ทางสว่างแห่งบุญ
 หิ่งห้อยน้อย   19 เม.ย. 255

 
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




คนจน ... ความจน

๐ บางคนนำจนอ้าง ..... ขวางบุญ
ว่าจนมิอาจหนุน ......... บุญได้
ยิ่งหันหลังให้บุญ ........ อกุศล ทวีนา
อ้างหาเช้ากินค่ำไซร้ ... มิได้สร้างบุญ

เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




คนจน ที่ไม่จนบุญ

๐ คนจนที่จิตมิ ........... จนบุญ
น้อมจิตสู่พุทธคุณ ...... คุ้มเกล้า
น้อมธรรมมานำหนุน ... เกิดก่อ บุญนา
ไตรรัตน์น้อมเข้าเคล้า . จิตและวิญญาณ

๐ จิตนั้นตั้งมั่นพร้อม ... ยินดี
รู้จำแนกทานทวี ......... ยิ่งแล้ว
เพื่อลดละตระหนี่ ........ ในจิต เจ้าเอย
ยินดีทุกเมื่อแล้ว ......... ยื่นให้ในทาน

๐ สมาทานศีลมั่นใน .... จินตนา
ระวังกายวาจา ............ ทุกเมื่อ
สำรวมในสีลา ............ ปาฏิโมกข์
กลิ่นฟุ้งจึงอะเคื้อ ........ หอมด้วยกลิ่นศีล

๐ สำรวมจิตตั้งไว้ ........ ในฌาน
ฌานก่อให้เกิดญาณ ..... ยิ่งแล้ว
สมาธิตั้งมั่นนาน .......... เกิดก่อ
สามทางนี้บุญแก้ว ........ มิข้องความจน


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




คนรวย ... ที่จนบุญ

๐ คนรวยยกตนอ้าง .... ขวางบุญ
ใช่บุญมาค้ำจุน .......... รวยนั่น
มรดกพ่อแม่หนุน ........ เกิดก่อ มั่งมี
มิเคยทำบุญนั้น .......... โชคช่วยบันดาล

๐ เพราะมิจฉาทิฏฐิเจ้า . ให้ผล
จิตจึ่งสู่อกุศล ............. กล่อมเจ้า
มิรู้ว่าเพราะกุศล .......... เจ้าสร้าง สมมา
จึงได้เสวยสุขเคล้า ...... โภคทรัพย์เนืองนอง

๐ เมื่อประมาทนี่นี้ ....... เข้าครอง
บุญใหม่บ่มีประคอง ..... เจ้าได้
ทรัพย์ที่ไหลเนืองนอง .. กลับสูญ สิ้นนา
ผลบุญนั้นหมดไซร้ ...... อกุศลวิบากครอง

******************

๐ คนรวยที่จิตมิ ........... ขวางบุญ
บุญก่อกุศลเพิ่มบุญ ...... ยิ่งแท้
ทาน ศีล ภาวนา หนุน .. ลาภยศ สักการ
กุศลวิบากส่งแล้ .......... ร่วมสร้างทางบุญ




เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




ทางสว่างแห่งบุญ .. คนไม่มีเวลา


๐ บางคนยกงานอ้าง ..... เวลา
งานยุ่งพุ่งเจตนา ........... หลบนั่น
ยังไม่ถึงกาลจักพา ........ สะสม บุญเอย
จิตประมาทพลาดสะบั้น .. หลีกลี้หนีบุญ


๐ คนวุ่นที่จิตมิ ............ วุ่นวาย
สัทธามั่นมิคลาย .......... พุทธเจ้า
ทุกขณะจิตมิกราย ........ อกุศล ใดนา
ไตรรัตน์เนาอยู่เคล้า ..... จิตและวิญญาณ

๐ จิตนั้นตั้งมั่นพร้อม .... ในทาน
รู้จำแนกตามกาล ......... ยิ่งแล้ว
จับตระหนี่นี้ปหาน ........ จากจิต เจ้าเอย
ยินดีมิยอมแคล้ว ......... คลาดให้จากทาน

๐ สมาทานศีลมั่นใน .... วิญญา
ระวังกายวาจา ............ ทุกเมื่อ
สำรวมในสีลา ............ ปาฏิโมกข์
กลิ่นศีลซ่านอะเคื้อ ...... เฟื่องฟุ้งทวนลม

๐ สำรวมจิตตั้งไว้ ....... ในฌาน
ฌานก่อให้เกิดญาณ .... ยิ่งแกล้ว
สมาธิตั้งมั่นผลาญ ...... นิวรณ์ ห้าเอย
สามทางนี้บุญแก้ว ...... มิข้องเวลา


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






อนุโมทนากับคุณหิ่งห้อยน้อยด้วยครับ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

คำว่าจน อ้างไม่ได้เลย ในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ ทานเป็นแค่ประการเดียวเท่านั้นซ้ำ "อภัยทาน" ก็ไม่ต้องใช้เงิน ผู้อ้างเช่นนี้จะจนทั้งเงินจนทั้งบุญ (แล้วเค้าจะรวยไปได้มั๊ยเนี่ย)

บางคนรวย อ้างมรดก หารู้ไม่ว่ากำลังกินของเก่า(บุญเก่า)อยู่ มรดกย่อมมีเหตุปัจจัยหนุนนำมาในกาลก่อนที่เขาอาจไม่รู้เพราะไม่เชื่อเรื่องภพชาติ มิได้ลอยมาเฉยๆ จำได้ว่าวิปัสสนาญาณที่ 2 คือ ปัจจยปริคหญาณที่หมายถึงการรู้เหตุปัจจัยของนามรูป ถ้าเชื่อในพระรัตนตรัย(ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไม่เชื่อนะครับเพราะการเชื่อในพระรัตนตรัยคือการเชื่อในความจริง)จะพอเทียบเคียงได้ว่า อะไรอะไร ไม่ได้ลอยมาเฉยๆ ย่อมต้องมีเหตุปัจจัยมาในกาลก่อนเสมอ

บางคนบอกว่าไม่มีเวลา ถ้ามีเวลาหายใจ ย่อมถือศีลได้ ย่อมเจริญภาวนาได้ กุศลสูงกว่าฝ่ายทานอีกนะครับ






ขออนุโมทนาด้วยครับ...




 เปิดอ่านหน้านี้  4433 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย