น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ ในกาลไหน ๆ เวรในโลกนี้ย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย
น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ ในกาลไหน ๆ เวรในโลกนี้ย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย
คำอ่านภาษาบาลี
พุทธสุภาษิตบทนี้ อ่านออกเสียงตามหลักภาษาบาลี (อักขรวิธี) ได้ดังนี้:
นะ หิ เว-เร-นะ เว-รา-นิ
สัม-มัน-ตี-ทะ กุ-ทา-จะ-นัง
(หมายเหตุ: คำว่า "สมฺมนฺตีธ" เกิดจากการสนธิหรือเชื่อมคำกันระหว่าง สมฺมนฺติ + อิธ จึงออกเสียงควบเป็น สัม-มัน-ตี-ทะ)
อธิบายเพิ่มเติม: เบื้องหลังและหัวใจของพุทธสุภาษิต
คาถาบทนี้ปรากฏอยู่ใน พระธรรมบท ขุททกนิกาย ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงเรื่อง "นางยักษิณี" ที่ผูกเวรจองล้างจองผลาญกับหญิงอีกคนหนึ่งข้ามภพข้ามชาติ (คนหนึ่งเกิดเป็นเมียน้อย เมียหลวง คลอดลูกมาก็ฆ่าลูกของอีกฝ่าย สลับกันไปมาด้วยความแค้น) จนกระทั่งในชาตินิยม พระพุทธเจ้าทรงช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้ฟังธรรมและมองเห็นความจริงว่า การแก้แค้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้ไฟแค้นลุกโชนไม่จบสิ้น ทั้งสองจึงยอมขอขมาและอโหสิกรรมต่อกัน เวรจึงระงับลงได้
พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสประโยคเต็ม (ซึ่งมีบาทต่อท้าย) ไว้ว่า:
น หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ
อเวเรน จ สมฺมนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโน.
ในกาลไหน ๆ เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร
แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร นี่เป็นธรรมะที่เก่าแก่ (เป็นกฎธรรมชาติที่จริงแท้ตลอดกาล)
ทำไมเวรจึงไม่ระงับด้วยเวร?
ลองจินตนาการว่า "เวร" หรือความแค้นเหมือนกับ "ไฟ" ครับ ถ้ามีคนเอาไฟมาเผาบ้านเรา แล้วเราโกรธจัด จึงเอาไฟไปเผาบ้านเขาคืน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไฟดับ แต่คือไฟที่ลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนไหม้หมดทั้งสองฝ่าย การใช้ความรุนแรงตอบโต้ความรุนแรง หรือการใช้ความเกลียดชังตอบโต้อารมณ์โกรธ จึงมีแต่จะทำให้วงจรแห่งความทุกข์ขยายตัวไม่รู้จบ
สรุปสาระสำคัญ
วิธีเดียวที่จะหยุด "เวร" ได้ ไม่ใช่การชนะทางกายภาพหรือการล้างแค้นสำเร็จ แต่คือ "การหยุดที่ใจของตัวเอง" ผ่านหลักการง่ายๆ 3 ข้อนี้ครับ:
การให้อภัย (อภัยทาน): คือการเด็ดฉนวนระเบิดเวลาทิ้ง การให้อภัยไม่ได้แปลว่าเรายอมแพ้ หรือบอกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้อง แต่หมายถึงเรา "เลือกที่จะไม่แบกความโทุกข์" ไว้ในใจเราอีกต่อไป
การไม่ต่อความยาวสาวความยืด: เมื่อผ่ายหนึ่งรุกรานมา หากเราไม่ตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน (สู้ด้วยเหตุผลหรือกฎหมาย แต่ไม่สู้ด้วยความเกลียดชัง) วงจรนั้นจะค่อยๆ ฝ่อและจบลงไปเอง
ความเมตตา: มองเห็นว่าคนที่กำลังจองเวรเรา แท้จริงแล้วเขาก็กำลังถูกไฟแห่งความโกรธแผดเผาใจตัวเองอยู่เช่นกัน การมองด้วยความเข้าใจจะช่วยให้เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้น
บทสรุปในประโยคเดียว:
"สงครามจบลงได้ด้วยการเจรจาและความเข้าใจฉันใด เวรสารพัดในชีวิตก็ระงับลงได้ด้วยการ ปล่อยวางและให้อภัย ฉันนั้น"
๛