วิสาขมาส .... ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
 หิ่งห้อยน้อย   15 พ.ค. 2554

 

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง





สิบห้าค่ำเดือนหกน้อม      จินตนา
กราบบาทพระศาสดา       พุทธเจ้า
ครบวารประสูติตรัสรู้พา     ปีติ ยิ่งนา
อีกสู่มหานิพพานเข้า       ของพระชินสีห์



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ




 







คราเมื่อพระโพธิสัตว์เจ้า     ครรไล
เสด็จจากพระครรภ์ไซร้       เกริกก้อง
เจ็ดวันพระมารดาสิ้นชีพไป่ . อยู่ยั้ง หล้าแล
สู่ดุสิตแดนเทพซร้อง          เสกแต้มบรรลือ


คราเมื่อพระโพธิสัตว์เจ้า      ครรไล
เสด็จจากพระครรภ์ไซร้ .      เกริกกล้า
พระมารดาบริหารครรภ์ได้     ครบทศ- มาสนอ
มิเคลื่อนมิหย่อนล้า            ถ้วนครบสิบเดือน


สตรียามคลอดบุตรไซร้       นั่งนอน
กายอยู่บนบรรจถรณ์          ทุกผู้
พระมารดามินั่งนอน           ยามประสูติ
อิริยาบทยืนอยู่                นี่นี้ธรรมดา


ยามเมื่อพระโพธิสัตว์           เสด็จลง
มวลเทพเทวาคง                รับร่าง
มนุษย์รับตามเทพทรง          พระกาย ไว้นา
นี่อีกข้อหนึ่งอ้าง                 ยามพระประสูติกาล


ก่อนพระบาทสัมผัสพื้น           พสุธา
สี่เทพบุตรนำพา                   รับร่าง
นำพระโพธิสัตว์สู่มารดา          แทบบาท ท้าวนา
ทูลให้ยินดีสล้าง                  ยิ่งแท้ปุญญา


ยามเสด็จจากครรภ์               พระมารดา
สะอาดทั่วทั้งพระกายา           ยิ่งแท้
ปราศเสมหะ น้ำ โลหิตา          ผ่องแผ้ว
พระโพธิสัตว์สะอาดยิ่งแล้.       เพริศพริ้งพระกาย


สองธารน้ำหลากจาก            เบื้องบน
ทั้งร้อน เย็น เพื่อระคน          พรมพร่าง
อุทกกิจเพื่อดล                  โพธิสัตว์ เจ้านา
อีกทั้งพระผู้สร้าง                นี่นี้พระมารดา


ยามพระโพธิสัตว์เจ้า           ยืนประทับ
พระบาทเสมอมิสลับ           เรียบยิ่ง
เจ็ดก้าวย่างดังสดับ            ผินพักตร์ อุดรเฮย
เปล่งวาจามิเกรงกริ่ง           ชาตินี้สิ้นพลัน


หมื่นโลกธาตุสั่นสะเทื้อน       สะเทือนไหว
ทุกหล้าโลกเปิดกว้างให้ .      เห็นทั่ว
นรกจรดพรหมโลกไซร้          สว่างยิ่ง
ล่วงเทวานุภาพกลั้ว             มหาสัตว์อุบัติดล



เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ขอร่วมบูชาในกระทู้คุณหิ่งห้อยน้อยด้วยครับ


แม้กึ่งพุทธกาล ผ่านพ้น
ชาวพุทธยังคงสน กราบไหว้
อริยสัจยังคง สืบต่อ
สะท้านภพสะเทือนหล้า ก่อเกื้อเวไนย

มหากรุณาธิคุณล้น พันทวี
พระเป็นเกียรติเป็นศรี มิ่งเจ้า
ส่ำสัตว์ผู้ทุกข์เบียน โศกเศร้า
พระทรงชี้เห็นเหตุ ยิ่งเลิศปัญญา

วิสาขบูชา ปีนี้
คือสองห้าห้าสี่ ผ่านรอบ
ขอน้อมกราบบูชา ดังเก่า
ดอกไม้ประณตน้อม แทบบาทพระศาสดา





                                   เหตุก่อนกาลตรัสรู้


กาลเมื่อพระโพธิสัตว์ พินิจเหตุ
ได้สังเกต ทุกรกริยา พาหม่นหมอง
ทั้งร่างกาย จิต ถูก อกุศลครอง
ขาดกำลัง การไตร่ตรอง เพื่อปัญญา

น้อมรำลึก ถึงเมื่อครั้ง ทรงพระเยาว์
ไต้ร่มเงา ไพรพฤกษ์ ตรึกสิกขา
ได้บรรลุ ปฐมฌาน เกิดปัญญา
เห็นมรรคา เพื่อตรัสรู้ สัมโพธิญาณ


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ









                                    ทิ้งทุกรกริยา


ว่าหนทาง ตรัสรู้ อยู่ในสุข
ใช่ความทุกข์ แล้วทิ้งสุข ที่ผสาน
ในดวงจิต เพื่อก่อ ให้เกิดญาณ
ธ กลับมา บริโภคอาหาร บำรุงกาย

ด้วยเทพนิมิต ให้เห็น เป็นประจักษ์
ขึงตึงนัก ก็จักขาด ในทุกสาย
แม้นหย่อนไป เสียงก็จะ เพี้ยนกลับกลาย
อยู่ด้วยสาย ที่ขึง ไม่ตึงเกิน

เจริญในธรรม เจ้าค่ะ










      เข้าสู่รูปฌานก่อนตรัสรู้


เมื่อร่างกาย สมบูรณ์ ไร้ทุกข์หม่น
กุศลดล สู่สงัด มิซัดส่าย
ลุปฐมฌาน ทุติยฌาน สราญกาย
ตติยฌาน ที่คลาย มวลความทุกข์

เข้าสู่ จตตุตถฌาน ฌานที่สี่
ละยินดี ละยินร้าย ทุกข์และสุข
สติบริสุทธิ์ ในฌาน ที่ปราศทุกข์
ปราศตัณหา ที่คลุก เคล้าในใจ

จิตบริสุทธ์ ผ่องแผ้ว ปราศกิเลส
ที่เป็นเหตุ ก่ออวิชชา พาอนุสัย
ที่นอนเนื่อง กำจัด ขจัดไป
เข้าสู่สาม ญาณใหญ่ ในต่อมา

เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








สาธุค่ะคุณแม่




 เปิดอ่านหน้านี้  4668 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย