ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภี ยสสฺสี สุขสีลวา ปิโย เทวมนุสฺสานํ มนาโป โหติ ขนฺติโก ผู้มีความอดทน นับว่ามีเมตตามีลาภมียศและมีสุขเสมอ , ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่รักชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทธสุภาษิตบทนี้ มาจาก สคาถวคค สํยุตตนิกาย (หรือปรากฏในคัมภีร์ธรรมบทและขุททกนิกาย) เน้นย้ำถึงอานิสงส์และคุณค่าของการมี "ขันติ" (ความอดทนอดกลั้น) ในการดำเนินชีวิตครับ
1. คำอ่านภาษาบาลี (Karaoke / Phonetic Reading)
ขนฺติโก
อ่านว่า: ขัน-ติ-โก
เมตฺตวา
อ่านว่า: เมต-ตะ-วา
ลาภี
อ่านว่า: ลา-พี
ยสสฺสี
อ่านว่า: ยะ-สัด-สี (หรือ ยะ-สัด-ซี)
สุขสีลวา
อ่านว่า: สุ-ขะ-สี-ละ-วา
ปิโย
อ่านว่า: ปิ-โย
เทวมนุสฺสานํ
อ่านว่า: เท-วะ-มะ-นุด-สา-นัง
มนาโป
อ่านว่า: มะ-นา-โป
โหติ
อ่านว่า: โห-ติ
ขนฺติโก
อ่านว่า: ขัน-ติ-โก
2. การอธิบายเพิ่มเติม (คำต่อคำและอานิสงส์)
พุทธสุภาษิตบทนี้ฉายภาพให้เห็นว่า "ขันติ" ไม่ใช่แค่การทนรับความทุกข์อย่างจำใจ แต่เป็น ตบะ (เครื่องเผาผลาญความชั่ว) และเป็นเกราะคุ้มกันจิตใจที่สร้างคุณงามความดีอื่นๆ ตามมามากมาย:
ขันติโก (ผู้มีความอดทน): อดทนต่อความยากลำบาก อดทนต่อความเจ็บปวด (เวทนา) และอดทนต่อกิเลส/คำลบหลู่
เมตฺตวา (นับว่ามีเมตตา): เมื่อมีความอดทน จิตใจจะไม่โกรธตอบหรือไม่โต้ตอบด้วยอารมณ์ร้าย จึงกลายเป็นผู้มีความปรารถนาดี (เมตตา) ต่อผู้อื่นโดยอัตโนมัติ
ลาภี ยสสฺสี (ย่อมเป็นผู้มีลาภ มียศ): ผู้ที่อดทนทำงาน อดทนต่อปัญหา จะได้รับการยอมรับ เติบโตในหน้าที่การงาน และได้มาซึ่งลาภยศสรรเสริญ
สุขสีลวา (มีปกติอยู่เป็นสุข / มีศีลเป็นสุข): ความอดทนช่วยให้ไม่ทำผิดศีล ไม่ก่อศัตรู ทำให้จิตใจสงบเย็น นั่งหรือนอนก็เป็นสุข
ปิโย เทวมนุสฺสานํ มนาโป (เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์): คนที่มีจิตใจเข้มแข็ง สงบ ไม่เกรี้ยวกราด ย่อมเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ทั้งมนุษย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เทวดา) อยากเข้าใกล้และเมตตาเอ็นดู
3. สรุปความหมายและข้อคิดนำไปใช้
บทสรุป:
"ความอดทน" คือรากฐานของความสำเร็จและความสุขทั้งปวง
คนที่มีขันติจะเป็นคนที่สง่างาม ทั้งทางโลกและทางธรรม:
ทางโลก: ความอดทนนำมาซึ่งการสำเร็จงานใหญ่ สร้างมิตรภาพ ได้รับความเคารพ ลาภ ยศ และความก้าวหน้า
ทางธรรม: ความอดทนช่วยดับไฟแห่งความโกรธ (โทสะ) นำมาซึ่งความสงบใจ เป็นที่รักของคนรอบข้างและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
๛