ความรักที่แท้ คืออะไร
 หิ่งห้อยน้อย   27 ก.พ. 2555

 
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




๐ ความรัก หรือ คืออารมณ์ ที่คุกรุ่น
ที่บางเบา ยืดหยุ่น และสดใส
มองทุกสิ่ง แสนตระการ เบิกบานใจ
ทั้งอ่อนนุ่ม ละมุนละไม ในจินตนา

๐ แต่กิเลส ที่แฝงมา กับความรัก
กลับพาชัก ให้คลุกเคล้า เจ้าตัณหา
มีกิเลส เป็นกองหนุน ตลอดเวลา
จึงเริ่มเปลี่ยน ทีท่า พาวุ่นวาย


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ








ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




๐ แต่กิเลส ที่แฝงมา กับความรัก
กลับพาชัก ให้คลุกเคล้า เจ้าตัณหา
มีกิเลส เป็นกองหนุน ตลอดเวลา
จึงเริ่มเปลี่ยน ทีท่า พาวุ่นวาย

๐ เริ่มจากการ ต้องการ เป็นเจ้าของ
เริ่มอยากครอง ไว้คนเดียว เหนี่ยวกลัวหาย
เริ่มระแวง แคลงคลางจิต เกรงเปลี่ยนกลาย
เริ่มพะวง หลงวุ่นวาย ในฤดี

๐ ความรักจึง ถูกเงื่อนงำ นำไปผิด
ตามจริต ที่ต้องการ กาลสุขขี
แล้วพรอดพร่ำ ถลำลึก ลงทุกที
เพิ่มราคี สิ่งสิ้นศรี สู่หทัย

๐ ให้ย้อนกลับ ดูนิยาม อีกครั้งหนึ่ง
แล้วจะทึ่ง เพราะรัก ประจักษ์ใส
เพราะว่ารัก ต้องเมตตา และอภัย
มิใช่ไขว่ คว้าเอาไว้ เป็นของตน

๐ เพราะนั่นคือ ความโลภ ละโมบแล้ว
จิตที่เคย ใสดั่งแก้ว เกิดสับสน
เพราะกิเลส ตัณหาเคล้า เข้าครอบตน
จึงได้ยล แต่ทุกข์ สุขไม่มีฯ




เจริญในธรรม เจ้าค่ะ







อนุโมทนา สาธุ




๐ เพราะนั่นคือ ความโลภ ละโมบแล้ว
จิตที่เคย ใสดั่งแก้ว เกิดสับสน
เพราะกิเลส ตัณหาเคล้า เข้าครอบตน
จึงได้ยล แต่ทุกข์ สุขไม่มีฯ


แล้วเฟื่องฟ้า รักแม่ลูก ถูกหรือเปล่า
ทุกค่ำเช้า ก็เป็น เช่นดั่งนี้
มิเคยเปลี่ยน แม้กาล ผ่านหลายปี
แสนสุขี เมื่ออยู่ใกล้ ใช่แกล้งทำ

แม้ชีวิต ยินดีให้ ไม่ต้องแลก
จะให้แบก นานแค่ไหน ไม่บ่นพร่ำ
ขอเพียงแต่ เอ่ยวาจา มาสักคำ
จะน้อมนำ ปฏิบัติ มิผลัดเลย

กิเลสรัก ฉันเป็น ดั่งเช่นนี้
ทั้งๆที่ ฉันก็รู้ ควรอยู่เฉย
ทุกความรัก ล้วนไร้สุข ทุกข์ยิ่งเอย
จริงหรือไม่ แม่ช่วยเผย เอ่ยบอกมา...เฟื่องฟ้า







ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
                     ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง




๐ รักที่แท้ นั้นมี แต่การให้
ควรพินิจ ด้วยใจ ให้มากยิ่ง
หญิงกับชาย รักกัน หมายแอบอิง
มิวายทิ้ง กันไป ให้ระทม

๐ แต่ถ้าเรา รักใคร ให้ด้วยรัก
ให้ความภักดิ์ ความหวังดี ที่เหมาะสม
ไม่หวังผล ตอบแทนใด จักไม่ตรม
อย่าเพียงหวัง ให้เขาชม ชื่นกลับมา

๐ ถ้าทำได้ เช่นกล่าว เล่ามานี้
ดวงฤดี นี้สดชื่น รื่นหรรษา
เพราะว่ารัก อยู่บนฐาน ความเมตตา
อีกกรุณา ให้คนรัก นั้นสุขใจ

๐ เฟื่องฟ้ารัก แม่ ลูก ผูกพันจิต
แม้ชีวิต ก็ยินดี ที่มอบให้
รักที่มี มิต้องการ หวังสิ่งใด
เป็นความรัก ที่สดใส ให้ชื่นชม

๐ แต่เป็นรัก ที่ยังยึด และถือมั่น
นี่แม่ฉัน ลูกฉัน พลันจักขม
เมื่อเขาป่วย ก็ป่วยด้วย นั่นงายงม
เมื่อเขาขม เราก็ขื่น ชื่นไม่มี

๐ เปลี่ยนรักที่ ผูกพัน มัดแน่นจิต
ให้สถิต ด้วยเมตตา พาสุขขี
และวางได้ เมื่อเกิด เหตุไม่ดี
พาชีวี สู่สงบ พบความเย็นฯ


เจริญในธรรม เจ้าค่ะ






๐ เปลี่ยนรักที่ ผูกพัน มัดแน่นจิต
ให้สถิต ด้วยเมตตา พาสุขขี
และวางได้ เมื่อเกิด เหตุไม่ดี
พาชีวี สู่สงบ พบความเย็นฯ


แม่หิ่งห้อย สอนเตือนซ้ำ ย้ำให้คิด
ให้ลูกศิษย์ ตาสว่าง เห็นทางเด่น
เหมือนแสงทอง ส่องกระจ่าง กลางจันทร์เพ็ญ
สาดให้เห็น ต้นเหตุทุกข์ ปลุกระวัง

ทำไงได้ ตกหลุมรัก มักสดชื่น
ใช่แสร้งฝืน ไม่มีจิต คิดคาดหวัง
ฉันรักแม่ มิเคยเหยียด เกลียดชิงชัง
นึกความหลัง ครั้งใด ให้ปลื้มจินต์

ฉันจำได้ แม่หุงข้าว แต่เช้าตรู่
เก็บถั่วพลู ผลมะละ ใบกระถิน
ต้มจืดหมู ร้อนๆ ป้อนให้กิน
ยังจำกลิ่น ยาขมแท้ แก้โรคซาง

แม่มองฉัน ฉันมองแม่ แลตาจ้อง
เราทั้งสอง มิเคยหวาด เคยบาดหมาง
แต่วันนี้ เหตุไฉน ใยแยกทาง
แม่อยู่ทาง ลูกอยู่ทาง ช่างปวดใจ

ฉันรู้แล้ว ยากสลัด ยามพลัดพราก
เนื่องรักมาก จริงแท้ แม่ว่าไหม
ให้ฉันตัด จงบอกมา ว่าทำไง
ยิ่งอยู่ไกล ก็ยิ่งเหงา เฝ้าอยากเจอ

ฉันรักบุตร รักธิดา กว่า ชีวิต
รู้ว่าผิด แต่ก็ยัง คอยพลั้งเผลอ
เมื่อยามหลับ ก็ยังรั้น ฝันละเมอ
ลืมตาเหม่อ กลางดึก นึกทบทวน...เฟื่องฟ้า

สวัสดีแม่หิ่งห้อยน้อย และกัลยาณมิตรทุกท่าน


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

…คำว่า แต่ความรักในบุตรทั้งหลายมีมาก ความว่า ความรักในบุตรทั้งหลายมีประมาณยิ่งเพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า แต่ความรักในบุตรทั้งหลายมีมาก.
[๖๘๘] ของที่รัก ในอุเทศว่า ปิยวิปฺปโยคํ วิชิคุจฺฉมาโน ดังนี้ มี ๒ อย่าง คือ
สัตว์อันเป็นที่รัก ๑ สังขารอันเป็นที่รัก ๑.
สัตว์อันเป็นที่รักเป็นไฉน? ชนเหล่าใดมีอยู่ในโลกนี้ เป็นมารดาก็ดี บิดาก็ดี พี่น้อง
ชายก็ดี พี่น้องหญิงก็ดี บุตรก็ดี ธิดาก็ดี มิตรก็ดี พวกพ้องก็ดี ญาติก็ดี สาโลหิตก็ดี เป็น
ผู้หวังประโยชน์ หวังความเกื้อกูล หวังความสบาย หวังความปลอดโปร่ง จากโยคกิเลสแก่
บุคคลนั้น ชนเหล่านั้น ชื่อว่าสัตว์อันเป็นที่รัก.

สังขารอันเป็นที่รักเป็นไฉน? รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ส่วนที่ชอบใจ.
สิ่งเหล่านี้ ชื่อว่าสังขารอันเป็นที่รัก.
คำว่า เมื่อเกลียดความพลัดพรากจากของที่รัก ความว่า เมื่อเกลียด เมื่ออึดอัด เมื่อเบื่อ
ซึ่งความพลัดพรากจากของที่รัก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เมื่อเกลียดความพลัดพรากจากของที่รัก
พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น. เพราะเหตุนั้น พระปัจเจกสัมพุทธเจ้านั้นจึงกล่าวว่า
การเล่น ความยินดี มีอยู่ในท่ามกลางแห่งสหาย. แต่
ความรักในบุตรทั้งหลายมีมาก. บุคคลเมื่อเกลียดความพลัด-
พรากจากของที่รัก พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด ฉะนั้น
...






สาธุ สาธุ เจริญในธรรม




...รัก รัก จนกลัวไม่มีคนรัก ! ...

@ รักต้องมีนิยาม แห่งความรัก
รักแท้แท้ แน่นัก รักจากแม่
รักจากพ่อ ก็ใช่ ไม่ผันแปร
รักแน่แน่ แม่รัก ประจักษ์ใจ

@ รักจากลูก ผูกพัน เป็นมั่นเหมาะ
จากแบเบาะ เตาะแตะ และวัยใส
แม่พ่อโอ๋ รักจริง ยิ่งกว่าใคร
พอเติบใหญ่ ไม่เห็น เป็นห่วงเรา

@ เขาอยู่ดี มีสุข สนุกสนาน
จนลืมบ้าน ลืมพ่อแม่ ที่แก่เฒ่า
ภาพลวงตา หลอนให้เห็น เป็นเงาเงา
คิดว่าเขา มาเยือน แท้เลือนลาง

@ ความรักลูก ผูกพัน สำคัญหมาย
ทั้งลูกหญิง ลูกชาย คิดไม่สร่าง
เป็นห่วงเขา เช้าเย็น ไม่เว้นวาง
สัญญาสร้างภาพหลอน จนนอนซม

@ อยากจะถาม นี้หรือ คือความรัก
ใยทุกข์หนัก ทุกค่ำคืน จนขื่นขม
รักของพ่อ ของแม่ ได้แค่ชม
ไม่นานนม เขาก็ ไม่ง้อเรา

@ อยากจะบอก พ่อแม่ ที่แก่เฒ่า
อย่าได้เฝ้า รอน้ำใจ จากใครเขา
รัก ไม่รัก สักแต่ แค่เงาเงา
มัวยึดเอา ทำไม่ ให้ปล่อยวาง

@ เขาอาศัย พ่อแม่ แค่ได้เกิด
ลูกประเสริฐ ขออภัย มิได้อ้าง
ลูกหลายคน ยังเพลิน เดินหลงทาง
เหมือนไม่สร่าง จากเมา เศร้าจริงจริง

@ ทุกวันนี้ พ่อแม่ ยิ่งแก่เฒ่า
เรี่ยวแรงเล่า ก็อ่อนล้า เชื่องช้ายิ่ง
หูตาก็ ฟ่าฟาง สมอ้างอิง
ทุกทุกสิ่ง เปลี่ยนไป ไม่จีรัง

@ ห่วงก็แต่ วันไหน ไม่ไหวแล้ว
ความคล่องแคล่ว หมดไป ไม่ขึงขัง
จะกินอยู่ อย่างไร ให้กลัวจัง
จะนอนนั่ง น่าคิด อนิจจา !......พุดเดิล







 เปิดอ่านหน้านี้  4759 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย