การให้ทาน การแบ่งปัน และการกระทำอันกอปรด้วยเมตตาโดยไม่เห็นแก่ตนนั้น ไม่ควรถือเป็นเพียงการปฏิบัติธรรมขั้นต้น
การให้ทาน การแบ่งปัน และการกระทำอันกอปรด้วยเมตตาโดยไม่เห็นแก่ตนนั้น ไม่ควรถือเป็นเพียงการปฏิบัติธรรมขั้นต้น กุศลกรรมเหล่านี้มีความสำคัญอย่างลึกซึ้ง โดยเห็นได้จากพระพุทธโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์ในพระสุตตันปิฎก อังคุตตรนิกาย ปฐมฌานสูตร (ข้อที่ ๒๕๖-๗ ) พระพุทธองค์ตรัสว่าผู้ที่ยังละธรรม ๕ ประการไม่ได้ ย่อมไม่อาจบรรลุแม้ปฐมฌาน อย่าว่าแต่การบรรลุธรรมสูงสุดเลย
ธรรม ๕ ประการที่พึงละนั้นคือ
ความตระหนี่ในอาวาส (หวงที่อยู่ ที่อาศัย)
ความตระหนี่ในตระกูล (หวงสกุลอุปัฏฐาก ไม่พอใจให้ไปบำรุงภิกษุอื่น)
ความตระหนี่ในลาภ (หวงผลประโยชน์ พยายามกีดกันไม่ให้ผู้อื่นได้รับผลประโยชน์นั้น)
ความตระหนี่ในวรรณะ (หวงคำสรรเสริญคุณความดี ไม่พอใจให้ใครมีคุณความดีมาแข่งตน หรือไม่อยากได้ยินคำสรรเสริญความดีของผู้อื่น)
ความตระหนี่ในธรรม (หวงวิชาความรู้ ไม่ยอมสอนไม่ยอมบอกผู้อื่น เพราะเกรงว่าเขาจะรู้เท่าตน)
การยึดถือเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและไม่อยากให้ใครได้ในสิ่งที่ตนเห็นค่าและได้ประโยชน์ ย่อมเป็นพิษต่อจิตใจ การปลูกฝังฉันทะในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะขจัดพิษร้ายเหล่านั้นให้สิ้นไป
ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ