กุสโลว ชหาติ ปาปกํ คนฉลาดนั้นแหละย่อมละสิ่งลามก
• พุทธสุภาษิต •
กุสโลว ชหาติ ปาปกํ
คนฉลาดนั้นแหละ ย่อมละสิ่งลามก (บาปอกุศล)
◘ คำอ่านบาลี
กุ-สะ-โล-วะ ชะ-หา-ติ ปา-ปะ-กัง
หรือแยกศัพท์ได้ดังนี้
กุสโล (Kusalo) = ผู้ฉลาด, ผู้มีปัญญา, ผู้มีความชำนาญในความดี
ว (va) = นั่นแหละ, เท่านั้น, ย่อม
ชหาติ (jahāti) = ละ, ปล่อย, สละ, ทิ้ง
ปาปกํ (pāpakaṃ) = ความชั่ว, สิ่งที่เป็นบาป, สิ่งเศร้าหมอง
◘ ความหมาย
ผู้ที่มีปัญญาแท้จริง ย่อมรู้ว่าสิ่งใดเป็นโทษแก่ตนและผู้อื่น จึงสามารถละทิ้งความชั่ว ความประพฤติที่ไม่ดี และกิเลสที่ทำให้ใจเศร้าหมองได้
คำว่า "ฉลาด" ในพุทธศาสนา ไม่ได้หมายถึงฉลาดทางโลกหรือมีความรู้มากเท่านั้น แต่หมายถึง ผู้รู้ผิดชอบชั่วดี รู้เหตุรู้ผล และนำความรู้นั้นมาปฏิบัติจนละอกุศลได้
◘ อธิบายเพิ่มเติม
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ความฉลาดที่แท้จริงวัดจากการกระทำ มิใช่เพียงคำพูดหรือความรู้
คนฉลาด เมื่อรู้ว่า ความโกรธ เป็นเหตุแห่งทุกข์ ก็ฝึกให้อภัย
เมื่อรู้ว่า ความโลภ นำมาซึ่งความเดือดร้อน ก็รู้จักพอ
เมื่อรู้ว่า ความหลง ทำให้ตัดสินใจผิด ก็หมั่นศึกษาธรรมและเจริญสติ
ผู้มีปัญญาจึงค่อย ๆ ละอกุศลทีละน้อย จนจิตใจสะอาดและสงบ
ในทางปฏิบัติ สุภาษิตนี้เตือนให้เราหมั่นพิจารณาตนเองอยู่เสมอว่า
○ สิ่งใดควรละ
○ สิ่งใดควรเจริญ
○ สิ่งใดทำให้ใจเศร้าหมอง
○ สิ่งใดทำให้ใจผ่องใส
เมื่อเห็นตามความเป็นจริงแล้ว จึงลงมือแก้ไขอย่างต่อเนื่อง นี่คือหนทางแห่งความเจริญในพระพุทธศาสนา
◘ ตัวอย่างการนำไปใช้
โกรธแล้วรู้ตัว รีบระงับอารมณ์ ไม่ปล่อยให้โทสะครอบงำ
ซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น แม้ไม่มีใครเห็น
เลือกคบกัลยาณมิตร และหลีกเลี่ยงอบายมุข
ฝึกเจริญสติและสมาธิ เพื่อให้เห็นกิเลสและละได้ง่ายขึ้น
◘ สรุป
"กุสโลว ชหาติ ปาปกํ" สอนว่า ความฉลาดที่แท้จริง คือการรู้จักละความชั่วและความเศร้าหมองของจิตใจ ผู้มีปัญญาจะไม่ปล่อยให้กิเลสครอบงำ แต่ใช้สติและปัญญาพัฒนาตนเองอยู่เสมอ จนชีวิตมีความสงบ เจริญงอกงาม และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
๛