พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก กรรม
Share |
กรรมกับการเผยแพร่ข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบัน มีการเขียน ,โพสต์( post ) , กระจายโดยการส่งต่อ ( forward ) ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ ,บทความ, ข่าวสารต่างๆ , รูปภาพนิ่ง หรือกระทั่ง ภาพเคลื่อนไหว ( video clip ) กันมากในโลกไซเบอร์หรือ อินเตอร์เน็ท ทุกวันนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก E-mail , Facebook, Twitter ,You Tube หรือแม้แต่ web page ต่างๆ ที่มีชื่อเสียง อาทิ พันธ์ทิพย์ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เทคโนโลยีดังกล่าวมีคุณอนันต์ ในขณะเดียวกันหากใช้ผิดวิธี ก็มีโทษมหันต์ เพราะเป็นช่องทางให้มนุษย์ยุคปัจจุบันทำกรรมดี ,กรรมชั่ว ครั้งละมากๆได้อย่างง่ายดาย ดังข่าวคราวต่างๆที่เราได้รับทราบทางทีวี,หนังสือพิมพ์ ที่มีการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับการหลอกลวง,การใส่ร้าย,โจมตี,ลงข้อความ หรือแพร่คลิปอันเป็นความจริงหรือเท็จที่มีผลทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย หรือ ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ,วิพากษ์วิจารณ์ด่าทอ ขณะเดียวกันผู้อ่านก็สามารถเขียนแสดงความคิดเห็น หรือกด like(ถูกใจ)และแสดงความเห็นด้วย ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกระบวนการทั้งหมดได้ร่วมกันสร้าง กรรมหมู่ โดยไม่รู้ตัว



กรรม 3

การเขียน, โพสต์ หรือ การกระจายข่าวส่งต่อโดยการ forward เป็นการทำกรรม ครบถ้วนทั้ง 3 ทาง กล่าวคือ

1 เป็นมโนกรรม กรรมทางใจ เพราะก่อนเขียนหรือส่งต่อ หรือกด like ได้มีการคิดไตร่ตรอง หรือ มีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้นแล้ว ในกรณีเป็น อกุศลมโนกรรม เช่น โกรธ , ไม่พอใจ , สะใจ , สนุก ,หรือยินดี ,ยินร้ายกับเรื่องราว หรือกรณีเป็นกุศลมโนกรรม ก็ได้แก่ จิตเมตตา,กรุณา เป็นต้น

2 เป็นกายกรรม กรรมทางกาย คือใช้มือในการเขียนหรือส่งต่อ หรือกด like แสดงความเห็นด้วยหรือชื่นชอบ,สนับสนุน ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้กรรมเกิดขึ้นสมบูรณ์ตามความมุ่งหมายของมโนกรรม

3 เป็นวจีกรรม กรรมทางวาจา การเขียนให้คนอื่นอ่าน หรือการส่งต่อ ข่าวสารให้คนอื่นได้รับรู้ จัดเป็นวจีกรรม แม้จะมิได้พูดออกมาเป็นเสียงให้ได้ยินโดยตรง แต่คนอื่นก็ได้ยินในสิ่งที่เราคิด หรือคำพูดในใจเราผ่านตัวหนังสือ เช่นเดียวกับการเขียนจดหมาย


ความหนักเบาของกรรม

ความหนักเบาของกรรมที่เรากระทำด้วยการเขียน หรือส่งต่อ จะเป็นกรรมหนักเบาแค่ไหนขึ้นกับ

1 เจตนา หากผู้เขียน ,โพสต์,ส่งต่อ กระทำด้วยอกุศลเจตนาที่รุนแรง เช่นเต็มไปด้วย
โลภะ,โทสะ,โมหะ ที่รุนแรง กรรมย่อมหนัก เช่นเขียนด่าทอด้วยความโกรธที่รุนแรง,อาฆาต,พยาบาท หรือเจตนาส่งข้อความหรือรูปภาพ,หรือคลิปที่มีเจตนาที่จะทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย,อับอาย(แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริง) ด้วยแรงโทสะมาก, สะใจมาก กรรมก็ยิ่งหนัก ยิ่งถ้าเรื่องนั้นไม่เป็นความจริงหรือเป็นเรื่องเท็จ กรรมก็ยิ่งหนักขึ้นเพราะเป็นการผิดศีล ตรงกันข้ามหากกระทำการ เขียน,โพสต์,ส่งต่อ ที่มากด้วยด้วยกุศลเจตนา ,มากด้วยความเมตตา,กรุณา เช่น ต้องการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก อาทิตามหาคนสูญหาย , บริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้จำเป็นต้องใช้ฉุกเฉิน , ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่น การดูแลสุขภาพ,การระวังภัยต่างๆ ย่อมได้บุญมาก

2 ความพยายาม หากกระทำการเขียน,โพสต์,ส่งต่อ ด้วยการใช้ความพยายาม ใช้เวลา
ทำมาก , ทำบ่อยๆ บุญหรือบาปก็มากหรือหนักตามความพยายามในการกระทำ

3 บุคคลที่ได้รับผลกระทบ หากการเขียน,โพสต์ ,ส่งต่อ ส่งผลกระทบต่อบุคคลที่มี
คุณต่อเราหรือต่อส่วนรวมมาก บุญหรือบาปย่อมหนักกว่ากระทำต่อบุคคลทั่วไป ผู้ที่มีคุณ
ต่อส่วนรวมหรือตัวเรามากได้แก่ พระพุทธเจ้า , พระอริยสงฆ์, พระมหากษัตริย์ , บิดา
มารดา , ผู้นำทางสังคม,ชุมชน,หรือองค์กร ซึ่งสร้างคุณประโยชนต่อผู้คนจำนวนมาก
อนึ่ง ปริมาณข่าวสารที่กระจายออกไปอาจไม่มีผลต่อความหนักเบาของกรรมโดยตรง แต่ย่อมส่งผลต่อปริมาณหรือจำนวนครั้งของวิบากกรรมที่ผู้เขียน,โพสต์,ส่งต่อ จะได้รับ เช่นการส่งข่าวสารที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย(ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่จริง) หากกระจายไปสู่ สาธารณชนจำนวนมาก วิบากกรรมที่ผู้กระทำจะได้รับก็คือ จะถูกนินทาว่าร้าย(ไม่ว่าเรื่องจริงหรือไม่จริง) จากผู้คนจำนวนมากในอนาคตช่วงที่กรรมส่งผล

ยึดหลักปิยวาจา

ปิยวาจา เป็นหนึ่งใน สังคหวัตถุธรรม 4 ซึ่งเป็นธรรมที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งได้แก่ทาน(การให้),ปิยวาจา(พูดดี) ,อัตถจริยา (การทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นตลอดจนส่งเสริมจริยธรรม ) ,สมานัตตา (ประพฤติตนเสมอต้นเสมอปลายเหมาะแก่ฐานะ) การเขียน,โพสต์,ส่งต่อ ข้อความ,ข่าวสาร , ภาพหรือคลิป เกี่ยวข้องกับปิยวาจาโดยตรง หลักของปิยวาจาหรือการพูดดี มีอยู่ 5ประการคือ

1 พูดเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเท็จ
2 พูดด้วยคำไพเราะ ไม่ใช้คำหยาบ
3 พูดด้วยความเมตตา
4 พูดถูกกาละเทศะ
5 พูดเพื่อสานประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อให้แตกความสามัคคีหรือแตกกัน
จะเห็นว่าหลักปิยวาจา นอกจากที่จะต้องพูดความจริงแล้ว สิ่งที่พูดต้องไพเราะ,มีความเมตตา,ถูกกาลและสานประโยชน์ ดังนั้นการกระทำด้วยการเขียน,โพสต์,ส่งต่อ หากเรี่องนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ ใช้คำหยาบ , กระทำด้วยการขาดความเมตตา แต่ทำด้วยแรงพยาบาท, โกรธ, กระทำไม่ถูกกาลเทศะ หรือ กระทำให้แตกความสามัคคี ต่อส่วนรวม หรือ ทำให้คนแตกกัน ย่อมไม่จัดเป็นปิยวาจา ตรงกันข้ามกลับเป็นการสร้างอกุศกรรม หรือกรรมชั่วให้ติดตัวไปรับวิบากในอนาคต



ข้อแนะนำการเขียน,โพสต์,ส่งต่อ ในโลกอินเตอร์เน็ท

เนื่องจากการเขียน,โพสต์,ส่งต่อ ข้อมูล,ข่าวสาร,ภาพ,คลิป เป็นการกระทำกรรมที่มีผลกระทบต่อสังคมจำนวนมาก บางครั้งการเขียนหรือโพสต์ครั้งเดียว มีการส่งต่อหรือมีผู้รับข่าวสาร,อ่านข้อมูล,ดูคลิป เป็นพัน,หมื่น,แสนหรือล้านๆครั้ง ดังนั้นวิบากรรมก็จะกลับสู่ผู้กระทำในบริมาณที่เท่าเทียมกัน ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงเป็นการสร้างบุญหรือบาปครั้งละมากๆ บางครั้งหนักหรือมากเกินกว่าที่ผู้กระทำจะคาดคิด ดังนั้นก่อนกระทำจึงควรใช้วิจารณญาณและคิดให่ถี่ถ้วนว่าจะเกิดผลดี,ผลเสียอย่างไรต่อผู้ได้รับผลกระทบหรือสังคมโดยรวม เพราะกรรมนั้นย่อมย้อนกลับมาสู่ผู้กระทำอย่างแน่นอนทั้งบุญและบาป เพียงแต่จะเร็วหนือช้าเท่านั้น เชื่อว่าวันหนึ่งๆเราทุกคนได้รับข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ทมากมาย โดยเฉพาะอีเมล จึงขอให้คำแนะนำดังนี้คือ


1) ก่อนส่งต่อ ให้พิจารณาข่าวสารที่ได้รับก่อนว่า เรื่องนั้นจริงหรือไม่ ,น่าเชื่อถือหรือไม่, เป็นประโยชน์ต่อผู้รับหรือไม่ , สานประโยชน์หรือไม่ , มีผู้ได้รับผลกระทบในด้านเสียหรือไม่ หากคำตอบตือ “ ไม่แน่ใจ ” ข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ควรส่งต่อ
2) ส่งต่อแต่เรื่องดีๆ เพื่อเป็นบุญหรือกุศลกรรมแก่ผู้ส่ง เช่น ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้รับ เช่นประโยชน์ต่อการทำงาน,การดำเนินชีวิตและสุขภาพ,เรื่องคุณธรรม,จริยธรรม,ศาสนา ,หรือเป็นประโยชน์ต่อสังคม,ผู้ที่กำลังรอความช่วยเหลือ
3) อย่าส่งต่อแบบตะพืดตะพือ เอาสนุกเข้าว่าโดยไม่สนใจว่า ใครจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะหากเป็นเรื่องไม่ดีของบุคคลสาธารณะที่เป็นที่สนใจของสังคม ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าหากเราถูกกระทำเช่นนั้นบ้างเราจะรู้สึกอย่างไร และระวังวิบากกรรมจะกลับสู่เราในอนาคต
4) อย่าส่งต่อ หรือ กด like เพราะตรงกับความรู้สึกของเราหรือตรงกับที่เราคิด โดยเฉพาะเรื่องการเมือง,ศาสนา, การขัดแย้งทางความคิดในสังคม,ชุมชน,องค์กร เพราะเรื่องความคิดเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ละคนตัดสินจากประสบการณ์, ข้อมูลที่ได้รับหรือที่ตนเองมีอยู่ ซึ่งอาจไม่รอบด้าน , วิธีคิดและทัศนคติที่แต่ละคนสั่งสมมา อย่าลืมว่า ความคิดเป็นสมมุติบัญญัติ ไม่มีจริง เป็นมายา ฉะนั้นปล่อยวางเสียบ้าง มิฉะนั้นจิตจะสร้างกรรมไม่รู้จักจบสิ้น เป็นการผูกกรรมสืบต่อภพชาติ ยกตัวอย่างผู้ที่มีความคิดขัดแย้งทางการเมือง ทะเลาะกัน ฆ่ากัน เขาทะเลาะกันมาหลายยุคหลายสมัย,หลายภพชาติแล้ว หากยังไม่หยุด จิตจะผูกกรรมต่อเนื่องไปทะเลาะกันชาติหน้าต่อ ฉะนั้นหากเวลาได้รับข้อมูลประเภทนี้แล้วส่งต่อ ผู้ที่ส่งต่อข้อมูลก็เท่ากับเป็นผู้สนับสนุน ร่วมกันผูกกรรมกับเขากันต่อไป ลองคิดดูว่า เวลาเรารับข้อมูลความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา จิตใจเราตอนนั้นปลอดโปร่งโล่งเบาสบายมีความสุข หรือเต็มไปด้วยโทสะ,โมหะ,เครียดแค้นชิงชัง มีแต่ความทุกข์ มีแต่ความทุกข์ใช่ไหม และเราก็รับวิบากทันทีคือเครียด , สุขภาพไม่ดีโรคภัยไข้เจ็บตามมา แล้วถ้าเรายังส่งต่อข้อมูลไปให้คนอื่นอีก ก็ยิ่งสร้างกรรมมากขึ้น ไปทำให้คนอื่นเครียดอีก ทุกข์อีก หากเราส่งต่อไปอีก ร้อยคน พันคน วิบากกรรมจะย้อนกลับมาหาเราขนาดไหน บางคนเป็นคนขี้โกรธ,เครียดง่าย อาจเป็นวิบากกรรมเก่าที่ทำให้คนอื่นโกรธ,เครียด วิบากจึงย้อนกลับมาหา ทำให้เป็นคนขี้โกรธ,เครียดง่าย และสิ่งที่ตามมาคือโรคภัยไข้เจ็บ หากใครที่มีปัญหาโรคภัยที่เกิดจากความเครียด (ซึ่งมีมากมาย) ลองปล่อยวางความคิด ลดอัตตาตัวตนลง โรคภัยไข้เจ็บอาจดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึง แต่หากยังกระทำกรรมเช่นนี้ต่อ ก็ยิ่งสร้างกรรมเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นกรรมหนักที่เรามองข้ามและนึกไม่ถึงจริงๆ

http://kuakiddeedee.blogspot.com/2011/09/blog-post_04.html
ที่มา : http://kuakiddeedee.blogspot.com/2011/09/blog-post_04.html
http://yourshoponline.org

DT013080
nantnapas

5 ก.ย. 2555 เวลา 15:30 น.

โพสต์: 2
อนุโมทนา: 7
ได้รับอนุโมทนา: 0




ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 904 คน  ปิดหน้านี้




Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย