บุญกฐินสร้างพระอุปคุต ตู้พระไตรปิฎก ต่อดวงชะตาให้ชีวิต
 thitiwats   27 ก.ย. 2555

ตัวกระผมได้ดำเนินการมา 3 เดือนแล้วครับในการจัดสร้่างองค์พระอุปคุตหน้าตัก 29 นิ้ว ตู้พระไตรปิฏก และหาปัจจัยเพื่อสมทบซื้อที่ดินเพื่อทำสถานปฎิบัติธรรม พระกรรมฐาน ณ.วัดศรีสง่าสามัคคี บ้านหนองศาลา ต.หนองสังข์ อ.แก้งคล้อ จ.ชัยภูมิ ถวายแด่พระครูวีระปํญญาคม (พระอาจารย์ถวิล)เจ้าอาวาส ซึ่งตัวข้าพเจ้าและเพื่อนกัลยณมิตรธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ยอดเงินตอนนี้คำนวณจากรายชื่อยอดเงินอยู่ที่ 130,000 บาท จึง กราบเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา ต่อยอดองค์กฐินตามความศรัทธาเพื่อสมทบสร้างองค์พระอุปคุตหน้าตัก 29 นิ้ว ตู้พระไตรปิฎก และปัจจัยเพื่อสมทบซื้อที่ดินครับ

ขอแจงรายละเอียดในการสร้างดังนี้ประมาณ 125,500 บาท โดยแบ่งออกเป็นรายละเอียดดังนี้

1.) องค์รูปหล่อพระอุปคุตเถระ (ต้องทำบล๊อกขึ้นมาใหม่ เนื่องจากบล๊อกเดิมที่มีถูกน้ำท่วมเสียหาย) หน้าตัก 29 นิ้ว ใช้ปัจจัย 90,000 บาท

2.) ตู้พระไตรปิฏกไม้สัก + หนังสือ 45 เล่ม (สั่งซื้อจากวิทยาลัยสงฆ์จุฬาลงกรณ์)

ใช้ปัจจัย 25,500 บาท (ไม่รวมค่าจัดส่ง)

3.) เครื่องอัฐบริขารพระสงฆ์ครบชุด ใช้ปัจจัยประมาณ 10,000 บาท

ส่วนจำนวนปัจจัยที่ไม่หักค่าใช้จ่ายในงานบุญจะนำปัจจัยถวายพระอาจารย์ถวิลเพื่อซื้อที่ดินปลูกป่าทำสถานปฏิบัติธรรมขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมหมุนวงล้อธรรมจักร เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ร่วมกับวัดศรีสง่าสามัคคีในครั้งนี้



จึงขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมกันสร้างมหากุศลอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

จุดประสงค์ ด้วยผมมีความตั้งใจสร้างองค์พระอุปคุตมหาเถระ ปราบมาร ปางจกบาตร หยุดตะวัน หน้าตัก 29 นิ้ว เนื้อทองเหลืองสีสำริด และตู้พระไตรปิฏก เครื่องอัฐบริขารและของบริวารเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา นำไปประดิษฐาน ณ วัดศรีสง่าสามัคคี ต.หนองสังข์ อ.แก่งคร้อ จ.ชัยภูมิ

มีพระครูวีระปัญญาคม (พระอาจารย์ถวิล) เจ้าอาวาส ในช่วงเทศกาลทอดกฐินสามัคคี

กำหนดการวันอังคาร์ที่ 27 พฤศจิกายน ๒๕๕ ๕ เวลา ๑๗.00น. เจริญพุทธมนต์เย็น ฉลององค์พระอุปคุตและตู้พระไตรปิฏก

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา 0๙.00 ถวายองค์พระอุปคุตและประดิษฐานองค์พระอุปคุต พร้อมตู้พระไตรปิฏก และ องค์กฐินสามัคคีเพื่อสมทบซื้อที่ดินครับ ท่านผู้มีศรัทธาในการสร้างทานบารมีในครั้งนี้สามารถร่วมบุญกับข้าพเจ้าได้ครับ ที่เลขที่บัญชีธนาคาร กสิกรไทย ชื่อธิติวัฒน์ สังวาลย์เดช เลขบัญชี 498-2-33306-2 หรือ จะรับเป็นซองกฐินสามัคคีเพื่อเป็นสะพานบุญก็ได้นะครับ โทร 081-0412624 [url]thitiwats@yahoo.com[/url] หรือทางเฟรชบุ๊ค thitiwats ครับ ท่านที่ร่วมบุญสามารถ แจ้งที่อยู่ ไว้นะครับรายชื่อจะเอาไปให้พระอาจารย์แผ่เมตตาให้ครับชีวิตเราจะได้ดีขึ้นครับ ส่วนหลังงานแล้วอาจมีของที่ระลึกส่งให้ครับ สามารถร่วมบุญใด้จนถึงวันงานกฐินครับครับ

อานิสงส์ที่จะได้รับในงานนี้

1.)อานิสงส์กฐินทาน

2.)อานิสงส์สร้างพระอุปคุต หน้าตัก 29 นิ้ว เพื่อต้านภัยพิบัติครับ

3.)อานิสงส์สร้างตู้พระไตรปิฎก

4.)อานิสงส์สมทบซื้อที่ดินให้วัดทำสถานปฎิบัติธรรม

5.)อานิสงส์ถวายกับพระอันเป็นเนื้อนาบุญที่ดีเยี้ยมครับ

ถือว่าเป็นบุญใหญ่นะครับ ผมเป็นเพียงแค่สะพานบุญครับ ที่เชื่อมั่นตัวเอ็งว่าทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ครับ งานนี้เริ่มจัดตั้งด้วยความศรัทธาต่อครูบาอาจารย์ ถวิลพระกรรมฐาน

สายป่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตครับครับ สามารถร่วมสร้างทานบารมีอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ได้ครับ

ตัวผมเริ่มงานไม่มีปัจจัยเลยนะครับ มีทองคำส่วนตัวในการดำเนินงาน แค่บาทเดียวครับ ยอดเงินตอนนี้คำณวนจากรายชื่ออยู่ที่ 130,000 บาทครับสามารถร่วมต่อยอดองค์กฐินสามัคคี หรือรับซองกฐินเป็นสะพานบุญ ผมยินดีในกุศลจิตและศรัทธาของทุกท่านครับ ขอพรอันประเสริฐนี้ที่ได้รับจากครูบาอาจารย์ให้แด่ผู้ร่วมบุญ(เป็นพรจากพระอุปคุตครับส่วนตัวสัมผัสกับพรนี้ได้ครับศักดิ์สิทธิ์ครับ) ว่าบุคคลใดที่ร่วมบุญในครังนี้ชีวิตจะดีขึ้นโดยไม่คาดคิดมาก่อน หากดีอยู่แล้วก็จะดีมากขึ้นกว่าเดิม ขอพรนี้จงสำเร็จกับผู้ร่วมบุญในครั้งนี้ด้วยเทอญ พรนี้เป็นพรที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ส่วนตัวแล้วสัมผัสได้ครับ ทำบุญต้องเริ่มจากความศรัทธาครับ งานนี้มีคนจนทำบุญกับข้าพเจ้าเป็นจำนวน 100 บาท เข้าเป็นคนอายุมากหาเช้า่กินค่ำแต่เขาศรัทธาร่วมบุญกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าสัมผัสได้จากแรงศรัทธาของคุณลุงถึงกับขนลุกขนพอง ขอให้เริ่มต้นด้วยแรงศรัทธาครับ รูปองค์พระอุปคุตครับ รายชื่อทุกท่านผมจะมอบให้พระอาจารย์ถวิลแผ่เมตตาให้ครับ เพื่อความเจริญรุ่งเรือง จากเรื่องร้ายๆกลายเป็นดีทำบุญแล้วลงชื่อไว้ด้วยครับ ขอกราบโมทนาบุญครับ หากไม่ได้สมัครสามาชิกโทรแจ้งรายชื่อกับผมนะครับ โทร 081-0412624

http://board.palungjit.com/f104/ร่วมบุญกฐินสร้างองค์พระอุปคุต-ตู้พระไตรปิฎก-ต่อดวงชะตาให้ชีวิต-358947.html




องค์พระหล่อเสร็จวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมามีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติมากมาย ร่วมบุญด้วยกันนะครับยังขาดปัจจัยในการจ่ายองค์พระอีก 60000 บาทครับร่วมสร้างท่านด้วยกันนะครับ ชีวิตท่านจะดีขึ้นโดยไม่คาดคิดครับ ขอกราบโมทนาบุญล่วงหน้าครับ วัฒน์ โทรสอบถามรายละเอียดได้นะครับ วัฒน์ 081-0412624


พระอาทิตย์ทรงกลดในวันหล่อเราศรัทธาองค์ท่านครับมัดจำองพระไว้ 20000บาทครับยังหาปัจจัยสมทบองค์ท่านอยู่ครับ


ทองฟ้ามืดหลังหล่อองค์ท่านเสร็จครับ ผมถ่ายรูปสังเกตุ ด้านขวาของรูปมีลักษณะคล้ายองค์พระถือบาตรครับ ร่วมกันสร้างท่านนะครับ
ขอยกประวัติองค์พระอุปคุตินะครับ
ประวัติพระอุปคุต
หลังจากที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว เหล่าอรหันต์สาวกโดยมีพระมหากัสสปะเป็นประธานพร้อม จากประชาชนแคว้นต่างๆในชมพูทวีป (ประเทศอินเดียในปัจจุบัน)ก็ได้พร้อมใจกันจัดประชุมเพลิงพระสรีระของพระพุทธองค์ และก็ได้แบ่งพระบรมอัฐิแก่หัวเมืองต่างๆหนึ่งในนั้นคือนครราชคฤห์ ซึ่งเป็นผู้ปกครองนครนั้นคือพระเจ้าอชาตศัตรู เมื่อพระองค์ได้รับพระบรมอัฐิแล้วก็ทรงปราถนาว่า จะทำอย่างไรพระบรมอัฐินี้ จึงได้เข้าไปปรึกษาพระมหากัสสปะ พระมหากัสปะแนะนำให้เก็บพระบรมอัฐิ ไว้ไต้ดินโดยให้ทำการดูแลรักษาใด้ดีพร้อมกับทำนายว่าอีก๒๑๘ปี หลังจากนนี้ จะมีผู้ครองนครปาฎีบุตร ชื่อว่าพระเจ้าอโศกมหาราช จะมีผูนำบรมอัฐิบรรจุในพระเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ องค์ และในคราวเดียวกันนี้จะมีพระอรหันต์สาวกรูปหนึ่ง ซื่งเป็นผู้มีบุญญฤทธิ์มากจะทรมาน (สั่งสอน) พระยาวัสสวดีมาร ที่เคยแย่งชิงบัลลังก์ขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งพระพุทธองค์กำลังจะตรัสรู้ จนพระยาวัสสวดีมารกลับใจ แล้วพระมหากัสปะกำจารึกคำทำนายนี้บนแผ่นทองไว้ ๒๑๘ ปีหลังจากนั้น พระศาวินทุศารผู้ปกครองนครปาฏลีบุตรได้ทรงถึงแก่ทิวงคต เจ้าชายอโศกซึ่งเป็นราชโอรสจึงได้ขึ้นเสวยราชสมบัติแทนบิดา แ ละได้พบแผ่นทองคำจารึกคำทำนายของพระมหากัสสปะหลังจากที่อานแผ่นจารึก และได้รู้ว่าตนเอ็งจะได้บรรจุพระบรมอัฐิ จึงสั่งให้เหล่าเสนาอำมาตย์ประกาศว่า หากผู้ใดรู้เห็นตำแหน่งที่ฝังพระบรมอัฐิจะให้รางวัลเป็นทองคำ ครั้วนั้นได้มีภิกษุรีชรารูปหนึ่ง เมื่อครั้งเป็นเด็กเคยได้มีโอกาสบูชากราบใหว้ที่ฝังพระบรมอัฐิกับแม่ จึงได้บอกตำแหน่งที่ฝังบรมอัฐิแก่พระเจ้าอโศกมหาราช ดังนั้นจึงได้ทำการขุดพระบรมอัฐิขึ้นมารจนสำเร็จเรียบร้อยดี
แล้วพระเจ้าอโศกมหาราชพร้อมกับประชาราษฎร์จากทั่วสารทิศ จึงพร้อมกันสร้างพระมหาเจดีย์ ๘๔๐๐๐ องค์ขึ้นจนสำเร็จเรียบร้อยโดยใช้เวลาทั้งหมด ๗ ปี๗ เดือน ๗ วัน ครั้งแล้วพระเจ้าอโศกมหาราชก็ทรงปราถนาถึงการจัดงานฉลองอันยิ่งใหญ่ แต่พระองค์ก็ทรงเกร็งว่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นในงาน หรือ อาจมีมารมาทำลายงานครั้งนี้ก็ได้ จึงทรงเข้าปรึกษาเกี่ยวกับประธารนสงฆ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ครี้งนั้นได้มีสามเณรองค์หนึ่งซึ่งมีอิทธิฤทธิ์แนะนำว่า มีพระอรหันต์รูปหนยึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในประสาทแก้วในน้ำมหาสมุทรมีชื่อว่า” พระอุปคุต “ ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มีบารมีและบุญญฤทธิ์มากคงพอจะหยุด ฤทธิ์เดชของพระยามารได้ ประธานสงฆ์จึงมอบหมายให้พระอรหันต์ที่มีฤทธิ์ไปนิมนต์พระอุปคุตในน้ำมหาสมุทร พระอุปคุตก็ได้รับนิมนต์และขึ้นมาอยู่ท่มกลางที่ประชุมสงฆ์นั้ นเอ็ง พระเจ้าอโศกมหาราชหลังจากที่ได้เห็นลักษณะพระอุปคุตและก็ทรงนึกในพระทัยว่าพระรูปนี้หรือจะมาปราบพญามาร ตัวก็ผอม แก่ก็แก่ ปากก็กว้าง กลัวว่าจะถุกพญามารจัดการเสียก่อน ดังนั้นตอนเช้าวันพุธซึ่งเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เป็นวันที่พระอุปคุตออกบิณฑบาตร พระเจ้าอโศกมหาราชจึงทรงรับสั่งให้ปล่อยช้างตกมันออกเพื่อทดลองฤทธิ์ของพระอุปคุต พระอุปคุตได้ทราบดังนั้น จึงอธิฐานจิตให้ช้างนั้นแข็งดังหิน พระเจ้าอโศกมหาราชพอได้ทราบเรื่องราวดังนั้นแล้วจึงยอมรับในฤทธิ์ ของพระอุปคุตและพระเจ้าอโศกมหาราชก็เข้าไปกราบขอขมาโทษ พระอุปคุตท่านก็มีเมตตาไม่ถือโทษแล้วช้างที่แข็งดังหินนั้นก็กลับกลายเป็นช้างดังเดิม จนถึงวันที่ฉลองพระมหาเจดีย์ พระยาสาวัสดีมารที่อยู่บนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี ได้ทราบดังนั้นก็กลัวว่าหากมีผู้คนทำบุญมากๆ จะทำให้มีคนขึ้นสวรรค์มากและคนตกนรกก็น้อยลงจึงลงมาหวังทำลาย งานบุญนี้โดยการบัลดาลให้เกิดภัยธรรมชาติต่างๆ เช่นพายุ ฝนตก ไฟใหม้ แต่ไม่ว่าพระยามารจะทำอย่างไรพระอุปคุตพระอุปคุตก็ป้องกันแก้ไขได้ทุกครั้งไป พระยามารจึงกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายตัวใหญ่และกลายร่างป็นพญายักษ์แต่ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้อีกเช่นกัน จนพญามารโกรธจัดได้คิดวิธีฆ่าพระอุปคุตโดยได้แปลงกายเป็นพราหม์เข้าไปกราบพระอุปคุตหวังว่าจะจับเท้าพระอุปคุตฟาดกับพื้นให้มรณะภาพไปเสีย แต่พระอุปคุตก็รู้ด้วยญาณ จึงอธิฐานจิตให้ซากหมาเน่าแขวนที่คอพระยามาร ไม่ว่าพระยามารจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเอาซากหมาเน่าออกจากคอได้พระยามารจึงได้ไปจึงขอร้องให้ท้าวจตุโลกบาล พระอินทร์และพระพรหมเอาออกให้แต่ท่านทั้งสามก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ดังนั้นพระยามารจึงยอมแพ้แก่พระอุปคุต พระอุปคุตได้เห็นว่าพยามารลดจิตพยาบาทลงบ้างแล้ว จึงเอาวากหมาเน่าออกจากคอพระยามาร และได้ใช้ผ้าจีวรผูกคอพระยามารไว้ที่เชิงเขาสิเนรุราช เพื่อจะสั่งสอนพยามารให้กลับใจ
จนกระทั้งงานบุญดำเนินไปอย่างราบรื่นจนถึงวันสุดท้ายของวาระ ๑ เดือน งานบุญนี้ก็สิ้นสุดลงแล้วพระอุปคุตจึงไปเขาที่เชิงเขาสิเนรุราช เพื่อปล่อยพยามาร บังเอิญได้ยินพระยามารกำลังกล่าวโทษแก่ตนเอ็งว่าตนเป็นผู้ที่ทำความชั่วไว้มากตั้งแต่แย่งชิงบัลลังก์แก้วของพุทธองค์ แต่พระองค์ก็ไม่ถือโทษเลย จนตอนนี้ก็ยังได้ทำบาปไว้กับสาวกของพระพุทธองค์อีก ว่าแล้วพระยามารก็วิ่งไปมารอบเขาสิเนรุราชจนแผ่นดินสะเทือนไปทั้งหมด พระอุปคุตเห็นดังนั้นแล้วจึงแน่ใจว่าพยามารไม่มีจิตใจพยาบาทแล้ว จึงปล่อยพยามารจากเขาสิเนรุราชและเทศน์สั่งสอนพระยามารให้กลับใจมาเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนาในคราวต่อมาฯ
ที่มา เอกสารประวัติพระอุปคุตวัดน้ำวิ่งวราราม (หลวงปู่เวิน) จังหวัดเพชรบูรณ์





 เปิดอ่านหน้านี้  2766 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย