Dhammathai.org
มงคลที่ ๓๑.การบำเพ็ญตบะ
พึงบำเพ็ญ ตบะ ละกิเลส
อันเป็นเหตุ หักห้าม กามฉันท์
มุ่งทำลาย ถ่ายบาป สาบสูญพันธุ์
เข้าสู่ขั้น สุโข โลกุตตรฌาน.
การอบรม ผัสสะบริสุทธิ์
Home sitemap Dhamma World Wide Web
Contact Us
ภาษาไทย
English
 
หน้าแรก หน้าหลักกวีธรรมะ กวีธรรมะที่ 672
ธรรมเหล่านี้ควรทำให้แจ้ง



                _/|\_ ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น_/|\_

                กราบนมัสการท่านยะมุนีเจ้าค่ะ


          ******************************************


                  “อ้างอิง....................................

           ธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว เป็น “สุตมยญาณ” อย่างไร

            “ปัญญาอันเป็นเครื่องทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว” คือ.......
            เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า....
           ..... ธรรมเหล่านี้ควรรู้ยิ่ง
           .....ธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้
           .....ธรรมเหล่านี้ควรละ
           .....ธรรมเหล่านี้ควรเจริญ

           .....ธรรมเหล่านี้ควรทำให้แจ้ง
                    ฯลฯ
          เป็นสุตมยญาณ [แต่ละอย่าง]

          **********************************************


          ธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว เป็น “สุตมยญาณ” อย่างไร

           “ปัญญาอันเป็นเครื่องทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว” คือ.......

          เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่าธรรมเหล่านี้ควรทำให้แจ้ง ชื่อว่า“สุตมยญาณ” อย่างไร

          ธรรมอย่างหนึ่งควรทำให้แจ้ง คือ      เจโตวิมุตติอันไม่กำเริบ
          ธรรม ๒ ควรทำให้แจ้งคือ      วิชชา ๑ วิมุตติ ๑
          ธรรม ๓ ควรทำให้แจ้งคือ      วิชชา ๓
          ธรรม ๔ ควรทำให้แจ้งคือ      สามัญญผล ๔
          ธรรม ๕ ควรทำให้แจ้งคือ      ธรรมขันธ์ ๕
          ธรรม ๖ ควรทำให้แจ้งคือ      อภิญญา ๖
          ธรรม ๗ ควรทำให้แจ้งคือ      กำลังของพระขีณาสพ ๗
          ธรรม ๘ ควรทำให้แจ้งคือ      วิโมกข์ ๘
          ธรรม ๙ ควรทำให้แจ้งคือ      อนุปุนิโรธ ๙
          ธรรม ๑๐ ควรทำให้แจ้งคือ      อเสกขธรรม ๑๐

          เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.120.53] [ วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม 2549 เวลา 06:37 น. ]




          ธรรมอย่างหนึ่งควรทำให้แจ้ง คือ      เจโตวิมุตติอันไม่กำเริบ

           เจโตวิมุตติอันไม่กำเริบ (อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ)


           อกุปฺปา เพราะอรรถว่า ไม่กำเริบ ไม่หวั่นไหว ไม่เสื่อม

           เจโตวิมุตฺติ = เพราะจิตพ้นจากกิเลส

           *****************************************


            ทบทวนแนวทางเจริญเจโตวิมุติ

            สวัสดีครับ

            ถ้าเลือกเจโตวิมุติให้ปฏิบัติดังนี้ครับ

            1. ให้เว้นการเจริญไตรลักษณ์ในนามรูปไปก่อนจนกว่าจะบรรลุกำลังแห่งอภิญญานะครับ

            2 . เจริญสมถกัมมัฏฐานให้ได้ฌานสมาบัติ 8 และกสิณ 8 ผมแนะนำได้เพียงระดับนี้ครับ

            3. อารมณ์กสิณ 8 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีขาว เอาแค่ 8 กองครับ

            4. การกำหนดอารมณ์ให้กำหนดอารมณ์ไปในทิศทางเดียวกัน คือ นิมิตของทุกกสิณทั้ง 8 นั้น
            กำหนดให้มีลักษณะ " กลมใสสว่าง "เหมือนกันหมด

            นิมิต คือ จินตนาการแห่งรูปสัญญา กำหนดเป็นอย่างเดียวกันได้ แต่แตกต่างกันกันตรงสัญญาที่จำได้
            หมายรู้ว่าเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีขาว ทุกกสิณมีลักษณะกลมใสสว่างเหมือนกัน
            ทุกกสิณครับ ความแตกต่างอยู่ที่ใจเราครับว่าจะให้นิมิตนั้นเป็นอะไร ทั้งนี้เพื่อสะดวกในการย่อการขยาย
            นิมิต และเปลี่ยนอารมณ์ให้ได้รวดเร็วว่องไวจากกสิณหนึ่งไปสู่อีกกสิณหนึ่งนั่นเองครับ......................

            ........................................ลองปฏิบัติดูก่อนนะครับ ติดขัดประการใดก็ถามมานะครับ

            เจริญในธรรมครับ

            รัฐบาล [ 9 ก.ค. 2548 เวลา 08:44 น. ] [ 5 ]

            **********************************************


            เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.120.53] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 06:49 น. ] [ 1 ]




          ธรรม ๒ ควรทำให้แจ้งคือ      วิชชา ๑ วิมุตติ ๑

           วิชชา (วิชฺชา) ได้แก่ วิชชา ๓

           วิมุตติ (วิมุตฺติ) ได้แก่ วิมุตติ ๒ คือ การน้อมจิตไป และ นิพพาน

           **************************************


            ขยายความ


                          วิชชา ๓


                 วิชชา คือความรู้ยิ่ง...      ในธรรม
            ธรรมวิเศษเลอล้ำ                ชิดใกล้
            “วิชชา” คือ ธรรม                ทั้งสาม ญาณนา
            “ระลึกเหตุขันธ์ก่อนได้” ..      “ปุพเพนิวาสฯญาณ”


                 ญาณสองกำหนดรู้       กำเนิด สัตว์เอย
            เห็นการเวียนว่ายเกิด ..      พวกเจ้า
            “จุตูปปาตญาณ” เลิศ      หรือ “ทิพพ- จักขุญาณ”
            เวียนว่ายกรรมพาเข้า ..      สู่ห้วงวัฏฏา


                 ญาณหยั่งรู้เพื่อสิ้น      อาสวะ กิเลสเอย
            ธรรมเพื่อสิ้นอาสวะ ..      ยิ่งรู้
            ขานเรียก “อาสวักขย      ญาณ” สิ้น กิเลสทราม
            เป็นญาณพระอริยะผู้ ..      ตรัสรู้ความจริง (อริยสัจสี่)

           เจริญในธรรมค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.120.53] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 07:00 น. ] [ 2 ]




                     วิมุตติ



                “วิมุตติ”ทางหลุดพ้นที่     ควรทำ
          “หนึ่ง คือ สดับธรรม”            ค่ำเช้า
          จากกัลยาณมิตรธรรม           สหพรหฺ- มจารี
          ตรึกนึกธรรมพุทธเจ้า            จิตน้อมอบรม

               “สอง..แสดงธรรม”ที่ได้ . เรียนมา
          แจ้งธรรมด้วยปัญญา           คลายทุกข์
          จิตน้อมสู่มรรคา                อริยะ ยิ่งเอย
          ปราโมทย์ ปีติ สุข .             จิตตั้ง มั่นเอย


                “สาม..สาธยายซึ่งข้อ     ธัมมา”
          ตามที่ได้สดับมา                นั่นแล้ว
          “เหตุสี่..นี้ตรึกตรา               ธรรมสู่” จิตแฮ
          โยนิโสฯ สู่แก้ว                  จิตน้อมสู่ธรรม

                “ห้า.แจ้งธรรมนั้นด้วย      ปัญญา”
          เดินมุ่งตามมรรคา.               พุทธเจ้า
          โยนิโสฯ ซึ่งธัมมา                สมสั่ง กรรมฐาน
          (เลือก)“สมาธินิมิตเข้า           ลุด้วย ฌาน” งาม

                ยามจิตน้อมสดับ           ธัมมา
          โยนิโสฯ ด้วยปัญญา             ถึงพร้อม
          ก้าวสู่อริยมรรคา                 ทางประเสริฐ ยิ่งเอย
          เข้าถึง “อรรถ-ธรรม”พร้อม      จึ่งน้อม “ยินดี” (ปราโมทย์)

                ปราโมทย์ในจิตน้อม       ดวงมาลย์ กาลใด
          เกิด “ปีติ” ซาบซ่าน .            บ่ยั้ง
          ใจเปี่ยมปีติศานต์                กายย่อม สงบนา
           “กายสงบ สุข จิตตั้ง            มั่น” แท้ วิมุตติเอย

           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.120.53] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 07:52 น. ] [ 5 ]



กลอนกวี ไร้ค่าแล้ว ในแนวสร้าง

ใยปิดทาง ที่มอบ ตอบได้ไหม

เสียงสะท้อน ย้อนเห็น เป็นอะไร

อย่าปิดใจ ปิดตัว ในชั่วดี


สิ่งที่สร้าง ทางที่ก่อ ต่อเติมจิต

ให้รู้คิด รู้ทำ ย้ำศักดิ์ศรี

แต่เหตุใด ใจแคบ ไม่แนบดี

ปิดกั้นดี เพียงตน ยลพอใจ



กติกา กติกู ไม่รู้เหตุ

น่าสังเวช จริงแล้ว ว่าแนวไหน

หรือจะเอา แต่ที่ตน ยลพอใจ

เขียนเอาใจ กิเลสท่าน จึงผ่านดี



น่าเบื่อแท้ แลทาง ที่สร้างมอบ

ไร้ความชอบ อิงแอบ แทบหน่ายหนี

ไม่เคยคิด ถึงคนสร้าง ทางกวี

ผิดชอบดี อย่างไร พอใจคุณ


---------ลานเทวา ๔๙-------------
ลานเทวา แห่ง ภูตะนาวฯ [203.170.228.172] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 13:27 น. ] [ 6 ]




                  เดาไม่ออก เลยบอกไม่ได้

                 สิ่งที่ลานฯ ถามมา ตอบไม่ได้
           ว่าเหตุใด ผลใด มิรู้หนา
           กระทู้เปรียบ ธรรมเป็นแพ ของอาตมา
           ก็หายวับ กับตา ไปเช่นกัน

                 ตัวแม่นั้น ใช้วิธี ก๊อป+++ไว้
           เซฟไว้ใน ข้อมูลเรา ก่อนจะผัน
           กดเอ็นเทอร์ เซ็นเซอร์ก่อน จรจรัล
           วิธีนั้น จึงเก็บได้ ให้อาตมา

                 ครานี้สุด จะวิเคราะห์ ให้เหมาะแจ้ง
           สุดพลิกแพลง ถ้าคิดออก บอกด้วยหนา
           แต่ก็คง ลงว่า ตถาตา
           ลานเทวาฯ อย่าคิดวุ่น วุ่นวายใจ

           หน้าที่ใดของใคร ก็ของคนนั้นเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [202.28.21.4] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 15:28 น. ] [ 7 ]



@ ผู้รักษา หน้าที่ เป็นกรรมดี
ส่งให้ดี ดี ดี สหายเอ๋ย

หน้าที่ท่าน หน้าที่เรา ไม่เลือนเลย
ใคร ๆ เอ่ย เล่าขาน ขจรไกล

@ หน้าที่ดี ทำให้ดี มีประโยชน์
พาพ้นโทษ เภทภัยไกล ไร้หมองศรี

รู้รักษา ฝึกธรรมา ธรรมกวี
ปีติศรี มีธรรมงาม ตามครรลอง

@ จะเป็นแม่ เป็นพ่ ก็หน้าที่
หรือเป็นพี่ เป็นน้อง หลานเหลนโหลน

ถึงอย่างไร ก็จำต้อง ร้องตะโกน
สวมหัวโขน รู้หน้าที่ จึงดีงาม
------------

คำว่า หน้าที่ / รู้หน้าที่ / รักษาหน้าที่
ท่านมุ่งถึงกิจกรรม หรือ ภารกิจ ที่เป็นไปเพื่อกุศล เพื่อความเจริญ ฝ่ายเดียว

บุคคลใด ประมาทไซร้ ไม่สนใจหน้าที่ ไม่ศึกษาหน้าที่ ไม่รักษาหน้าที่
ก็ง่าย ที่จะถูกเรียกว่า ผู้ปมาทธรรม

พระปัจฉิมวาจา ของพระบรมศาสดา จึงก้องกังวาน อยู่ในจิตของเหล่าพุทธบริษัทเสมอ
ที่ว่า ...เธอทั้งหลาย จงยังกิจด้วยความไม่ประมาทเถิด..!

คารวะท่านพี่หิ่งห้อยน้อย ยามเย็น ๆ ครับ ...ชอบใจธรรม คำว่า หน้าที่..!
มีปรากฎอยู่ทั่วไป วัยก็มากแล้ว แต่ก็ยังถูกตำหนิว่า ไม่รู้จักหน้าที่

ความเป็นบัณฑิต จึงมิได้อยู่ที่ ความมีอายุเท่าใด เพียงใด...!
แต่อยู่ที่การฝึกอบรม พัฒนาตัว พัฒนาจิต ไปตามลำดับ ๆ

ต้องตามพุทธศาสนสุภาษิต ...บัณฑิต ย่อมฝึกตน..!

---- โมทนาธรรมครับ ----
ฐิต [125.24.87.172] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 16:50 น. ] [ 8 ]



            ไกลก็เหมือนไกล้

ประตูโคดม ปิดไว้ ไม่ให้เข้า
มีภูเขา ขวางกั้น แม่น้ำแห้ง
ถนนขาด ญาติสนิท ปิดกำแพง
จะใช้แรง หรือปัญญา พาข้ามไป

หากใช้แรง มีแต่ แย่ไปหนัก
ใช้โมหะ เป็นหลัก ยิ่งหนักใหญ่
ใช้ความดี ดีกว่า พาข้ามไป
ลานเทวาฯ หัวไว หงั๋ยตายเย็น

เรื่องใหญ่ๆ ทำไม ท่านสู้ได้
แต่ทำไม เรื่องเล็กๆ เด็กยังเห็น
ได้แต่จด ได้แต่จ้อง มองไม่เป็น
ลองใช้เลนส์ ขยายใหญ่ ได้ไหมลานฯ..เฟื่องฟ้า

ปัญญาท่าน อยู่ไกลเหนือฟ้า ปัญหาท่าน อยู่ไกล้นิดเดียว
ลองหาวิธีเข้ามาใหม่..เป็นกำลังใจให้...แม่ยิ้มนิดเดียวอีกแล้ว
เฟื่องฟ้า [203.150.30.31] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 18:04 น. ] [ 9 ]



รู้ครับ แต่ไม่ทำ อิ อิ อิ

เป็นเด็กดื้อครับ

แต่ตอนนี้

คงต้องลาไปหาข้อมูลสักพักแล้วหละ

เพื่อมาใหม่ ใครอ่านแล้วอาจบรรลุเลยก็ได้นะอิ อิ อิ

ที่นี่เขาชอบธรรมสูงๆ

แต่ใจเจ้าของ ต่ำ

เอ้ย ไม่ใช่ สูงก็สูง โทษที

ไปละนะครับ

เดี๋ยวเจอกัน

ลานเทวา แห่ง ภูตะนาวฯ [203.170.228.172] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 18:27 น. ] [ 10 ]



ก็ในเมื่อ      โลกนี้      มีแต่ธรรม
*****      ****      ******
*****      ****      ******
*****      กวีข้าฯ      ทิ้งทำไม

ครวญอีก....อิ อิ อิ
เงาเทวดา [124.157.152.105] [ 3 พ.ค. 2549 เวลา 19:57 น. ] [ 11 ]




                 ท่านเงาฯ เล่น ใช้ดอกจัน แทนอักษร
           ในคำกลอน ให้มารน้อย นั้นหงอยยิ่ง
           พยายาม เติมคำใน ใส่ธรรมอิง
           ก็เหมือนยิ่ง พางงงัน เกินปัญญา

                 บอก “ท่านเงาฯ” เราท่าน ล้วนผู้ใหญ่
           เด็กทำผิด พลาดไป อภัยหนา
           รู้ทั้งรู้ ช่วยกันกู้ เขาคืนมา
           พากันยื่น ความเมตตา ให้เขาไป

                 พากันยื่น เข้าไปช่วย เขาฉวยซ้ำ
           กลับกระทำ ย่ำยี บนน้ำใส
           เข้า้ประคอง กรองความให้ ด้วยน้ำใจ
           แต่เขากลับ ไร้น้ำใจ ไม่ใยดี

                 แม่(หิ่งห้อยฯ) เพื่อน พี่ มีน้ำใจ ต่างยื่นให้
           กลับผลักไส ใช้ความหยาบ อาบจิตหนี
           แล้วใยท่าน กลับไม่ผละ ละวาที
           คิดให้ดี เสียเวลา หาสิ่งใด ฯ

                 ใคร่รบกวน ให้ท่านหา ชื่อเหมาะสม
           มีคนชม เรียก “นางฟ้า” เข้าท่าไหม
           มีเทวา ก็ต้องมี นางฟ้าไง      (กลอนพาไป..เลียนแบบแม่..อิอิอิ)
           แล้วเฟื่องฟ้า จะหาใคร มาเป็นครู      (นางมารน้อยจะหายตัวแล้วค่ะ)


           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
     
นางมารน้อย [ 203.153.158.226 ][ 4 พ.ค. 2549 เวลา 06:23 น. ] [ 12 ]




            วิมุตติ



          วิมุตติ หมายถึง ความหลุดพ้น ความพ้นจากกิเลส มี ๕ อย่าง

          ๑. ตทังควิมุตติ พ้นด้วยธรรมคู่ปรับหรือพ้นชั่วคราว เป็น โลกิยวิมุตติ

          ๒. วิกขัมภนวิมุตติ พ้นด้วยข่มหรือสะกดได้ เป็น โลกิยวิมุตติ

          ๓. สมุจเฉทวิมุตติ พ้นด้วยตัดขาด เป็น โลกุตตรวิมุตติ

          ๔. ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ พ้นด้วยสงบ เป็น โลกุตตรวิมุตติ

          ๕. นิสฺสรณวิมุตติ พ้นด้วยออกไป เป็น โลกุตตรวิมุตติ



            โลกิยวิมุตติ
วิมุตติที่เป็นโลกีย์ คือความพ้นอย่างโลกๆ ไม่เด็ดขาด ไม่สิ้นเชิง กิเลสและ
            ความทุกข์ยังกลับครอบงำได้อีก



           โลกุตตรวิมุตติ
วิมุตติที่เป็นโลกุตตระ คือ ความหลุดพ้นที่เหนือวิสัยโลก ซึ่งกิเลสและ
            ความทุกข์ที่ละได้แล้ว ไม่กลับคืนมาอีก ไม่กลับกลาย



                ตทังควิมุตติ
(พ้นด้วยองค์นั้นๆ) หมายความว่า พ้นจากกิเลสด้วยอาศัยธรรมตรงกันข้าม
           ที่เป็นคู่ปรับกัน เช่น เกิดเมตตา หายโกรธ เกิดสังเวช หายกำหนัด เป็นต้น เป็นการหลุดพ้นชั่วคราว

                วิกขัมภนวิมุตติ
พ้นด้วยข่มหรือสะกดไว้ ได้แก่ ความพ้นจากกิเลสและอกุศลธรรมได้ด้วย
           กำลังฌาน อาจสะกดไว้ได้นานกว่าตทังควิมุตติ แต่เมื่อฌานเสื่อมแล้ว กิเลสอาจเกิดขึ้นอีก

                สมุจเฉทวิมุตติ
หลุดพ้นด้วยตัดขาด ได้แก่ พ้นจากกิเลสด้วยอริมรรค กิเลสเหล่านั้น
            ขาดเด็ดไป ไม่กลับเกิดขึ้นอีก

                 ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ
ความหลุดพ้นด้วยสงบระงับ ได้แก่ การหลุดพ้นจากกิเลสด้วยอริยผล
            เป็นการหลุดพ้นที่ยั่งยืน ไม่ต้องขวนขวายเพื่อละอีก เพราะกิเลสนั้นสงบไปแล้ว

                 นิสสรณวิมุตติ
ความหลุดพ้นด้วยออกไปเสีย หรือสลัดออกได้ เป็นการพ้นที่ยั่งยืนตลอดไป
            ได้แก่ นิพพาน


           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.120.228] [ 4 พ.ค. 2549 เวลา 07:18 น. ] [ 14 ]

การประกาศ      พุทธศาสน์      อยากหนักหนา
ปล่อยให้เขา      เข้ามา      แล้วขัดสี
ก่อนปล่อยไป      เขาจะได้      ทำความดี
ให้เป็นศรี      กับเว็บ      ธรรมะไทย

นี่คือสิ่ง      ที่ข้าฯ      อยากให้เป็น
ค่อยๆเข็น      เนื้อความ      ตาม..บาลี
แล้วใจข้าฯ     กว้างขวาง      ออกอย่างนี้
มีหรือที่      ข้าฯจะทำ      กรรมขัดขวาง

แต่..ความจริง      ในจริง      นั้นมีอยู่
บอกให้รู้      กติกา      ดอกหนาเจ้า
เรื่องบางอย่าง      ผิดไม่ได้      อย่าหูเบา
ใครรู้เข้า      เขาต้องว่า      เป็นพุทธปลอม

ธุระมาพอดี.... เรื่องชื่อ เราถือโอกาสใช้หนี้บุญให้
เหตุเพราะท่านยกนิ้วโป้งชื่นชมเรา สบโอกาสเราจึง
อาศัยสถานะการณ์บอกความจริงใช้หนี้ให้ ส่วนที่เหลืออื่นๆ
เรามิอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เพราะจะเป็นเหตุให้เจ้าของชื่อถือเป็นความ
ตามมาเอาเรื่องกับเรา ฉนั้น เรื่องตั้งชื่อใหม่ ก็ขอให้เป็นบุญทำกรรมแต่ง
เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ที่ต้องจัดการเอาเอง และขอให้สมปราถนา ขอไปธุระก่อน....
เงาเทวดา [124.157.152.105] [ 4 พ.ค. 2549 เวลา 09:38 น. ] [ 15 ]




     อ้างอิง ......
แล้วใยท่าน กลับไม่ผละ ละวาที
คิดให้ดี เสียเวลา หาสิ่งใด ฯ



     ท่านเงา ตีความหมาย ข้าฯ ผิดแล้ว
รัตนแก้ว ต้องเทิดให้ ไว้เหนือหัว
เขาเข้ามา พากันเกลา มิให้มัว
แต่ถ้ามั่ว ก็ช่วยชี้ ให้คลี่คลาย

     ที่บอกว่า ใยไม่ผละ ละวาที
อันความนี้ พิศให้ดี นะสหาย
เพราะเมื่อไม่ รักทำดี ชีวีวาย
ปล่อยให้ตาย โมฆบุรุษ สุดเยียวยา

     ท่านเงาฯ ตีความหมายของข้าฯ ผิดไปค่ะ คงเข้าใจขึ้นนะคะ ไม่เคยคิดว่าท่านทำกรรมขัดขวางค่ะ...ขอชี้แจงค่ะ
     
นางมารน้อย [ 203.153.96.89 ][ 4 พ.ค. 2549 เวลา 10:20 น. ] [ 17 ]



            แบกอะไร

พี่ท่านเงาฯ วันนี้ ดูขัดๆ
เรื่องสัมผัส นอกใน หายไปไหน
คะแนนเก้า ที่ให้ไว้ คืนเร็วไว
เอาไปใหม่ เหลือแค่หก เกือบตกพลัน

การจัดขั้น ย่อหน้า ก็มาแปลก
เหมือนแท่นแบก อะไรอยู่ รู้ไหมท่าน
มีฐานกว้าง ตรงกลางแยก เหมือนแบกมาร
ข้าฯสงสาร กลัวเหงื่อแตก แบกทำไม.....เฟื่องฟ้า

ลองสังเกตุดู การวางตำแหน่งชิดหน้า และย่อหน้าของกลอนท่าน เงาเทวดา
ภาพออกมาเหมือนแท่นแบกหิน..หนักไหมท่าน..
เฟื่องฟ้า [203.150.30.31] [ 4 พ.ค. 2549 เวลา 15:55 น. ] [ 18 ]



ชื่อของเจ้า      แน่จริง      ขลังจริงหนา
ข้ากับมา      เจ้าก็ชวน      พาไปซิ่ง
ข้าฯไม่ไป      เจ้าก็หา      ข้าฯไม่จริง
พอข้าซิ่ง      เจ้าก็หา      ข้าฯไม่โต

อันสองเรา      ต่างคน      มีหน้าที่
สรรหาดี      มาฝาก      มิตรทั้งหลาย
ข้าไม่เห็น      ความหมายเจ้า      แปลกอะไร
แต่ทำไม      ใยไม่เห็น      ความตนเอง

คะแนนเก้า      หล่นลงมา      เหลือแค่หก
เพราะข้าฯงก      ให้เจ้า      เฝ้าสงสัย
ว่าตัวข้า      มานี้      ทำเพื่อใคร
เหตุอันใด     ข้าฯจะต้อง      ตกลงดิน

ข้าอยากรู้      เป้าหมาย      ใจที่นี่
ของเว็บนี้      จริง..จริง      อยู่ที่ใหน
ใช่ประกาศ      พระศาสน์      ให้แพร่ไป
หรือว่าทำ      กำไร...      บนความดี

กลับมาแล้วก็เจอคำถามเลย มันตอบได้มากมายเหลือเกิน
มาคุยกันดีกว่า ว่าต้องการเผยแพร่พุทธศาสนากันใช่หรือไม่
ท่านต้องการเผยแพร่กับใคร ท่านจำกัดวงของท่านไว้แค่ใหน
ในความเห็นของเรามีว่า อันคนธรรมดาที่ยังไม่สิ้นกิเลสทั้งหลาย
ย่อมพกใจตนเองเข้ามาพร้อมกับกิเลสนั้น มาเพื่อต้องการความจริง
ให้ท่านทั้งหลายที่รู้ดีกว่าช่วยสงเคราะห์ ฉนั้น ความเห็น กริยา มารยาท
ย่อมต้องมีเป็นธรรมดา ย่อมจะไม่ถูกต้อง ถูกใจ เพราะเป็นวิสัยที่เป็นปุถุชน
ท่านจะสงเคราะห์พวกเขาหรือไม่ หรือต้องเรียบร้อยเท่านั้น ท่านจึงจะสงเคราห์
คนดีไปนิพพานกันหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ ก็เป็นเช่นนี้แล ใยท่านถือสากันนัก

เจ้าเฟื่องฟ้า นี่เก่งไม่เบาเลย เหมือนดั่งจะมีตาวิเศษ
เงาเทวดา [124.157.152.105] [ 4 พ.ค. 2549 เวลา 16:45 น. ] [ 19 ]



สองสหาย      ไม่กล่าวลา      หายหน้าเงียบ
หรือข้าเสียบ      ไม่ถูกที่      ชักสงสัย
หรือพูดตรง      เกินไป      แล้วขัดใจ
จงว่าไป      ความในใจ      จะจบลง

ธรรมดา      ผู้คน      ต้องเลี้ยงชีพ
ทุกทวีป      ทุกแห่งหน      ต้องค้นหา
เพื่อให้ได้      เงินดี      มีสัมมา
ข้าฯไม่ว่า      สักนิด      ข้าฯคิดเป็น

ขออย่างเดียว      ได้ประกาศ      พระศาสนา
นำสัมมา      เผยแพร่      ทุกแห่งหน
เรื่องทำมา      หากิน      แล้วแต่คน
ข้าฯไม่สน      ขอจริงใจ      นัยสัมมา

ท่านอยากทำ      อะไร      จงทำเถิด
ขอให้เกิด      สิ่งของ      ต้องประสงค์
แต่ให้เว้น      ข้าไว้      สักหนึ่งคน
ให้ข้าฯด่น      ความจริงใจ      เผื่อใครฟัง

ในโลกนี้      ไม่มี      สิ่งใดผิด
ใครจะคิด      อย่างไร      มีคำตอบ
ถึงบางครั้ง      ผู้ฟัง      อาจไม่ชอบ
มีคำตอบ      ให้ไป      กลายเป็นดี

โปรดเอี้อเฟื้อ      ผู้เข้ามา      หาดวงจิด
ถึงคิดผิด      ก็แก้ไข      ไม่หน่ายหนี
ตั้งหน้าทำ     ให้เขาเห็น      แต่ความดี
จะเป็นที่     สรรเสริญ      เจริญพร

ปัญหาใด      ธรรมแก้ให้      ได้ทั้งนั้น
แค่ขยัน      จริงใจ      ให้ทุกที่
ถึงเขามา      แต่ละคน      ล้วนไม่ดี
ไม่ใช่ที่      ไม่ต้อนรับ      ขับไล่ไป

นำให้เขา      เข้ามา      แล้วชะล้าง
ให้สว่าง      กลับออกไป      จนใสแจ๋ว
ถึงจะเรียก      พระเมตตา      ยาทุกแนว
ไม่คลาดแคล้ว      ที่นี่      ธรรมะไทย
เงาเทวดา [58.147.120.63] [ 4 พ.ค. 2549 เวลา 23:40 น. ] [ 20 ]



            ....

อ้างอิง...
สองสหาย ไม่กล่าวลา หายหน้าเงียบ
หรือข้าเสียบ ไม่ถูกที่ ชักสงสัย ....

....เรียน ท่านแม่หิ่งห้อยน้อย ช่วยพิจารณาด้วย..เฟื่องฟ้า
เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 5 พ.ค. 2549 เวลา 00:53 น. ] [ 21 ]




                 เข้าใจผิด คิดว่า "เพื่อน"


                 "สองสหาย ไม่กล่าวลา หายหน้าเงียบ
           หรือข้าเสียบ ไม่ถูกที่ ชักสงสัย"
           ข้าฯไม่เห็น ว่าท่านเสียบ ณ ที่ใด
           โบราณไง ให้ตัดลง จะคงนาน

                 ข้าฯ จึงละ ไม่โต้ตอบ ให้หงุดหงิด
           ข้าฯ สะกิด เพราะเห็นเขา ล่วงเกินท่าน
           สรรพยอก เย้นหยัน ดั่งคนพาล
           กลับไปอ่าน หกหนึ่งสาม สิบสี่ มี

                 แต่ท่านกลับ ตีความ ข้าฯ ว่าท่าน
           ไม่คิดอ่าน น้ำใจ ให้เพื่อนซี้
           แล้วจะให้ ข้าฯ ตอบรับ กลับใยดี
           นิ่งเสียดี กว่าโต้ตอบ บอบช้ำกัน

                 เฟื่องฟ้าเจ้า เข้าใจ ก็เปลี่ยนเรื่อง
           อารมณ์เคือง ท่านยังติด ประชิดมั่น
           ท่านเอ่ยถาม จุดประสงค์ เผยแผ่ธรรม์
           ของเว็ปนั้น ข้าฯ มิอาจ ตอบแทนใคร

                 "...หรือว่าทำ กำไร... บนความดี "
           ข้อความนี้ อ่านแล้ว ส่อมิตรไฉน
           เราก็ต่าง มีจุดยืน อยู่ในใจ
           ที่จะให้ ธรรมา แก่มวลชน

                 วิธีการ ของใคร ใครก็ทำ
           อย่าไปล้ำ เกินเส้น ไม่เป็นผล
           เพียงแต่ข้าฯ คิดผิดไป ในจิตคน
           นึกว่าท่าน เป็นมิตรตน จึ่งจนใจ

                ขออภัย ที่ข้าฯ เข้าใจผิด
           เพราะไปคิด ท่านเป็นมิตร จิตสดใส
           ข้าเป็นมารฯ ท่านเงาเทพ วิเศษกว่าใคร
           จึ่งห่างไกล มิควรคบ บรรจบกัน



           ต้องกราบขออภัยท่านเงาเทวดา ที่ไปเอ่ยวาจาเตือนเพราะเห็นเขาดูหมิ่นท่านที่หวังดีกับเขา จากกระทู้ที่
           0613 คำตอบที่ 14 แต่ท่านกลับคิดว่าข้าฯ ว่าท่านไม่โต ดังนั้น ก็ขออโหสิกรรมกัน นะที่นี้เจ้าค่ะ


           ขอบคุณในไมตรีที่เฟื่องฟ้าเคยเอ่ยถึง (จากกระทู้ที่ลบไป) ที่ไม่เข้ามาตอบ เพราะชอบอ่านมากกว่าค่ะ
           เป็นการปุจฉา-วิสัชนาธรรมที่มีคุณค่า ต่อผู้อ่านที่เข้ามาอ่านค่ะ ขออนุโมทนาในกุศลค่ะ...เฟื่องฟ้า

           เจริญในธรรมค่ะ
     
นางมารน้อย [ 203.153.137.223 ][ 5 พ.ค. 2549 เวลา 02:10 น. ] [ 22 ]



ข อ คุ ณ สำ หรับ วิ มุ ต ติ 5 น ะ ค ะ
มะปราง [203.113.33.10] [ 19 ก.ย. 2549 เวลา 20:50 น. ] [ 23 ]


Warning: fopen(./data/672.dat) [function.fopen]: failed to open stream: Permission denied in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 185

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 186

Warning: fputs(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 187

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 188

Warning: fclose(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 189
 แสดงความคิดเห็น - เขียนบทกวี
จำนวนคนอ่าน 609 คน 

* กฎ กติกาการแสดงความคิดเห็น *
+ โปรดงดเว้น การแสดงหลักธรรมที่ขัดต่อหลักพระไตรปิฎก +
+ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน หรือบุคคลอันเป็นที่เคารพ +
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น / เขียนต่อ
ข้อความ * :
อ้างอิง :
   พระไตรปิฎก   พจนานุกรมพุทธศาสตร์     พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน
รูปแบ็กกราวด์ :


ไอคอนพื้นฐาน :
 แทรกลิงค์ URLแทรกรูปย่อหน้าตัวหนาตัวเอียงเส้นใต้สีแดงสีเขียวสีน้ำเงินสีส้มสีชมพูสีเทา
โดย * :
E-mail :
ส่งไฟล์ภาพ : (สมาชิกเว็บฯ สามารถ upload ภาพได้ครับ)
สมาชิก : ล๊อกอินสมาชิก
 
  [ สมาชิกเว็บฯ สามารถเขียนบทกวีธรรมะต่อได้ - ขอบคุณมากครับ ]

กลับหน้าหลักกวีธรรมะ
ปิดหน้าต่างนี้
ธรรมะไทย - dhammathai.org