ดุจ... ขอนไม้ที่ลอยน้ำ
 หิ่งห้อยน้อย   17 ก.ย. 2554

 
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง





      ขอนไม้ที่ลอยน้ำ


๐ ขอนใหญ่น้อย ลอยตาม กระแสน้ำ
ด้วยแรงกรรม ที่กระทำ แต่หนหลัง
มีสัมมาทิฏฐิ เป็นพลัง
ประคองขอน ให้ยัง ไหลลอยไป




 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าท่อนไม้

จะไม่เข้ามาใกล้ฝั่งนี้ หรือฝั่งโน้น
จักไม่จมเสียในท่ามกลาง
จักไม่เกยบก
ไม่ถูกมนุษย์หรืออมนุษย์จับเอาไว้
ไม่ถูกน้ำวนๆ ไว้
จักไม่เน่าในภายใน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการดังกล่าวมานี้แล
ท่อนไม้นั้นจักลอยไหลเลื่อนไปสู่สมุทรได้

 
เจริญในธรรม เจ้าค่ะ




 





ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




๐ แม้พลัง มีน้อย แพ้กระแส
ขอนชะแง้ ติดฝั่งนี้ จะทำไฉน
บ้างหลุดจาก ฝั่งนี้ รี่ฝั่งใน
สู่ฝั่งใหม่ ฝั่งโน้น มิพ้นดิน

๐ บ้างหลุดจาก ฝั่งนี้โน้น โดนกระแส
ดังผู้แพ้ หมดพลัง ความหวังสิ้น
ต้องเปื่อยเน่า จมอยู่ใต้ ธารไหลริน
กลายเป็นดิน เกินจะฝืน กล้ำกลืนใจ

๐ บ้างประคอง ลอยล่องมา เจอเกาะแก่ง
ที่เป็นแหล่ง ขวางกลาง ทางน้ำไหล
ต้องเกยตื้น ขึ้นบก รันทดใจ
มิสามารถ ไหลไป ตามน้ำพลัน





[๓๒๓] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลถาม
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ฝั่งนี้ได้แก่อะไร
ฝั่งโน้นได้แก่อะไร
การจมลงในท่ามกลางได้แก่อะไร
การเกยบนบกได้แก่อะไร
มนุษย์ผู้จับคืออะไร
อมนุษย์ผู้จับคืออะไร
เกลียวน้ำวนๆ ไว้คืออะไร
ความเป็นของเน่าในภายในคืออะไร


พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภิกษุ
คำว่า ฝั่งนี้ ........... เป็นชื่อแห่ง อายตนะภายใน ๖
คำว่าฝั่งโน้น ......... เป็นชื่อแห่ง อายตนะภายนอก ๖
คำว่าจมในท่ามกลาง เป็นชื่อแห่ง นันทิราคะ
คำว่าเกยบก ......... เป็นชื่อแห่ง อัสมิมานะ




เจริญในธรรม เจ้าค่ะ









ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง





            มนุษย์ผู้จับ

๐ บ้างลอยไป หลุดเกยตื้น ฝืนขอนไว้
แต่โชคร้าย เจอผู้ใคร่ ได้ขอนนั่น
หมู่มนุษย์ ยกขึ้นบก ไปโดยพลัน
เกินจะกั้น เกินกำลัง ของจิตตน






ดูกรภิกษุ
ก็มนุษย์ผู้จับเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เป็นผู้คลุกคลี เพลิดเพลิน โศกเศร้า อยู่กับพวกคฤหัสถ์
เมื่อเขาสุขก็สุขด้วย เมื่อเขาทุกข์ก็ทุกข์ด้วย
ย่อมถึงการประกอบตนในกิจการอันบังเกิดขึ้นแล้วของเขา
ดูกรภิกษุ นี้เรียกว่ามนุษย์ผู้จับ





เจริญในธรรม เจ้าค่ะ









ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง





            อมนุษย์ผู้จับ

๐ บ้างเจอสิ่ง ที่เป็น อมนุษย์
ก็ยื้อยุด มิให้ลอย พลอยสับสน
หลุดมาได้ เจอสิ่งเสียว เกลียวน้ำวน
พาขอนหล่น ดิ่งลง สู่ก้นธาร







ดูกรภิกษุ อมนุษย์ผู้จับเป็นไฉน
ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมประพฤติพรหมจรรย์
ปรารถนาเป็นเทพนิกายหมู่ใดหมู่หนึ่งว่า
ด้วยศีล ด้วยวัตร ด้วยตบะ หรือด้วยพรหมจรรย์นี้
เราจักได้เป็นเทวดาหรือเทพยเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง
ดูกรภิกษุ นี้เรียกว่าอมนุษย์ผู้จับ

ดูกรภิกษุ
คำว่าเกลียวน้ำวนๆ ไว้
เป็นชื่อแห่งกามคุณ ๕





เจริญในธรรม เจ้าค่ะ









ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง





      ความเป็นของเน่าภายใน

๐ บางขอนไหล ผ่านมาได้ เกือบจะหลุด
สู่สมุทร แต่กลับจม ถมประสาน
เพราะขอนเจ้า เน่าภายใน ให้เสียการ
พระภูบาล เปรียบไว้ ให้ตรึกตรอง








ดูกรภิกษุ
ความเป็นของเน่าในภายในเป็นไฉน

ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้
เป็นผู้ทุศีล มีธรรมอันลามก ไม่สะอาด
มีความประพฤติน่ารังเกียจ มีการงานปกปิดไว้
ไม่เป็นสมณะ ก็ปฏิญาณว่าเป็นสมณะ
ไม่เป็นพรหมจารี ก็ปฏิญาณว่าเป็นพรหมจารี
เป็นผู้เน่าในภายใน มีใจชุ่มด้วยกาม เป็นดุจขยะมูลฝอย

ดูกรภิกษุ
นี้เรียกว่า ความเป็นผู้เน่าในภายใน ฯ







เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








 เปิดอ่านหน้านี้  5258 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย