ค้นหาในเว็บไซต์ :

คนทุกวันนี้ถ้าให้คำว่า “เดี๋ยว” มันมาเป็นใหญ่ ก็จะไม่ประสบความสุขความเจริญเท่าไหร่และบางทีจะเกิดความเสียหายด้วย


มันมีคำอยู่ 2 คำที่ดูใกล้กันมากเลย คือคำว่า “เดี๋ยว” กับ “เดี๋ยวนี้” แต่ความหมายต่างกันไกลเลยแล้วผลก็ต่างกันด้วย...

ถ้าเราให้ความสำคัญกับคำว่า “เดี๋ยวนี้” เราก็จะทำทันที แต่ว่าคนส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า “เดี๋ยว” เดี๋ยว เดี๋ยวอ่านหนังสือ เดี๋ยวทำการบ้าน เดี๋ยวปฏิบัติธรรม เดี๋ยวนั่งสมาธิ เดี๋ยวออกกำลังกาย ปรากฏว่าไม่ได้ทำเลย ผัดผ่อนไปเรื่อย

คนทุกวันนี้ถ้าให้คำว่า “เดี๋ยว” มันมาเป็นใหญ่ ก็จะไม่ประสบความสุขความเจริญเท่าไหร่และบางทีจะเกิดความเสียหายด้วย หลายคนก็อยากไปเยี่ยมแม่ มาทำงานที่กรุงเทพ แม่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเท่าไหร่ จะไปทีไรก็ “เดี๋ยวๆ” ปรากฏว่าสุดท้ายแม่ประสบอุบัติเหตุตาย เสียใจ “ไม่น่าเลยนะ เราน่าจะไปเยี่ยมท่านตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว” มีแบบนี้เยอะนะ

มีคนหนึ่งไปเยี่ยมยายได้ข่าวว่ายายป่วยหนัก แกก็เดินทางจากกรุงเทพก็ไปถึงหน้าบ้านของยายประมาณค่ำ ทีแรกก็คิดว่าจะเดินตรงเข้าไปในบ้านเลย แต่เผอิญหน้าบ้านในซอยเป็นบ้านเพื่อนเก่าก็เลยไปเยี่ยมเพื่อน ไปคุยเล่นกับเพื่อน คุยเสร็จแล้วก็ติดลม ในใจก็นึกว่า

“เอ๊ย นี่เรามาเยี่ยมยายนะ” แต่อีกใจนึงก็บอกว่า “เดี๋ยวน่า เดี๋ยว”

ก็คุยกันเสร็จแล้วก็กินกัน กินเหล้ากันไปด้วย ยาวไปเลยจนถึงดึกเลย เสร็จแล้วค่อยเข้าไปในบ้านยาย ไปถึงก็ปรากฏว่าเค้ามีทำอะไรกัน ปรากฏว่ายายเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว 2 ชั่วโมงที่แล้วนี่ตัวเองยังสนุกสนาน ยังเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อนอยู่เลย ก็เสียใจว่าไม่ทันได้ดูใจยาย แค่ชั่วโมง 2 ชั่วโมงเท่านั้นแหละ ที่จริงก็มาถึงก่อนแล้วตั้งแต่หัวค่ำ แต่เพราะคำว่า “เดี๋ยว” คำว่า “เดี๋ยว” นี่แหละที่มันทำให้เสียใจมาจนถึงทุกวันนี้

ผ่านไปหลายปีก็ยังเสียใจว่า ไม่ได้มาดูใจยาย ยายอุตส่าห์เลี้ยงเรามาตั้งแต่เล็ก พอเราโตแล้วเรามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพก็ไม่ได้ไปเยี่ยมยายเท่าไหร่ เรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงาน ก็ไม่ได้ไปเยี่ยม ยายป่วยยังไม่ไปเยี่ยมเลย ยายจะตายก็อยากจะไปเยี่ยม สุดท้ายยายตายก็ไม่ได้ไปเยี่ยม ไม่ได้ไปดูใจ เพราะคำว่า “เดี๋ยว” นั่นแหละ

อีกรายหนึ่งป้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ตอนหลังตัวก็ไปเรียนในเมือง จบมัธยมก็ไปเรียนพยาบาล จบพยาบาลก็ไม่ค่อยได้มีเวลากลับมาบ้าน ไม่ค่อยได้มีเวลามาหาป้าเท่าไหร่ เสร็จแล้ววันหนึ่งป้าก็ป่วย ป้าป่วยป้าก็มารักษาที่โรงพยาบาลที่ผู้หญิงคนนี้เป็นพยาบาล ก็ดีใจว่าจะได้ดูแลป้า แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยได้ดูหรอกเพราะว่าป้าอยู่ในห้องไอซียู ตัวเองอยู่คนละแผนก ป้าเข้าห้องไอซียูไปเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่มีเวลาเยี่ยมเลย มารู้ตัวก็ผ่านไป 1 อาทิตย์แล้วก็เลยตั้งใจว่า “เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี้หยุดงานจะไปเยี่ยมป้าสักหน่อย” ห้องไอซียูโรงพยาบาลเดียวกัน

พอถึงเช้าวันศุกร์เพื่อนชวนไปพัทยา เจ้าตัวอยู่ราชบุรี ไม่เคยไปพัทยา ไม่เคยเห็นน้ำทะเลเลย ก็เลยคิดว่า

“เที่ยวกับเพื่อนสักหน่อยเสาร์อาทิตย์ อาทิตย์กลับมาค่อยไปเยี่ยมป้า มีเวลา เดี๋ยวๆ”

ก็ไปเที่ยวพัทยาตั้งแต่เย็นวันศุกร์ กลับมาถึงโรงพยาบาลค่ำวันอาทิตย์ ก็เดินตรงไป เข้าโรงพยาบาลจะไปห้องไอซียู จะไปเยี่ยมป้า ก็เจอเพื่อนพยาบาลเดินสวนมา แล้วเพื่อนพยาบาลก็ถามว่า

“ยังไม่รู้อีกเหรอ ป้าเสียชีวิตแล้ว เสียเมื่อกลางวันนี้เอง”

พอแกรู้แกเข่าทรุดเลย เข่าทรุดเพราะว่าตั้งใจจะมาเยี่ยมป้า เดี๋ยวอยู่หลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ว่าจะไปเยี่ยมจริงๆ ปรากฏว่าสายไปแล้ว เสียใจ ป้าเลี้ยงดูตัวเองมาตั้งแต่เล็ก ตัวเองพอโตขึ้นก็ไม่เคยได้ไป อย่าว่าแต่ตอบแทนบุญคุณเลย แค่ไปเยี่ยมยังไม่ค่อยได้มีเวลาเลย ถึงเวลาป้าป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาลของตัวเองแท้ๆก็ยังไม่มีเวลาไปเยี่ยม

ที่จริงมีเวลานะแต่ว่าไม่สนใจเพราะว่าผัดผ่อน จนกระทั่งล่าสุดผัดผ่อนว่า

“เดี๋ยว เที่ยวก่อน ไปเล่นน้ำทะเลพัทยาก่อน”

ก็เลยกลายเป็นตราบาปในจิตใจ ผ่านไป 10 ปีก็ยังเสียใจว่าไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของป้าหรือแม้แต่ดูใจป้าก็ยังไม่ได้ทำด้วยซ้ำ

คำว่า “เดี๋ยว” มันทำให้เกิดความรู้สึกผิดติดค้างใจเป็น 10 ปี แต่เหตุอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าเกิดเราให้ความสำคัญกับคำว่า “เดี๋ยวนี้ๆ” ทำเดี๋ยวนี้เลยไม่ผัดผ่อน

แล้วคำว่า “เดี๋ยว” กับ “เดี๋ยวนี้” ถึงแม้มันเป็นคำที่ใกล้กันมาก แต่ว่าความหมายและก็ผลที่ตามมาห่างกันเหมือนกับฟ้ากับเหวเลยนะ “เดี๋ยวนี้” อาจจะเป็นคำ คำว่า “เดี๋ยวนี้” อาจจะยาวกว่ามัน 2 พยางค์ยาวกว่าคำว่า “เดี๋ยว” แต่ว่าผลที่ได้ตามมามันดีกว่ากันเยอะเลย

พระไพศาล วิสาโล

5







   

 ธรรมะไทย