ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
ธรรมสมาทาน ....
ข้อยึดถือเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ
๐ แลนี่คือ ธรรมสมาทาน
สุขเพราะทาน ศีล ภาวนา พาสู่สัมม์
ยังเวียนอยู่ ในโลกียธรรม
ไม่ถลำ ลงลู่ สู่อบาย
๐ แม้สร้างกรรม ทำชั่ว อกุศล
ชั่วก็ดล ให้ทุกข์ สุขสลาย
กุศลกรรมบถสิบ อย่าดูดาย
เร่งขวนขวาย กันไว้ ใส่จินตนา
๐ แต่ละสมาทานนั้น เป็นอย่างไร
โปรดอดใจ รออ่าน กาลสิกขา
หิ่งห้อยน้อย จะอัญเชิญ พุทธวาจา
ทรงอรรถา อธิบาย มาร่ายกลอนฯ
เจริญในธรรม เจ้าค่ะ
 |
|
| |
| หิ่งห้อยน้อย 19 มิ.ย. 2555 เวลา 12:02 น.
กวีโพสต์: 462 อนุโมทนา: 75 ได้รับอนุโมทนา: 93 คำตอบที่ 1
|
|
ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่ นาน, โยชน์ของคนล้าแล้ว ไกล, สงสารของคนพาลทั้งหลายผู้ไม่รู้อยู่ซึ่งสัทธรรม ย่อมยาว |
|
|
|
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
ปุจฉา ... ?? ...
ธรรมสมาทาน
ที่มีทุกข์ในปัจจุบัน และมีทุกข์เป็นวิบาก เป็นไฉน
*************************
...วิสัชนา....
๐ ผู้มัวเมา เขลา ในหลง คือ โมหะ
มิยอมละ จากจิต ปลิดมิจฉา
มีชีวิต ทุกข์ทนยาก ลำบากพา
เพราะทิฏฐิ เป็นมิจฉา พาเป็นไป
๐ ดั่งหยากเยื่อ หุ้มห่อดิน ไร้คุณค่า
ต่อเบื้องหน้า กายแตก มิแปลกไฉน
อบายภพ เป็นที่ตั้ง กายและใจ
พระองค์ตรัส สอนไว้ ต้องจดจำ
๐ เพราะปฏิบัติ อยู่ในทุกข์ ปลุกความหลง
จิตจึงจม มิมาสู่ ลู่ทางสัมม์
อกุศล จึงดล วิบากกรรม
เพราะถลำ เดินผิด ปลิดสัมมา
๐ สร้างความทุกข์ ให้กับตน จนสนิท
จิตจึงคิด ทรมานตน บนตัณหา
คิดว่าทุกข์ ต้องทนไป ไร้ภยา
เห็นทุกขา เป็นสัมมา พาสู่ตน
๐ แม้ไม่รู้ ในธรรมสมาทาน
ทุกข์จึงผลาญ ปัญญา พาสับสน
อวิชชา ที่นอน เนื่องกมล
จึงฉุดเจ้า มิพ้น ทางอบาย
๐ ธรรมที่ไม่ปรารถนา จึงงามยิ่ง
สัทธรรม แห่งความจริง ย่อมจางหาย
ความเสื่อมเข้า ครองจิต มิเว้นวาย
มาเถิดสหาย มาสิกขา ธรรมสมาทานฯ
เจริญในธรรม เจ้าค่ะ
 |
|
| |
| หิ่งห้อยน้อย 23 มิ.ย. 2555 เวลา 04:12 น.
กวีโพสต์: 462 อนุโมทนา: 75 ได้รับอนุโมทนา: 93 คำตอบที่ 2
|
|
ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่ นาน, โยชน์ของคนล้าแล้ว ไกล, สงสารของคนพาลทั้งหลายผู้ไม่รู้อยู่ซึ่งสัทธรรม ย่อมยาว |
|
|
|
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
ปุจฉา ... ?? ...
ธรรมสมาทาน
ที่มีสุขในปัจจุบัน แต่มีทุกข์เป็นวิบาก เป็นไฉน
*************************
...วิสัชนา....
๐ จิตมัวเมา อยู่ใน กามตัณหา
ดั่งตบตา ดุจมุนี ผู้มีศีล
แหวกว่ายใน กามา เป็นอาจิณ
ดุจก้อนดิน หุ้มทองคำ นำบูชา
๐ สัมผัสนุ่ม แห่งนารี ปรนนิบัติ
กำซาบซัด น่ารักใคร่ น่าปรารถนา
คลุกเคล้ากาม ด่ำดื่ม ในวิญญา
ลุ่มหลงใน ปริพาชิกา ด้วยสุขจินต์
๐ ต่อเบื้องหน้า กายแตก แหลกสะบัด
ที่จะไป เด่นชัด มิต้องถวิล
อบายภพ สบแน่ แท้อาจินต์
เพราะราคิน ที่ก่อ ล่อให้เดิน
๐ นี่คือธรรมสมาทาน สราญด้วยสุข
แล้วได้ทุกข์ เป็นวิบาก ยากสรรเสริญ
ตรัสเตือนไว้ จึงยก ตกมาเตือน
อย่าทำเลือน คำสอน ของศาสดา
๐ แม้ไม่รู้ ในธรรมสมาทาน
ทุกข์จึงผลาญ เป็นทาส แห่งตัณหา
จิตจึงนอง เนื่องไป ในอวิชชา
จึงมิพ้น มรรคา แห่งอบาย
๐ ธรรมที่ไม่ปรารถนา จึงงามยิ่ง
สัทธรรม แห่งความจริง ย่อมจางหาย
ความเสื่อมเข้า ครองจิต มิเว้นวาย
มาเถิดสหาย สิกขาธรรม สมาทานฯ
เจริญในธรรม เจ้าค่ะ
 |
|
| |
| หิ่งห้อยน้อย 25 มิ.ย. 2555 เวลา 00:21 น.
กวีโพสต์: 462 อนุโมทนา: 75 ได้รับอนุโมทนา: 93 คำตอบที่ 3
|
|
ราตรีของคนผู้ตื่นอยู่ นาน, โยชน์ของคนล้าแล้ว ไกล, สงสารของคนพาลทั้งหลายผู้ไม่รู้อยู่ซึ่งสัทธรรม ย่อมยาว |
|
|
|
|