นามนุญฺญํ กุทาจนํ ไม่ควรพูดวาจาไม่เป็นที่พอใจในกาลไหน ๆ
นามนุญฺญํ กุทาจนํ ไม่ควรพูดวาจาไม่เป็นที่พอใจในกาลไหน ๆ
พุทธสุภาษิต
เอกนิบาตชาดก
๏ พุทธสุภาษิตบทนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารอย่างมีสติ เป็นหลักการสร้างเสน่ห์และลดความขัดแย้งที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย
________________________________________
📖 คำอ่านภาษาบาลี
พุทธสุภาษิตบทนี้อ่านว่า:
"นา-มะ-นุน-ญัง กุ-ทา-จะ-นัง"
________________________________________
💡 อธิบายเพิ่มเติม: ทำไมจึงห้ามพูด "วาจาไม่เป็นที่พอใจ"?
การสื่อสารตามหลักพุทธศาสนาไม่ได้เน้นแค่ "ความจริง" เท่านั้น แต่ยังเน้นเรื่อง "กาลเทศะ" และ "น้ำใจ" อีกด้วย
1. ลักษณะของวาจาที่ไม่เป็นที่พอใจ (อมนุญฺญํ): ไม่ใช่แค่คำหยาบคายเท่านั้น แต่รวมถึงคำพูดประชดประชัน คำส่อเสียดที่ทำให้คนอื่นเจ็บช้ำ หรือแม้แต่การพูดความจริงแต่พูดผิดที่ผิดเวลา จนก่อให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์
2. กาลไหน ๆ (กุทาจนํ): คำนี้เน้นย้ำว่า "ไม่ว่าสถานการณ์ใด" แม้ในยามโกรธ ยามเสียเปรียบ หรือยามที่เราคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูก เราก็ควรควบคุมวาจาให้สุภาพเสมอ เพราะคำพูดที่หลุดไปแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้
3. ผลกระทบทางจิตวิทยา: คำพูดที่ไม่รื่นหูมักสร้าง "กำแพง" ในใจผู้ฟัง ทันทีที่เราพูดคำไม่ดีออกไป ผู้ฟังจะปิดรับคำแนะนำและเปลี่ยนเป็นโหมดป้องกันตัวหรือตอบโต้ ทำให้การสื่อสารล้มเหลว
________________________________________
📌 สรุปหลักการนำไปใช้
สิ่งที่ควรเลี่ยง สิ่งที่ควรทำแทน
พูดด้วยอารมณ์: ประชดประชัน เสียดสี พูดด้วยเมตตา: ใช้ปิยวาจา (คำอ่อนหวาน)
พูดไม่คิด: พูดไปก่อนแล้วค่อยเสียใจทีหลัง คิดก่อนพูด: ประเมินว่าพูดแล้วเกิดประโยชน์ไหม
พูดผิดกาล: ตำหนิผู้อื่นต่อหน้าธารกำนัล พูดถูกเวลา: เลือกจังหวะที่เหมาะสมและเป็นส่วนตัว
บทสรุป: พุทธสุภาษิตบทนี้สอนให้เราเป็น "นายของคำพูด" การไม่พูดวาจาที่ทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองใจ คือการรักษาความสัมพันธ์และรักษาใจของตัวเราเองไม่ให้เศร้าหมองตามไปด้วย
๛