ผู้อื่นก็เกลียดทุกข์กลัวตายเหมือนเรา : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
 จำปาพร   30 ธ.ค. 2558

พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

...

"ให้ทาน" อย่างนี้นะก็เพื่อบรรเทา "ความโลภ"
"ความตระหนี่หวงแหน" ให้เบาบางออกไปจากจิตใจ
"รักษาศีล" เช่นนี้ก็เพื่อบรรเทา"ความโกรธ ความพยาบาท"
ให้เบาบางออกไป เพราะว่า "ผู้ที่มั่นอยู่ในศีล" แล้ว
ไม่พอใจให้คนให้สัตว์ก็จะโกรธขึ้นมาอย่างรุนแรง
อย่างนี่มันก็ถึงจะต้องไปประหัตประหารผู้อื่น
และสัตว์อื่นไปจะทำให้ศีลข้อที่ ๑ ขาดลง
เมื่อเป็นผู้มั่นอยู่ในศีลแล้วไม่ยอมล่วงแล้ว
มันโกรธขึ้นมาให้คนให้สัตว์ก็ยับยั้งได้
อ้าว ไม่ได้นะ ศีลจะขาด ขืนโกรธรุนแรงไปนี่
รู้ตัวอย่างนี้แล้วมันก็ข่มจิตใจ มันก็ข่มความโกรธนั้นไว้ได้
ความโกรธนั้นก็ไม่ลุกลามใหญ่โตขึ้นไป
เพราะมันมี "สติ" เป็นเครื่องยับยั้ง

อีกอย่างหนึ่งเราก็ "เจริญเมตตา" อยู่เสมอเสมอ
ไอ้เราเกลียดต่อความทุกข์หรือเรากลัวต่อความตายฉันใด
บุคคลอื่นและสัตว์อื่นเขาก็เกลียดต่อความทุกข์
แล้วก็กลัวต่อความตายเหมือนกับเรานี่เอง
เมื่อยกเอาเขามาเทียบกับเรา เอาเราไปเทียบกับเขาแล้ว
บุคคลผู้นั้นจึงไม่กล้าเบียดเบียนใครบาดนี่นะ

ไอ้ที่มันเบียดเบียนกันได้อยู่นั่น
มันก็เนื่องมาแต่มันไม่ได้นึกเทียบตัวเรากับเขา
เทียบเขามาใส่ตัวเราลองดู มองไม่เห็น
นึกแต่ว่าจะกินเนื้อของมันลูกเดียว
ไม่นึกถึงชีวิตของสัตว์ทั้งหลายว่า มันก็หวงแหน
มันก็หวงแหน “รูป” อันนี้ของมันเหมือนกันสัตว์ทั้งหลายก็ดี
มนุษย์ก็หวงแหนรูปกายอันนี้เช่นเดียวกันไม่แตกต่างกันเลย
เราไม่ต้องการให้ใครมาทำลายร่างกายฉันใด
สัตว์อื่นทั้งหลายมันก็ไม่ต้องการให้ใคร
ไปทำลายรูปร่างของมันเช่นเดียวกัน
ก็เมื่อมาพิจารณาเทียบเคียงกันเข้าไปอย่างนี้แล้ว
ผู้ใดพิจารณาอย่างนี้บ่อยๆ เข้า
มันก็ไม่กล้าที่จะไปทำลายสัตว์เลย เออ มันเป็นอย่างนั้น

แม้ไปเบียดเบียนเอาสมบัติข้าวของเงินทองผู้อื่นก็เหมือนกัน
ถ้าเขามาเอาของของเรา เราก็เสียดายเราก็เป็นทุกข์
ถ้าเราไปเอาของเขา เขาก็เสียใจเป็นทุกข์
มาคิดอย่างนี้แล้วก็งดเว้นเลย ไม่เอาของใคร
หาไม่ได้ก็ไม่ต้องบริโภคใช้สอยกันแหละ
หาได้เท่าไรจึงบริโภคใช้สอยเท่านั้น

เมียใครผัวใครก็ย่อมรักใคร่ จงรักภักดีต่อกัน
บาดนี้มีคนไปละลาบละล้วงเข้าไป
ให้ประพฤตินอกใจซึ่งกันและกันเข้าไปอย่างนี้
มันก็ทำให้เป็นทุกข์เดือดร้อนทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ
มันเป็นอย่างนั้น
ถ้าสมมติเขามาหลอกลวงเอาเมียเราไป
ในทางประเวณีอย่างนี้นะ เรารู้เข้าเราก็เสียใจ
เป็นทุกข์เดือดร้อน เรียกว่ามันมีเรื่องเทียบกันได้อยู่
แต่มนุษย์เรามันไม่คิด มันเมาหลาย
กิเลสมันครอบงำจิตใจมาก เป็นอย่างนั้น

การพูดโกหกหลอกลวงเอาสมบัติผู้อื่นมาเป็นของตน
มันก็เหมือนกันนะ ถ้าเขามาโกหกเรา
หลอกลวงเอาสมบัติของเราไป เรารู้เข้าก็เสียใจ
เราไปหลอกลวงเอาของเขาได้มา
เขารู้เข้าเขาก็เสียใจเป็นทุกข์เหมือนกัน

...

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
"คุณธรรมบรรเทากิเลส"



DT017019

จำปาพร

30 ธ.ค. 2558
 เปิดอ่านหน้านี้  3194 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย