อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ บรรพชิตปราศจากทมะ (ความข่มใจ) และสัจจะ นั้นย่อมไม่ควรผ้ากาสาวะ
อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ
บรรพชิตปราศจากทมะ (ความข่มใจ) และสัจจะ นั้นย่อมไม่ควรผ้ากาสาวะ
คำอ่านภาษาบาลี
พุทธสุภาษิต: อเปโต ทมสจฺเจน น โส กาสาวมรหติ
คำอ่าน: อะ-เป-โต / ทะ-มะ-สัด-เจ-นะ / นะ / โส / กา-สา-วะ-มะ-ระ-หะ-ติ
อธิบายเพิ่มเติม
เพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เรามาแยกดูความหมายของคำสำคัญในบทนี้กัน:
ทมะ (ทมสจฺเจน = ทมะ + สัจจะ): คือการข่มใจ การควบคุมอารมณ์ และการฝึกตนให้อยู่ในกรอบศีลธรรม ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอำนาจของกิเลสหรือความอยาก
สัจจะ: คือความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อพระธรรมวินัยที่ตนได้ปฏิญาณไว้
ผ้ากาสาวะ (กาสาวํ): หมายถึง ผ้าอ้อมย้อมด้วยน้ำฝาด หรือ "ผ้าเหลือง" ซึ่งเป็นเครื่องนุ่งห่มของพระภิกษุสงฆ์และนักบวชในพระพุทธศาสนา เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการสละละวางจากโลก
นัยยะสำคัญของบทนี้:
พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นว่า "ผ้ากาสาวะ" ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้ใครบริสุทธิ์ได้เพียงแค่สวมใส่ ความเป็นพระหรือผู้ทรงศีลที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เครื่องแบบภายนอก แต่อยู่ที่ "คุณธรรมภายในใจ"
หากบุคคลใดห่มผ้าเหลืองอันเป็นธงชัยของพระอรหันต์ แต่ภายในใจกลับไม่มีความข่มใจ (ทมะ) ปล่อยให้กิเลสตัณหาครอบงำ และไม่มีความจริงใจต่อสัจจะวาจา (สัจจะ) บุคคลนั้นก็เป็นเพียงแค่นักบวชแต่ภายนอก ย่อมไม่คู่ควรและไม่คู่ควรอย่างยิ่งที่จะครองผ้าอันสูงส่งนี้ เพราะเป็นการทำลายศรัทธาและไม่เคารพต่อผ้าที่ตนสวมใส่
สรุป
คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่เครื่องแบบ แต่อยู่ที่การกระทำและคุณธรรมภายใน
พุทธสุภาษิตบทนี้สรุปเตือนใจเราได้ 2 มิติ:
สำหรับบรรพชิต (นักบวช): เป็นการเตือนให้ตระหนักถึงหน้าที่และคุณธรรมที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อย่าเป็นเพียงแค่ผู้ห่มผ้าเหลือง แต่ต้องหมั่นฝึกตนให้มีทมะและสัจจะอยู่เสมอ
สำหรับคฤหัสถ์ (ปุถุชนทั่วไป): สามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน โดยการมองคนและประเมินค่าของคนจากเนื้อแท้และความซื่อสัตย์ ไม่ใช่จากตำแหน่ง หน้าตา หรือเครื่องแบบภายนอก และยังเตือนให้เราเป็นผู้มีสัจจะและรู้จักข่มใจตนเองในทุกๆ สถานการณ์ด้วย
๛