น เว อนตฺถกุสเลน อตฺถจริยา สุขาวหา ความประพฤติประโยชน์ กันคนฉลาดในสิ่งไม่เป็นประโยชน์ ไม่นำความสุขมาเลย
น เว อนตฺถกุสเลน อตฺถจริยา สุขาวหา
ความประพฤติประโยชน์ กันคนฉลาดในสิ่งไม่เป็นประโยชน์ ไม่นำความสุขมาเลย
พุทธสุภาษิต
เอกนิบาตชาดก
๏ พุทธสุภาษิตนี้เป็นบทเตือนใจที่ดีมาก โดยเฉพาะในยุคที่เรามีทางเลือกในการทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย
---
คำอ่านภาษาบาลี
น เว อนตฺถกุสเลน อตฺถจริยา สุขาวหา
> อ่านว่า:นะ เว อะ-นัด-ถะ-กุ-สะ-เล-นะ อัด-ถะ-จะ-ริ-ยา สุ-ขา-วะ-หา
---
อธิบายความหมายรายศัพท์
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูความหมายของคำหลักในบทนี้:
อนตฺถกุสล (อนัตถกุสละ): ผู้ฉลาดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือคนที่เก่งในทางที่ผิด (เช่น เก่งเรื่องอบายมุข เก่งเรื่องการโกง หรือเก่งในเรื่องที่ไร้สาระไปวัน ๆ)
อตฺถจริยา (อัตถจริยา): การประพฤติประโยชน์ หรือความพยายามที่จะทำเรื่องดี ๆ
สุขาวหา (สุขาวหา): การนำมาซึ่งความสุข
น เว (นะ เว): ไม่...เลย (เป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่น)
---
ขยายความให้เห็นภาพ
ภาษิตนี้ชี้ให้เห็นว่า"ความฉลาด" เพียงอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่ต้อง "ฉลาดให้ถูกเรื่อง" ด้วย
1.คนฉลาดผิดทาง: บางคนมีความสามารถสูงมาก (กุสเลน) แต่ใช้ความสามารถนั้นไปในทางที่ไม่เกิดสาระ (อนัตถะ) เช่น ใช้สมองไปกับการวางแผนเอาเปรียบผู้อื่น หรือใช้เวลาไปกับเรื่องที่ทำแล้วชีวิตย่ำอยู่กับที่
2.ความหวังดีที่ผิดพลาด: แม้คนกลุ่มนี้จะพยายามทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ (อตฺถจริยา) แต่ด้วยพื้นฐานความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือวิธีการที่ "ฉลาดแบบผิด ๆ" ผลลัพธ์ที่ได้มักจะสร้างความวุ่นวายมากกว่าความสุข
3.บริบทของกัลยาณมิตร: ภาษิตนี้ยังเตือนให้เราเลือกคบคน หากเราให้คนที่มีทัศนคติผิด ๆ หรือคนที่มีความรู้แต่ขาดคุณธรรมมาช่วยงาน แม้เขาจะตั้งใจทำประโยชน์ แต่สุดท้ายอาจกลายเป็นการสร้างปัญหา (สร้างทุกข์) แทน
---
สรุปใจความสำคัญ
>"ความเก่งที่ปราศจากปัญญาแยกแยะประโยชน์ ย่อมไม่อาจสร้างความสุขที่ยั่งยืนได้"
การมีความรู้ความสามารถ (ความฉลาด) เป็นเรื่องดี แต่ต้องควบคู่ไปกับ"โยนิโสมนสิการ" (การคิดอย่างถูกวิธี) เพื่อให้สิ่งที่ทำนั้นเป็นประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่แค่ความฉลาดที่สูญเปล่า
๛