เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข สติยา คนต้องประคองภาชนะเต็มด้วยน้ำมันฉันใด ต้องตามรักษาจิตของตนไว้ด้วยสติฉันนั้น
เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข สติยา
คนต้องประคองภาชนะเต็มด้วยน้ำมันฉันใด ต้องตามรักษาจิตของตนไว้ด้วยสติฉันนั้น
พุทธสุภาษิต
เอกนิบาตชาดก
๑. คำอ่านภาษาบาลี
เพื่อให้การอ่านออกเสียงถูกต้องตามอักขระวิธีบาลี (อ่านแบบไทย) สามารถอ่านได้ดังนี้:
เต-ละ-ปัด-ตัง ยะ-ถา ปะ-ริ-หะ-เรย-ยะ เอ-วัง สะ-จิด-ตะ-มะ-นุ-รัก-เข สะ-ติ-ยา
---
๒. อธิบายความหมาย
สุภาษิตนี้เป็นการ "อุปมาอุปไมย" ระหว่างการถือของประคองยาก กับการประคองจิต
เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย: เปรียบเหมือนคนที่ต้องประคอง "บาตรหรือภาชนะที่เต็มเปี่ยมด้วยน้ำมัน" เดินไปท่ามกลางฝูงชนหรือทางที่ขรุขระ ลองจินตนาการดูนะครับว่าน้ำมันนั้นลื่นและกระฉอกง่ายมาก หากประมาทเพียงนิดเดียว น้ำมันก็จะหกเลอะเทอะ หรือภาชนะอาจหลุดมือได้
เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข สติยา: จิตของคนเราก็เช่นกัน มันวอกแวกและไหลไปตามอารมณ์ได้ง่ายมาก (เหมือนน้ำมันที่พร้อมจะหก) เราจึงต้องใช้ "สติ" เป็นตัวกำกับและประคองจิตไว้ ไม่ให้ไหลไปสู่อกุศล หรือไม่ให้ฟุ้งซ่านไปกับสิ่งเร้าภายนอก
หัวใจสำคัญ: คือการเปรียบเทียบว่า "สติ" ทำหน้าที่เหมือน "มือที่ประคองภาชนะ" หากมืออยู่นิ่งและมั่นคง น้ำมันก็ไม่หก หากสติมั่นคง จิตก็ไม่เสียสมดุล
---
๓. บทสรุป
พุทธสุภาษิตนี้สอนให้เรา "ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท" โดยมีสติเป็นเครื่องมือสำคัญ:
1. จิตเป็นสิ่งรักษาได้ยาก: เพราะมักจะคิดนั่นคิดนี่ตลอดเวลา
2. สติคือเครื่องคุ้มกัน: การรักษาจิตไม่ใช่วิธีการบังคับ แต่คือการ "ระลึกรู้" (สติ) ให้เท่าทันปัจจุบัน
3. ความสม่ำเสมอ: เหมือนการประคองภาชนะที่ต้องทำตลอดเส้นทาง การฝึกสติก็ต้องทำต่อเนื่องในทุกขณะจิต
---
"สติเปรียบเสมือนหางเสือเรือ หรือมือที่ประคองแก้วน้ำที่เต็มเปี่ยม หากสติยังอยู่ จิตก็ยังปลอดภัย"
๛