขอยก บทกลอน มาตอนหนึ่ง
เป็นตอนซึ่ง น่าสงสาร ท่านอย่างยิ่ง
ท่านแรมรอน จรไกล ไร้ที่อิง
ทุกทุกสิ่ง ไม่เที่ยงแท้ ล้วนแปรไป

อ้างอิง...
" @โอ้สามัญ ผันแปร ไม่แท้เที่ยง
เหมือนอยู่เยี่ยง ชายหญิง ทิ้งวิสัย
นี่หรือจิต คิดหมาย มีหลายใจ
ที่จิตใคร จะเป็นหนึ่ง อย่าพึงคิด

@ ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์
มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร
จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา"

สิบนิ้วน้อย น้อมประณต จรดเนือเศียร
ต่างธูปเทียน ด้วยใจ ใฝ่ฝันหา
ขอเคารพ บรมครู และบูชา
ด้วยศรัทธา ผลงาน จนวันตาย




พุดเดิล [202.122.130.31] [ วันจันทร์ ที่ 25 มิถุนายน 2550 เวลา 22:30 น. ]







จากเพลงยาวถวายโอวาท


อันข้าไท ได้พึ่ง เขาจึงรัก
แม้ถอยศักดิ์ สิ้นอำนาจ วาสนา
เขาหน่ายหนี มิได้อยู่ คู่ชีวา
แต่วิชา ช่วยกาย จนวายปราณ








ท่านสุนทร กล่าวสอน ให้แง่คิด
ควรพินิจ คำสอน กลอนกล่าวขาน
ความสำคัญ ของวิชา มีช้านาน
ท่านได้จาร บทนี้ ที่เพลงยาว ฯ

อีกแง่ธรรม นำมาพิศ พินิจเถิด
ปัญญาเกิด มองเห็นธรรม ทั้งดำขาว
โลกธรรมแปด
แฝงให้เห็น เป็นเรื่องราว
ควรสืบสาว จดจำ ย้ำธรรมา

เมื่อมีลาภ เสื่อมลาภ ลาภทนไฉน
มียศไซร้ ก็ไม่พ้น เสื่อมยศถาฯ
เมื่อเสื่อมยศ สุขสิ้น ทุกข์ก็มา
เสียงนินทา แทนสรรเสริญ เจริญตน

มองให้เห็นไตรลักษณ์ สัจจธรรม
ที่อยู่ค้ำ โลกา อย่าสับสน
มีแต่ทุกข์ เท่านั้น อยู่กับตน
ตราบเวียนวน ว่ายไป ในวัฏฏา

ทุกสิ่งอย่าง เกิดแล้ว ไม่แคล้วดับ
เปลี่ยนสลับ เพราะต้นเหตุ กิเลสหนา
โลภ โกรธ หลง ส่งถ่าย ก่ายวัฏฏา
สามตัณหา เหตุแสดง แห่งทุกข์...เอย



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ





 เปิดอ่านหน้านี้  4906 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย