ฝึกสติเตรียมตัวไว้เสมอ : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
 จำปาพร   16 ต.ค. 2558

พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

...

ลมหายใจเข้าออกนี้เป็นเส้นชีวิตโดยแท้
ชีวิตนี้ก็มีอยู่แค่ลมหายใจเข้าออกเท่านี้เองนะ
ถ้าลมหายใจเข้าออกนี้หยุดลงเมื่อใด
ชีวิตนี้ก็หมดความหมายเราก็เรียกกันว่า “คนตาย”
แต่ไม่ทราบเลยว่า ลมหายใจเข้าออกนี้มันจะหยุดลงเมื่อใด
เราก็ทราบไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมตัวไว้เสมอๆ

แต่ว่าก่อนที่ลมหายใจมันจะหยุดลงนี้..นี่ล่ะสำคัญนะ
มันป่วนปั่นหวั่นไหว มันแปรปรวนกระทบกระทั่ง
กับดวงจิตนี้อย่างรุนแรงเลยทีเดียวล่ะสังขารร่างกายอันนี้น่ะ
ที่โบราณท่านว่า "ธาตุมันจะแตก นามมันจะดับ"
มันดิ้นรนกระวนกระวายสารพัด

บุคคลใดไม่มีสติควบคุมจิต ไม่เคยฝึกจิตใจมาแต่ก่อนแล้ว
ก็เลยไม่สามารถที่จะสำรวมจิตของตนให้ตั้งมั่นอยู่ได้เลย
จิตนี้ก็เลยหวั่นไหวไปตามทุกขเวทนาหมด ลืมเนื้อลืมตัว
ไม่ทราบว่าตนนั้นตั้งอยู่อย่างไร ไม่รู้เลย
ไม่รู้ว่าจิตใจของตนตั้งมั่นอยู่ในความดีได้หรือไม่
หรือมันไปเกาะไปข้องอยู่สิ่งใดก็รู้ไม่ได้เลย
นี่เป็นภัยอันร้ายแรงที่สุดเลยในชีวิตของคนเราน่ะ
ความที่ปล่อยจิตของตนให้หลงไป
ตามอำนาจแห่งสังขารทั้งหลายที่แปรปรวนไป

ต้องเตรียมตัวไว้เสมอ ผู้ใดไม่เตรียมตัวไว้ถึงเวลานั้นมาแล้ว
มันจะไม่มีกำลังใจที่จะมาต้านทานทุกขเวทนาต่างๆได้
มีแต่ลอยไปตามมันเท่านั้นแหละ
เหมือนอย่างบุคคลพายเรือทวนกระแสน้ำขึ้นไปเบื้องเหนือ
ถ้าคนไม่มีกำลังเรี่ยวแรงมากพอสมควร
ไม่สามารถที่จะพายเรือทวนกระแสน้ำขึ้นไปได้เลย
มีแต่มันไหลไปตามกระแสน้ำนั่นแหละ ฉันใดก็อย่างนั้นแหละ
คนเราถ้าหากว่ากำลังใจอ่อนแอแล้วอย่างนี้
มันย่อมไม่สามารถที่จะต้านทานต่อทุกขเวทนาต่างๆได้
ไม่สามารถที่จะต้านทานต่ออำนาจกิเลสตัณหา
ที่มันจะจูงใจให้ไปเกาะไปข้องอะไรต่ออะไรอยู่ในโลกนี้


เพราะฉะนั้นแหละให้พึงพากันเข้าใจ
นี่เพราะฉะนั้นการฝึกใจให้หนักแน่นให้ตั้งมั่นอยู่ในบุญในกุศล
ตั้งมั่นอยู่ในสติในปัญญานี้นะ จึงชื่อว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคน
ผู้ต้องการความสุขอันเป็นแก่นสาร ผู้เบื่อหน่ายต่อความทุกข์
เราจะต้องพยายามฝึกจิตใจนี้ให้หนักแน่น ให้มีที่พึ่งอันมั่นคงไว้
เมื่อเวลาความตายมาถึงเข้า จิตใจนี้ก็จะไม่ได้หลงไม่ได้ลืมตัว
มันจะไม่หวั่นไหวไปตามทุกขเวทนาต่างๆนั้น มันจะนึกถึงความดีได้
นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้ นึกถึงบุญกุศลที่ทำมาได้

เมื่อเราเคยรวบรวมบุญคุณเข้าไว้ในจิตใจนี้แต่เวลายังดีๆอยู่นี้
นับว่าเป็นความดีของเราทุกคนทีเดียวเพราะเมื่อเวลาเจ็บหนักลง
จวนจะตายมันก็จะนึกถึงบุญถึงคุณเหล่านั้นได้ บุญคุณเหล่านั้น
ก็จะเกิดขึ้นในจิตใจเป็นที่พึ่งของจิตได้อย่างมั่นคงในเวลาเช่นนั้น
นี่แสดงถึงตามบุคคลที่ยังไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาได้
จิตใจยังหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาไม่ได้ มันต้องยึดเอาบุญเอาคุณเป็นที่พึ่งก่อน
เออ เป็นอย่างนั้น ถ้าบุคคลใดไม่มีบุญคุณนี้เป็นกำลังใจแล้ว
มันก็สู้อำนาจของกิเลสตตัณหาไม่ได้ หมายความว่าอย่างนั้น

...

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ "เตรียมพร้อมไว้เสมอ"



DT017019

จำปาพร

16 ต.ค. 2558
 เปิดอ่านหน้านี้  3667 

  ความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย