ไว้อาลัยให้คุณครู

แสนอาลัยคุณครูผู้สอนสั่ง
แต่เมื่อครั้งยังเด็กเล็กหนักหนา
ท่านสั่งสอนศิลปวิทยา
จนเติบใหญ่โตขึ้นมาอย่างทุกวัน

จวบวันนี้ครูจากไปกฎไตรลักษณ์
สุดจะหักความเศร้าเรายึดมั่น
ถึงวันหนึ่งเราก็ต้องเป็นเช่นนั้น
ต้องจากกันจากไกลไปนิรันดร์

ขออวยพรจากใจให้สู่สุข
บุญกุศลที่เฝ้าปลูกมอบให้ท่าน
สู่ดินแดนกว้างไกลในสรวงสวรรค์
รับคุณครูอีกหนึ่งท่านปันดวงใจ

เมื่อเช้าได้ยินกระจายเสียงตามสาย(ต่างจังหวัดในเขตเทศบาลจะมี)ว่าคุณครูพละ
ที่สอนในชั้นประถมปลายเสียชีวิตเสียแล้ว เศร้าใจจังเพราะท่านใจดีด้วย ขออวย
พรให้ท่านไปสู่สุขคติครับ(ตั้งใจไว้นานแสนนานว่าถึงจะเรียนสูงแค่ไหนก็จะไม่ลืมคุณ
ครูที่สอนชั้นอนุบาลและชั้นประถม การปฏิบัติต่อครูอาจารย์มักหาความรู้จากเรื่อง "ทิศ6")

ส่วนเมื่อวานที่พูดถึงคุณนวลฉวีต้องขอขยายความนิดนึง ที่กล่าวว่า ในกรณีนี้มีอารมณ์ของปาณาติบาตเป็น
อารมณ์อธิบดี เพราะเหตุว่าเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ทุกคนย่อมมองถึงคดีความและเรื่องของการปาณาติบาต
คิดว่าอารมณ์ของผู้รับรู้ข่าวสารจะพุ่งตรงไปยังเรื่องของปาณาติบาต ส่วนอารมณ์ของคุณนวลฉวีและผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่(ที่ไม่เกี่ยวกับการฆ่า)คิดว่ามีอารมณ์ของกาเมสุมิจฉาจารเป็นอธิบดี เรื่องนี้ผมพูดเองคน
เดียวน่ะครับจะผิดถูกอย่างไรจะไม่เกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาแล้วเลย ขอยุติไว้แค่นี้นะครับเดี๋ยวการวิจารณ์จะกลายเป็นการประจานไป คิดว่าชีวิตของทุกคนก็ผิดพลาดกันได้แต่ไม่ควรเลือกทางแห่งอกุศลมาตัดสินเพราะกฏที่ยิ่งใหญ่กว่ากฏใดๆก็คือ กฏแห่งกรรม ผู้ใดจะถูกหรือจะผิดก็ตาม หากเราไปทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินมักจะลำเอียงเข้าข้างตัวเอง ไม่ได้แปลว่าผมตัดสินเก่งกว่าหรือดีกว่าทั้งสองที่เสียชีวิตไปแล้วนะครับ
แต่การเชื่อในธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนก็ทำให้เราไม่ด่วนตัดสินใจสิ่งใดที่มาจากวิธีคิดอัน
เนื่องมาจากอารมณ์ที่เป็นอกุศลแม้จะทุกข์แสนทุกข์ มีบารมีติดตัว ผมว่าดีกว่ามี วิบากของอกุศลกรรมติดตัวไปแน่ๆ



DT010051

คืนถิ่น




ก็ทุกขอริยสัจเป็นไฉน? คือ

ความเกิดเป็นทุกข์
ความแก่เป็นทุกข์
ความตายเป็นทุกข์
ความโศกเศร้า ร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย
ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์
ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
กราประสบกับสิ่งที่ไม่รัก ไม่พอใจ นั่นก็เป็นทุกข์
ความผิดหวัง เมื่อปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์
กล่าวโดยย่ออุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์.



ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย
ก็อุปาทานขันธ์ห้าเป็นไฉน? คือ

อุปาทานขันธ์คือ รูป
อุปาทานขันธ์คือ เวทนา
อุปาทานขันธ์คือ สัญญา
อุปาทานขันธ์คือ สังขาร
อุปาทานขันธ์คือ วิญญาณ.

เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






ความคิดเห็นที่ 1  / หิ่งห้อยน้อย / 1 มี.ค. 2554 เวลา 15:08 น. 

 เปิดอ่านหน้านี้  4711 

 แสดงความคิดเห็น


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย