น ตํ ยาเจ ยสฺส ปิยํ ชิคึเส ไม่ควรขอของรักที่อยากได้กะเขา
พุทธสุภาษิต
น ตํ ยาเจ ยสฺส ปิยํ ชิคึเส
คำอ่านบาลี
นะ ตัง ยาเจ ยัสสะ ปิยัง ชิคิงเส
แปลศัพท์
น (na) = ไม่
ตํ (taṃ) = สิ่งนั้น, ของนั้น
ยาเจ (yāce) = พึงขอ, ควรขอ
ยสฺส (yassa) = ของผู้ใด, ของคนใด
ปิยํ (piyaṃ) = ของรัก, สิ่งอันเป็นที่รัก
ชิคึเส (jigiṃse) = ปรารถนา, อยากได้
คำแปล
"ไม่ควรขอของรักที่เขาหวงแหนและปรารถนา"
หรืออาจแปลให้เข้าใจง่ายว่า
"ไม่ควรเอ่ยปากขอสิ่งที่เป็นของรักของผู้อื่น แม้ตนเองจะอยากได้เพียงใดก็ตาม"
อธิบายเพิ่มเติม
พุทธสุภาษิตบทนี้สอนเรื่อง ความเกรงใจ ความละอาย และการไม่เบียดเบียนจิตใจผู้อื่น
บางครั้งเจ้าของอาจไม่กล้าปฏิเสธเมื่อมีผู้มาขอของที่ตนรัก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ของสะสม ของที่ระลึก หรือสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ แม้จะยกให้ด้วยความเกรงใจ แต่ภายในใจอาจเกิดความเสียดายหรือทุกข์ใจ
ผู้มีปัญญาจึงไม่ควรทำให้ผู้อื่นตกอยู่ในภาวะลำบากใจ เพราะการไม่ขอในสิ่งที่เขารัก เป็นการแสดงออกถึง
ความเมตตา
ความเคารพในสิทธิของผู้อื่น
ความรู้จักประมาณในความอยากของตนเอง
สุภาษิตนี้ยังเตือนให้ฝึก ความสันโดษ (ยินดีในสิ่งที่ตนมี) และ การลดความโลภ เพราะเมื่อไม่ปล่อยให้ความอยากครอบงำ ใจก็สงบและไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
ข้อคิดที่นำไปใช้ได้
ไม่ขอของที่เจ้าของรัก แม้เขาจะดูเต็มใจให้
เคารพคุณค่าทางจิตใจของผู้อื่น ไม่ใช่มองแต่คุณค่าทางวัตถุ
รู้จักยับยั้งความอยากของตนเอง
การเสียสละเริ่มต้นจากการไม่สร้างความลำบากใจให้ผู้อื่น
ความสัมพันธ์ที่ดีเกิดจากความเกรงใจและความเคารพซึ่งกันและกัน
สรุป
พุทธสุภาษิต "น ตํ ยาเจ ยสฺส ปิยํ ชิคึเส" สอนว่า ไม่ควรขอของรักของผู้อื่น เพราะอาจทำให้เจ้าของต้องฝืนใจหรือเกิดความทุกข์จากการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก ผู้มีปัญญาควรรู้จักประมาณความต้องการของตน เคารพสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่น และฝึกความสันโดษ เมื่อไม่ปล่อยให้ความอยากนำทาง ย่อมอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบและงดงามตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา.
๛