|
ทานอย่างที่ ๓ เรียกว่า ธรรมทาน นี้คือให้ธรรมะเป็นทาน
คำว่า ธรรม ในที่นี้ หมายถึงความรู้ที่เขารู้ แล้วเขาจะพ้นทุกข์ได้
เรียกว่า ธรรม ในที่นี้แล้ว ทาน ก็คือ การให้ทานที่
๓ นี้ต้องมีปฏิคาหก คือผู้รับอีกเหมือนกัน ธรรมทานนี้ไม่ค่อยเป็นไปเพื่อเรื่องของวิชา
ความรู้ของปัญญาไม่ลุ่มหลงง่ายเหมือนวัตถุทาน
ธรรมทานนี้มีได้เป็น ๒ อย่าง
คือโดยตรง และโดยอ้อม โดยตรงเช่น อาตมากำลังพูดเรื่องที่มีประโยชน์ให้ท่านทั้งหลายฟัง
อย่างนี้ก็เรียกว่า ให้ธรรมทานโดยตรง ส่วนชนิดที่เป็นไปโดย อ้อมนั้นก็คือว่า
ผู้ที่ช่วยสนับสนุนให้เป็นได้อย่างนี้ เช่นอาตมาต้องการจะพิมพ์หนังสือให้มัน
แพร่หลายอย่างนี้ มีเยอะแยะหลายคนช่วยจัดพิมพ์ นี่เขาก็เป็นผู้ให้ธรรมทานโดยอ้อม
ในเมื่อ อาตมาเป็นผู้ให้ธรรมทานโดยตรงธรรมทานมีได้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
แล้วก็ต้องมีผู้รับ ทานจึงจะสำเร็จประโยชน์ ถ้าให้ไปแล้วไม่มีใครรับ
มันก็เป็นหมันเหมือนกัน จะพิมพ์หนังสือ แต่ถ้าไม่มีใครอ่าน มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร
หรือเทศน์ให้เท่าไรๆถ้าไม่มีใครฟัง มันก็ไม่มี ประโยชน์อะไร
นี้เรียกว่า ต้องมีปฏิคาหก
|