ความมึนเมาอันโง่เขลา จะทำให้เราสร้างบาปกรรม ที่จริงๆ แล้วหลีกเลี่ยงได้ และก่อให้เกิดทุกข์มากมาย ที่ไม่จำเป็น
เมื่อมองย้อนไปสมัยวัยรุ่น อาตมาเดินทางท่องเที่ยวตามลำพังไปยังดินแดนต่างๆ อย่างประเทศอัฟกานิสถาน นึกแล้วน่าตกใจว่าตอนนั้นตัวเองประมาทไม่น้อย ใจหนึ่งก็อยากจะคิดว่าตัวเองกล้าหาญอยู่หรอก แต่จริงๆ แล้วก็เป็นความมัวเมาอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ใช่การมัวเมายาเสพติด (อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องหลัก) แต่ก็เป็นการมัวเมาในชีวิต ตอนนั้นอาตมาคิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษเหมือน ‘แบทแมน’ ในนิยายชีวิต ถึงจะตกอยู่ในอันตรายบ้าง แต่ท้ายสุดก็จะรอดจนได้ ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะเป็นวิถีของวีรบุรุษยังไงล่ะ
พระพุทธองค์ทรงจำแนกความมึนเมาไว้สามประการ คือ มึนเมาในความเป็นหนุ่มสาว มึนเมาในความไม่มีโรค และมึนเมาในชีวิต ความมึนเมาอันโง่เขลานี้จะทำให้เราสร้างบาปกรรมที่จริงๆ แล้วหลีกเลี่ยงได้ และก่อให้เกิดทุกข์มากมายที่ไม่จำเป็น ฉะนั้น เราจึงต้องหันมาทบทวนบทธรรมที่พึงพิจารณาเป็นประจำทุกวันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เรามีความแก่เป็นธรรมดา เราจะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้
เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา เราจะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้
เรามีความตายเป็นธรรมดา เราจะล่วงพ้นความตายไปไม่ได้
เรามีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล
มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
เราทำกรรมอันได้ไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป
เราจะเป็นทายาท คือว่าเราจะต้องรับผลของกรรมนั้นๆ สืบไป
ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ศิษย์ทีมสื่อดิจิทัลฯ