เหตุแห่งกรรม
 DhammathaiTeam   15 ต.ค. 2553


เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงตอนที่ผมอยู่ที่ต่างจังหวัด และสิ่งที่ผมจะเล่าให้ฟังนี้เป็นความเชื่อของผมเอง เนื่องจากผมเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อเรื่องเวรกรรมเป็นอย่างมาก เรื่องก็มีอยู่ว่า

"ก่อนที่ผมจะเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำช่วยเหลื่อครอบครัวและเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ปมกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมต้น ผมเป็นคนที่ชอบหาปลามากและชอบล่าสัตว์เป็นที่หนึ่ง ที่สำคัญเป็นคนที่ทำบาปขึ้นอีกต่างหาก เวลาหน้าน้ำดำนาก็ชอบทอดแห,ใส่เบ็ด,เวลาไปก็จะชอบชวนเพื่อนๆไปด้วย เพื่อนคนอื่นที่ไปด้วยกันทอดแหลงไปยังไงก็ไม่ค่อยมีปลาติดมาด้วย แต่ตัวผมเองแม้จะทอดตรงที่เพื่อนทอดไปไม่ถึงสิบนาทีก็ได้ปลาติดขึ้นมา หรือจะใส่เบ็ดก็ไม่ค่อยได้ปลาสักเท่าไหร่มันก็เป็นเรื่องแปลก!!!! แต่ถ้าเป็นหน้าแล้งช่วงเดือนเมษายนผมกับเพื่อนๆก็จะชวนกันไปยิงกิ่งกามาผัดเผ็ดกินกันขอบอกว่ามันเป็นอาหารชั้นเลิศเลยครับ ไปยิงทีก็เหมือนเดิมครับเรื่องฆ่าสัตว์ถนัดนักกิ่งกาจะปีนขึ้นไปบนยอดไม้ก็ยังสามารถยิงมันตกลงมาได้ แถมถ้าตัวไหนสุดความสามารถถึงขนาดต้องปีนขึ้นไปไล่ยิงบนต้นไม้ซึ่งมันเป็นความโหดร้ายทารุณมาก กิ้งก่าตัวนิดเดียวคนมีสี่ห้าคนไล่จับมันตัวเดียว แต่!!! ไม่คิดอะไรก็ยิ่งทำให้ดีใจกับเวรกรรมที่ตนได้กระทำ โดยไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องรับกรรมในสิ่งที่ตัวเองกระทำ ด้วยความสนุกสนานของความเป็นเด็กอยู่ในขณะนั้นทำให้ไม่ค่อนคิดอะไร ผมทำอย่อย่างนี้เสมอๆๆเป็นระยะเวลาหลายปี และจนวันหนึ่งผมต้องมีแผลในเท้าเพราะเดินไปเหยีบแก้วซึ้งผมก็พยายามที่จะสังเกตก่อนเดินอยู่แล้วแต่ก็พลาดจนได้ ซึ่งมันเป็นแผลค่อนข้างลึกและยาวพอสมควรถ้าเย็บก็คงประมาณเกือบสิบเข็มได้ ซึ่งสิ่งที่มันเกิดขึ้นนี้ปีเเรกๆผมยังไม่ค่อยคิดอะไรมากหรอกเพราะว่ามันคงเป็นอุบัติเหตุธรรมดา แต่เมื่อปีต่อมามันก็เป็นเหมือนเดิมอีกและเป็นช่วงเวลาเดียวกันอีก และอีกครั้งหนึ่งของปีต่อมามันเป็นครั้งที่ทรมานมากตอนนั้นผมไปทอดแหกับน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งวันนั้นสนุกมากเพราะได้ปลาเยอะมาก เราไปกันค่อนข้างไกลจึงได้เอาจักรยานไปด้วยและสิ่งที่ไม่น่าเกิดก็เกิดขึ้นซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าเเปลกมาก เพราะว่าตรงที่ผมทอดแหนั้นผมเพิ่งทอดไปไม่นาน จำได้ไม่เกิน 10 นาทีได้ซึ่งผมจะวนเวียนทอดอยู่บริเวณนั้นเพราะปลาค่อนข้างชุมเพราะมีน้ำไหลตลอดปลาจะชอบมาว่ายน้ำเล่น จุดที่ก่อนจะเกิดเหตุนั้นผมได้ทอดแหไปผมก็กระโดดลงไปด้วยก็ไม่เห็นเป็นไร (น้ำไม่ค่อยลึกสูงประมาณหัวเข่าแต่น้ำจะไหลแรงพอสมควรจึงต้องกระโดดลงไปประคองแหไม่ให้ไหลไปตามน้ำถ้าปลาติดปลาจะได้ไม่หลุดออกจากแห)แต่ครั้งนี้ผมก็ทำเหมือนเดิม จุ๊บ...กึ๊ด !!!!!!!!!!!! ผมเริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที ผมจึงยกเท้าขึ้นจากน้ำมองดูปลากดว่าเลือดไหลพุ่งเหมือนกับสายยางฉีดน้ำซึ้งผมไม่เคยเจอมันน่ากลัวมาก

ผมเล่าแล้วขนลุก มันน่ากลัว ผมมองเห็นเส้นเอ็นสีขาวเป็นเยื่อบุเป็นไขมัน ด้วยความที่ตกใจและเจ็บมากเลยกระฉากแหขึ้นจากน้ำร้องเรียกน้องบอกให้มาช่วยหน่อยเพราะว่าผมปวดมากและเดินไม่ได้ วางเท้ากับพื้นไม่ได้ผมทอดเสื้อออกซึ่งวันนั้นผมใส่เสื้อกีฬาสีแดงไปด้วยตอนนั้นแยกไม่ออกว่าเลือดกับเสื้ออันไหนมันแดงกว่ากัน ผมเอาไปพันที่แผลห้ามเลือดไว้ตอนนั้นไม่คิดอะไรอยากกลับบ้านบอกให้น้องปั้นจักรยานกลับบ้านด่วน ผมตัวใหญ่กว่าน้องน้องประคองรถไม่ค่อยไหวเกือบพาคว่ำไปหลายรอบเหมือนกัน ผมปวดมาก มันทรมานมาก จนผมไปถึงบ้านเรียกให้พีสาวมาอุ้มหน่อยผมเดินไม่ไหว หลังจากนั้นพี่สาวเอาผ้ามาให้เปลี่ยนแล้วก็เอาเสื้อที่พันแผลออกปรากฎว่า เส้นเอ็นหัวแม่เท้าขาด มันปวดมากทรมานมาก ที่หมู่บ้านผมมีสถานีอนามัยพอพี่สาวส่งถึงสถานีอนามัยหมอก็รีบมารับพยุงตัวเข้าห้องพยาบาลวันนั้นมันเป็นวันที่จะถือว่า ซวย !!! ก็ว่าได้ ยาชาหมดครับ หมอต้องเย็บแผลสดๆครับโดยไม่มีการฉีดยาชาก่อนแต่ประการใด มันเป็นอะไรที่ทรมานมาก เนื่องจากเส้นเอ็นขาดทำให้เย็บค่อนข้างลำบากบวกกับผมก็เจ็บมาก ทำให้เข็มเจ็บหักไปสองเข็มหมอบอกว่าถ้าให้เจ็บกจริงๆๆ ก็ประมาณเกือบ 10 เข็มครับ กลัวผมเจ็บก็เลยเจ็บให้ 3 เข็ม เพราะผมก็ยอมรับว่ามันปวดมากจริงๆๆๆ

ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ผมเริ่มคิดว่าทำไมผมต้องมาเจ็บอย่างนี้ทุกปีและเป็นช่วงเดียวกันด้วย ผมจึงคิดว่าใช่ !!!!!! = ใช่ !!!!!! แน่นอนมันต้องเป็นเพราะเราสร้างเวรสร้างกรรมไว้เยอะไม่รู้จักพอ หาได้มาเยอะแล้วยังอยากได้เพิ่มอีก พอหลังจากนั้นผมก็เริ่มฆ่าสัตว์น้อยลงและผมได้เรียนจบมัธยมต้นก็เลยได้เข้ามาทำงานและเรียนที่กทม.และอยู่ที่กรุงเทพฯ ทุกวันนี้แต่ก็มีกลับไปเยี่ยมแม่บ้าง อยู่ที่นี่ไม่ได้ฆ่าสัตว์โดยตรงแต่ก็ฆ่าทางอ้อม แต่ก็ดีกว่าที่อยู่ต่างจังหวัดเพราะว่าอยู่ทีต่างจังหวัดอยากกินปลาถ้าไม่ขี้เกียจถือแหเดินลงจากบ้านแปปเดียวก็ได้กิน ทุกวันนี้ไม่ค่อยเจ็บค่อยไข้ครับด้วยอานิสงค์ การทำบุญการละการสร้างบาปแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ที่เราได้ล่วงเกินเขาได้ฆ่าเขา ขอให้เขาได้รับส่วนบุญที่เราได้กระทำทั้งหมดแด่ทุกตนทุกท่าน นี่เป็นอุทาหรณ์และความเชื่อส่วนบุคคลครับแล้วแต่ว่าใครจะเชื่อไม่ว่ากันครับ แต่สำหรับผม เชื่อ !!!!! เวรกรรมมีจริง





DT0005

DhammathaiTeam

15 ต.ค. 2553
 เปิดอ่านหน้านี้  3267 

   ความคิดเห็น


RELATED STORIES


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย