พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก กวีธรรมะ
Share |
ธรรมสมาทาน ** ข้อยึดถือเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ


ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




ธรรมสมาทาน ....
ข้อยึดถือเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ

๐ ธรรมสมาทาน หรือ คือปฏิบัติธรรม
ได้กระทำ คือ ทำกรรม ที่รังสรรค์
พระองค์ตรัส ให้ทราบ โดยทั่วกัน
สี่ อย่างนั้น พึงพิศ พินิจตรอง

๐ หนึ่ง...กระทำ ทุกสิ่ง ในกองทุกข์
ซึ่งไร้สุข เก็บทุกข์ ไว้ทั้งผอง
ทุกคืนค่ำ ร้องร่ำ น้ำตานอง
จิตหม่นหมอง มีแต่ทุกข์ ท่วมทับใจ

๐ สอง.. กระทำ ในสิ่งดี ที่ยากนัก
แต่มิพัก รีบเร่ง เพียรเข้าไว้
มีวิบาก เป็นสุข ในหทัย
กุศลวิบาก ส่งผลให้ ได้รับพลัน

๐ สาม ... กระทำ สิ่งไม่ดี ด้วยความสุข
เริงร่าสนุก ไร้ทุกข์ มีสุขสันต์
อกุศลวิบาก ย่อมให้ ผลโดยพลัน
เบื้องหน้านั้น รับทุกข์ ไร้สุขแทน

๐ สี่ ... กระทำ สิ่งดี ที่เปี่ยมสุข
ไร้ความทุกข์ ในหทัย ให้สุขแสน
กุศลวิบาก ส่งเบื้องหน้า พาสู่แดน
ที่สุขแสน ด้วยผล ตนกระทำ


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ




ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่ นาน, โยชน์ของคนล้าแล้ว ไกล, สงสารของคนพาลทั้งหลายผู้ไม่รู้อยู่ซึ่งสัทธรรม ย่อมยาว


DT0018

หิ่งห้อยน้อย

19 มิ.ย. 2555 เวลา 11:59 น.

กวีโพสต์: 462
อนุโมทนา: 75
ได้รับอนุโมทนา: 93





ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




ธรรมสมาทาน ....
ข้อยึดถือเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ

๐ แลนี่คือ ธรรมสมาทาน
สุขเพราะทาน ศีล ภาวนา พาสู่สัมม์
ยังเวียนอยู่ ในโลกียธรรม
ไม่ถลำ ลงลู่ สู่อบาย

๐ แม้สร้างกรรม ทำชั่ว อกุศล
ชั่วก็ดล ให้ทุกข์ สุขสลาย
กุศลกรรมบถสิบ อย่าดูดาย
เร่งขวนขวาย กันไว้ ใส่จินตนา

๐ แต่ละสมาทานนั้น เป็นอย่างไร
โปรดอดใจ รออ่าน กาลสิกขา
หิ่งห้อยน้อย จะอัญเชิญ พุทธวาจา
ทรงอรรถา อธิบาย มาร่ายกลอนฯ



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ


 
หิ่งห้อยน้อย 19 มิ.ย. 2555 เวลา 12:02 น. กวีโพสต์: 462 อนุโมทนา: 75 ได้รับอนุโมทนา: 93 คำตอบที่ 1 
ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่ นาน, โยชน์ของคนล้าแล้ว ไกล, สงสารของคนพาลทั้งหลายผู้ไม่รู้อยู่ซึ่งสัทธรรม ย่อมยาว



ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




ปุจฉา ... ?? ...

ธรรมสมาทาน
ที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบาก เป็นไฉน


*************************
...วิสัชนา....

๐ ผู้มัวเมา เขลา ในหลง คือ โมหะ
มิยอมละ จากจิต ปลิดมิจฉา
มีชีวิต ทุกข์ทนยาก ลำบากพา
เพราะทิฏฐิ เป็นมิจฉา พาเป็นไป

๐ ดั่งหยากเยื่อ หุ้มห่อดิน ไร้คุณค่า
ต่อเบื้องหน้า กายแตก มิแปลกไฉน
อบายภพ เป็นที่ตั้ง กายและใจ
พระองค์ตรัส สอนไว้ ต้องจดจำ

๐ เพราะปฏิบัติ อยู่ในทุกข์ ปลุกความหลง
จิตจึงจม มิมาสู่ ลู่ทางสัมม์
อกุศล จึงดล วิบากกรรม
เพราะถลำ เดินผิด ปลิดสัมมา

๐ สร้างความทุกข์ ให้กับตน จนสนิท
จิตจึงคิด ทรมานตน บนตัณหา
คิดว่าทุกข์ ต้องทนไป ไร้ภยา
เห็นทุกขา เป็นสัมมา พาสู่ตน

๐ แม้ไม่รู้ ในธรรมสมาทาน
ทุกข์จึงผลาญ ปัญญา พาสับสน
อวิชชา ที่นอน เนื่องกมล
จึงฉุดเจ้า มิพ้น ทางอบาย

๐ ธรรมที่ไม่ปรารถนา จึงงามยิ่ง
สัทธรรม แห่งความจริง ย่อมจางหาย
ความเสื่อมเข้า ครองจิต มิเว้นวาย
มาเถิดสหาย มาสิกขา ธรรมสมาทานฯ


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ


 
หิ่งห้อยน้อย 23 มิ.ย. 2555 เวลา 04:12 น. กวีโพสต์: 462 อนุโมทนา: 75 ได้รับอนุโมทนา: 93 คำตอบที่ 2 
ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่ นาน, โยชน์ของคนล้าแล้ว ไกล, สงสารของคนพาลทั้งหลายผู้ไม่รู้อยู่ซึ่งสัทธรรม ย่อมยาว



ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




ปุจฉา ... ?? ...

ธรรมสมาทาน
ที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบาก เป็นไฉน


*************************
...วิสัชนา....

๐ จิตมัวเมา อยู่ใน กามตัณหา
ดั่งตบตา ดุจมุนี ผู้มีศีล
แหวกว่ายใน กามา เป็นอาจิณ
ดุจก้อนดิน หุ้มทองคำ นำบูชา

๐ สัมผัสนุ่ม แห่งนารี ปรนนิบัติ
กำซาบซัด น่ารักใคร่ น่าปรารถนา
คลุกเคล้ากาม ด่ำดื่ม ในวิญญา
ลุ่มหลงใน ปริพาชิกา ด้วยสุขจินต์

๐ ต่อเบื้องหน้า กายแตก แหลกสะบัด
ที่จะไป เด่นชัด มิต้องถวิล
อบายภพ สบแน่ แท้อาจินต์
เพราะราคิน ที่ก่อ ล่อให้เดิน

๐ นี่คือธรรมสมาทาน สราญด้วยสุข
แล้วได้ทุกข์ เป็นวิบาก ยากสรรเสริญ
ตรัสเตือนไว้ จึงยก ตกมาเตือน
อย่าทำเลือน คำสอน ของศาสดา

๐ แม้ไม่รู้ ในธรรมสมาทาน
ทุกข์จึงผลาญ เป็นทาส แห่งตัณหา
จิตจึงนอง เนื่องไป ในอวิชชา
จึงมิพ้น มรรคา แห่งอบาย

๐ ธรรมที่ไม่ปรารถนา จึงงามยิ่ง
สัทธรรม แห่งความจริง ย่อมจางหาย
ความเสื่อมเข้า ครองจิต มิเว้นวาย
มาเถิดสหาย สิกขาธรรม สมาทานฯ


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ


 
หิ่งห้อยน้อย 25 มิ.ย. 2555 เวลา 00:21 น. กวีโพสต์: 462 อนุโมทนา: 75 ได้รับอนุโมทนา: 93 คำตอบที่ 3 
ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่ นาน, โยชน์ของคนล้าแล้ว ไกล, สงสารของคนพาลทั้งหลายผู้ไม่รู้อยู่ซึ่งสัทธรรม ย่อมยาว

   
ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 1278 คน  ปิดหน้านี้




Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย