พระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้า  พระไตรปิฎก  พระธรรม  ธรรมะปฏิบัติ  ศาสนพิธี  วันสำคัญทางศาสนา  ทำเนียบวัดไทย  พระพุทธศาสนาในประเทศไทย

เชิญอบรมวิปัสสนาภาวนาและปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชา เนื่องในโอกาสวันอาสาฬหะบูชา

เชิญอบรมวิปัสสนาภาวนาและปฏิบัติธรรมเป็นพุทธบูชา
ณ ศูนย์วิปัสสนากรรมฐานพระธาตุห้วยบอนเก่า
บ้านห้วยบอน ม.13 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50110
เนื่องในโอกาสวันสำคัญต่างๆตามกำหนดการอบรมหลักสูตร 7 วัน ปี 2556

20-28 (20-28/7/2013) กรกฎาคม 2556 22 วันอาสาฬหะบูชา

10-18 (10-18/8/2013) สิงหาคม 2556 12 วันแม่

4-12 (4-12/12/2013) ธันวาคม 2556 5 วันพ่อ

ติดต่อขอทราบรายละเอียด สมัคร หรือร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการอบรมได้ที่
โทร 08-9838-6213 อีเมล์ suriwong44@gmail.com และ weera2556@hotmail.com [url][url=http://upic.me/show/43737552][/url][/url]


DT010549  เนินฆ้อ 
 DT010549 
 3 ก.ค. 2556 เวลา 14:00 น.
 


โรงเรียนสอนธรรมะภาคปฏิบัติในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายแห่ง มีรูปแบบวิธีการสอนแตกต่างกันออกไป ให้ผู้สนใจได้เลือกสมัครเข้ารับการอบรมในสำนักที่เหมาะสมกับจริต นิสัย วาสนา บารมีของตน

ศูนย์วิปัสสนากรรมฐานพระธาตุห้วยบอนเก่า เป็นยอีก 1 โรงเรียนที่เปิดสอนและอบรมวิชาวิปัสสนาภาวนา อันเป็นวิชาที่มีเฉพาะในพุทธศาสนา

หลักสูตรการสอน เน้น อริยสัจ 4 มรรค 8 อนัตตา เน้นการเจริญปัญญานำหน้าควบคู่ไปกับสติสมาธิและศีล
ตัวอย่างคำสอนวิธีภาวนาเบื้องต้นก็อย่างเช่น


วิธีการปฏิบัติธรรม
๑.การทำสมาธิ
๒.การทำวิปัสสนาภาวนา
การทำสมาธิ จิตสงบแบบชั่วคราว
การทำวิปัสสนาภาวนา จะทำให้จิตสงบแบบ ถาวร
“จิตนิ่ง อยู่ กับอารมณ์ เป็น สมาธิภาวนา”
“จิตนิ่ง รู้ อารมณ์ เป็นวิปัสสนาภาวนา”
วิธีทำสมาธิและวิปัสสนาภาวนา
๑.เอาสติ ปัญญามากำหนดรู้ และสังเกตการเกิด-ดับ ของลมหายใจเข้าออก (ทำอย่างนี้ไปจนจิตสงบนิ่งเกิดสมาธิ)
๒.รู้ลมหายใจเข้าออก สลับกับ รู้ปัจจุบันอารมณ์(ฝึกทำสมาธิสลับกับการเจริญา วิปัสสนาภาวนา)
๓.รู้แต่ปัจจุบันอารมณ์อย่างเดียว(เจริญวิปัสสนาภาวนาล้วนๆ) จนเห็นชัดถึงความเป็นอนัตตาของทุกๆอารมณ์
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำมาสอน
อริยสัจ ๔
๑.ทุกข์ คือ ความทนอยู่ไม่ได้ ในที่นี้คือ ตัว "ผลทุกข์"ที่เรากำลังรับ
๒.สมุทัย "เหตุทุกข์" กล่าวในอริยสัจว่า ตัณหา แต่ยังมีเหตุผลลึกกว่านี้ คือ อัตตา ความเห็นผิดว่า กาย ใจ นี้ เป็นตัวกู ของกู
๓.นิโรธ คือ ความดับทุกข์ หมายถึง นิพพาน ความหมดสิ้นกิเลส ตัณหา และ พ้นความเวียนว่ายตายเกิดเป็นตัว "ผลสุข"
๔.มรรค วิธีทำให้ถึงความดับทุกข์ โดยค้นหา เหตุทุกข์(สมุทัย)ให้พบแล้วใช้สติ ปัญญา ขุดถอนมันออก วิธีการเจริญมรรค 8 นั้นคือสิ่งที่เรา


เรียกว่าการปฏิบัติธรรมนั่นเอง การเจริญมรรค ๘ มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า “การเจริญวิปัสสนาภาวนา” เป็นสิ่งสำคัญที่ชาวพุทธทุกคนต้องรู้
หรืออาจจะกล่าวได้ว่า “ใครไม่รู้จักอริยสัจ 4 และการเจริญมรรค 8 หรือ วิปัสสนาภาวนายังไม่เป็น คนผู้นั้นยังไม่สมควรเรียกตนเองว่า ชาวพุทธ”
ดังนั้นเราจึงควรรู้และจดจำมรรคทั้ง ๘ ให้ได้จนขึ้นใจ
มรรคนั้นแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ๘ ข้อคือ
ก..ปัญญามรรค มี ๒ ข้อ คือ
๑.สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ ความเห็นถูกต้อง คือเห็นอริสัจ ๔ และเห็นว่าทุกสิ่ง
ทุกอย่างเป็น อนัตตา ในทางปฏิบัติคือตาปัญญาที่ไป เห็น ดู รู้
๒.สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ ความคิดถูกต้อง คือคิดออกจากความยินดี ยินร้ายและการเบียดเบียนในทางปฏิบัติคือตาปัญญาที่ไป
สังเกต พิจารณา
ข. ศีลมรรค มี ๓ ข้อ คือ
๓.สัมมาวาจา การพูดจาชอบ คือไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด
ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล ในทางปฏิบัติคือการพูดแต่เรื่องอนัตตาและวิธี
ที่จะทำให้เข้าถึงอนัตตาและนิพพาน
๔.สัมมากัมมันตะ การทำการงานชอบ คือการงานที่ไม่ผิดศีล ๕ ในทางปฏิบัติ
คือการเจริญมรรคทั้ง ๘ ทำงานค้นหาอนัตตา ปล่อยวางอัตตาจนกว่าจะเข้าถึงนิพพานได้โดยสมบูรณ์

๕.สัมมาอาชีวะ การประกอบอาชีพชอบ คืออาชีพที่ไมผิดและไม่สนับสนุนให้ทำผิดศีล ๕ ในทางปฏิบัติคือการทำมาหาเลี้ยงชีพให้มีชีวิตรอดมาทำสัมมากัมมันตะคือเจริญมรรค ๘ เพื่อให้เข้าถึงนิพพานได้โดยเร็ว
ค.สมาธิมรรค มี ๓ ข้อ คือ
๖.สัมมาวายามะ ความพากเพียรชอบ แบ่งออกอีกเป็น ๔ ข้อย่อย เรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า สัมมัปปทาน ๔ คือ
๑.บาปอกุศลเก่าๆที่เคยทำ เพียรละ
๒.บาปอกุศลใหม่ๆที่ยังไม่เกิด เพียรระวัง ไม่ให้เกิด
๓.กุศลเก่าๆที่เคยทำ เพียรรักษาและทำให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้น
.๔.กุศลใหม่ๆที่ยังไม่เกิด เพียรทำให้เกิด กุศลใหม่ในที่นี้หมายถึง มรรค ๔ มรรคยังไม่เคยเกิดขึ้นในใจเพียรทำให้เกิด มรรค ๔ มรรคคือ โสดาปัตติมรรค สกิทาคามีมรรค อนาคามีมรรค และ อรหัตมรรค
๗.สัมมาสติ ความระลึกชอบ คือการเจริญสติปัฏฐาน ๔ กาย เวทนา จิต ธรรม นั่นเลยทีเดียว ในทางปฏิบัติความรู้ทันปัจจุบันอารมณ์ ระลึกได้ ไม่ลืม นับเป็นสัมมาสติ
๘.สัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ คือความที่จิตตั้งมั่นเป็นหนึ่ง อยู่กับงานพิสูจน์ อนัตตา หรือการเจริญมรรคทั้ง ๘ จนสามารถทำให้จิตนิ่งได้ถึงระดับฌาน ๔ หรือ สังขารุเปกขาญาณ


ละชั่ว โดยการปฏิบัติตามศีล 5
ทำดี โดยการปฏิบัติตามบุญกิริยาวัตถุ 10 อย่าง
๑.ทาน การให้ปันสิ่งของ
๒ปัตติทาน การแผ่เมตตา แผ่ส่วนบุญ
๓.ปัตตานุโมทนา การอนุโมทนาส่วนบุญของตนเองและผู้อื่น
๔.ศีล การรักษาศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ข้อ
๕.อัปปจายนะ ความอ่อนน้อมถ่อมตน
๖.เวยยาวัจจะ การน้อมรับใช้ผู้อื่นด้วยความยินดี ไม่เห็นแก่ตัว
๗.ธรรมสวนะ การฟังธรรม
๘.ธรรมเทศนา การแสดงธรรม สนทนาธรรม
๙.ภาวนา การทำจิตให้สงบ นิ่ง ด้วยสมาธิภาวนา
๑๐.ทิฏฐุชุกรรม การทำความเห็นให้ตรงให้ถูกต้องด้วยวิปัสสนาภาวนา
การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ โดยการเจริญวิปัสสนาภาวนาหรือการเจริญมรรค 8 หรือการเจริญสติปัญญาให้อยู่กับปัจจุบันอารมณ์นั่นเอง

ท่านใดสนใจศรัทธาอยากจะไปลองฝึกอบรมปฏิบัติธรรมทางเมืองเหนือ ที่อำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อจะได้อาศัย ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศทางเมืองเหนือ ช่วยทำให้การเจริญธรรม เจริญวิปัสสนาภาวนาเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไปก็ขอเรียนเชิญนะครับ ตามกำหนดเวลาการอบรม ที่แจ้ง

ความคิดเห็นที่ 1  / เนินฆ้อ / 6 ก.ค. 2556 เวลา 21:49 น. 


แผนภูมิที่นำมาแสดงเป็นการสรุปวิธีปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาออกมาเป็นรูปภาพ แทนคำพูด คำอธิบาย ใครตีความแตก เข้าใจความหมายก็อาจเข้าใจวิธีปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาที่ถูกต้องไปใช้ในชีวิตประจำวัน จนพาตนเข้าถึงมรรค ผล นิพพาน ที่สงบเย็นได้

ความคิดเห็นที่ 2  / เนินฆ้อ / 6 ก.ค. 2556 เวลา 21:53 น. 


ถ้าอ่านและตีความจากรูปภาพที่แสดงนี้ได้ ก็ทำวิปัสสนาภาวนาไปได้โดยสะดวกสบายนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3  / เนินฆ้อ / 8 ก.ค. 2556 เวลา 20:19 น. 


อีกภาพหนึ่งที่เน้นชัดตรงปัจจุบันอารมณ์ครับ

ความคิดเห็นที่ 4  / เนินฆ้อ / 8 ก.ค. 2556 เวลา 20:20 น. 


[url=http://upic.me/show/45957088][/url]

เชิญไปใช้ประโยชน์จากวันหยุดอาสาฬหะบูชาหรือ วันแม่ 12 สิงหา เพื่อยังประโยชน์ให้ถึงพร้อม ตามรายละเอียดบนป้ายนะครั้บ

ความคิดเห็นที่ 5  / เนินฆ้อ / 16 ก.ค. 2556 เวลา 19:45 น. 


ให้เห็นชัดอีกหน่อยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6  / เนินฆ้อ / 16 ก.ค. 2556 เวลา 19:47 น. 

 เปิดอ่านหน้านี้  1872 
 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

Member Detail  Guest


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login

  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป

เพจธรรมะไทย


 ธรรมะไทย