ความเป็นไปของมนุษย์หลังตาย (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



ถ้าทำบาปไว้แล้วก็จะไม่ได้วนเวียนอยู่ในโลกอันนี้แล้ว ไปสู่ยมโลกนู่นแล้วแต่ยมบาลจะตัดสินไปยังไง ก็ขึ้นอยู่กับยมบาลจะพึงซักถาม ได้ทำบุญอย่างไรได้ทำบาปอย่างไรตั้งเป็นมนุษย์ จะไปโกหกยมบาลก็ไม่ได้เพราะยมบาลรู้ มีบัญชีอยู่หมด ใครทำบาปก็อยู่อีกบัญชีหนึ่ง ใครทำบุญก็มีอยู่อีกบัญชีหนึ่ง อย่างนั้นเพราะฉะนั้นจิตวิญญาณใดตายแล้วถ้าไปสู่สำนักยมบาลนะมันต้องพูดตรงไปตรงมา ถ้าหากว่าเวลายังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ผู้นั้นมาปรารภถึงความแก่ความเจ็บความตายอยู่เสมอๆว่าคนเรานี้ชีวิตจะเป็นของไม่เที่ยง ความตายเป็นของแน่นอน ตายลงไปแล้วเราทำกรรมดีไว้มาก กรรมดีก็จะนำไปสู่ความสุข ถ้าเราทำกรรมชั่วไว้มากความชั่วก็จะนำไปสู่ความทุกข์

ได้หมั่นพิจารณาอยู่อย่างนี้จนชิน จนไม่เห็นว่าชีวิตนี้เป็นไปอย่างอื่น จนมันเห็นตามสภาพความจริงอย่างนี้ เวลาไปสู่สำนักยมบาล ยมบาลก็จะถามว่า แต่เป็นมนุษย์อยู่นั้น เคยเห็นคนแก่ไหม เคยเห็นคนเจ็บไหม เคยเห็นคนตายไหม ก็จะต้องตอบว่าเคยเห็น เมื่อเห็นแล้วพิจารณาอย่างไร ถ้าผู้ที่เคยพิจารณาบ่อยๆอย่างว่านั้นน่ะก็จะตอบยมบาลว่า เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วก็เกิดความสังเวชสลดใจว่าคนเรานี่เกิดมาแล้วชีวิตสังขารร่างกายนี่เป็นของไม่เที่ยงไม่ยั่งยืน มีความเกิดขึ้นเป็นเบื้องต้นแล้วก็แปรปรวนในท่ามกลางก็แตกดับในที่สุด ก็เป็นอย่างนี้เคยคิดเคยพิจารณาจนเกิดความสังเวชสลดใจในนามในรูปอันนี้ ยมบาลถามว่าเมื่อเกิดความสังเวชสลดใจแล้วทำอย่างไรต่อไป ก็จะต้องตอบยมบาลว่า เมื่อเห็นว่าชีวิตนี้เป็นของไม่เที่ยงไม่ยั่งยืนแล้วเช่นนี้ก็จะต้องว่ารีบเร่งทำบุญกุศลเข้าไป ไม่ประมาท สิ่งใดที่เป็นบาปเป็นโทษก็ไม่ทำไม่พูด ก็พยายามทำพยายามพูดแต่ในสิ่งที่มันไม่เป็นบาปเป็นโทษมาโดยลำดับ เออถ้าเช่นนั้นเจ้าก็เป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต สมควรที่จะได้รับความสุขความเจริญต่อไป แล้วยมบาลก็ปล่อยขึ้นสวรรค์บาดนิ

ถ้ายมบาลถามอย่างนั้นบางคนน่ะไม่เคยได้ภาวนา ไม่เคยได้พิจารณาถึงความแก่ความเจ็บความตาย ไมได้พิจารณาถึงกรรมดีกรรมชั่ว ไม่ได้พิจารณาถึงผลแห่งกรรมดีกรรมชั่วมันเป็นอย่างไร เมื่อยมบาลถามก็ตอบไม่ได้ ตอบได้แต่ว่าคนเราเกิดมาแล้วก็ต้องแก่เจ็บตายเป็นธรรมดา เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วทำอย่างไรต่อไป ก็ไม่ได้ทำอะไรต่อไปบาดนิ ไม่ได้ทำความดีอะไร เมื่อไม่ทำความดีแล้วไปทำอะไร..ก็ไปทำบาป ฆ่าสัตว์บ้าง ลักทรัพย์บ้าง ประพฤติผิดในกามบ้าง กล่าวมุสาวาทบ้าง ดื่มสุรายาฝิ่นเฮโรอีนบ้าง ผู้ใดทำกรรมชั่วอย่างไรก็ต้องระบุออกไปอย่างนั้น โกหกไม่ได้ ยมบาลลงบัญชีไว้แล้ว ยมบาลก็จะพิจารณาบาดนิ พิจารณาก็เห็นว่า แกนี่เป็นผู้ประมาท เกิดเป็นคนทั้งที ได้พบพุทธศาสนาด้วย ทำดีไม่ได้ ทำแต่กรรมชั่ว กรรมชั่วนั่นจะต้องตามสนองแกให้เป็นทุกข์ เราก็ช่วยไม่ได้

พอยมบาลตรัสอย่างนั้นแล้วนิ่งอยู่ ต่อจากนั้นนายนิรยบาลก็นำนักโทษอันนั้นแหละไปแล้วบาดนิ ไปโยนลงนรกนู่น ได้รับทุกข์ทนทรมาน น้ำร้อนลวก ไฟเผา ตายแล้วบาปกรรมไม่หมดก็กิดขึ้นมาใหม่ เกิดขึ้นมาแล้วก็ถูกน้ำร้อนลวกไฟเผา ร้องครวญครางดิ้นกระเสือกกระสนไปมา ปีนป่ายขึ้นไปบนบก เอ้า นายนิรยบาลก็จับซัดลงไปสู่นรกอีก ทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้นแหละน๊านแสนนานกว่าจะพ้นจากนรกใหญ่มา เมื่อพ้นจากนรกใหญ่มาแล้วก็มาตกนรกน้อยบาดนิ นรกขุมน้อย ทนทุกข์ทรมานอยู่นั่นอีกก็ไม่หนักเหมือนนรกใหญ่ นานไป นานไป บาปกรรมที่มันให้ไปตกนรกหมดลงก็พ้นจากนรกนั้น พอพ้นจากนรกนั้นแล้วก็ไปเกิดเป็นเปรตบาดนิ เพราะบาปกรรมยังไม่หมด เสวยทุกข์ทนทรมานจากความเป็นเปรตอยู่นั้นก็นาน อดข้าวอดน้ำเพราะว่าตนไม่ได้ทานข้าวมาแต่ก่อนนู้น ไม่มีผ้านุ่งห่มเพราะว่าตนไม่ได้ให้ผ้านุ่งห่มเป็นทานมาแต่ก่อน ไม่ได้ให้น้ำเป็นทาน หิวน้ำ น้ำอยู่ใกล้ๆก็ดื่มไม่ได้เพราะท่านกล่าวไว้ในตำราว่า ปากของเปรตนี่มันเล็กเหลือเกินนะ เพียงแต่แค่ว่าเอาเข็มหยั่งเข้าได้แค่นั้นเองแล้วน้ำมันจะเข้าได้ยังไง

เป็นอย่างนี้บุคคลผู้ที่มีบาปติดตัวไป จะต้องได้เสวยทุกข์ทนทรมานไปโดยลำดับๆ เอ้า หมดจากกรรมเวรอันที่ให้ไปเป็นเปรตหมดลงก็ไปเป็นอสุรกาย เกิดเป็นคนดุร้าย เป็นคนอำมหิต เป็นคนขี้กระจอกงอกง่อย หาเลี้ยงตัวเองก็ไม่ได้ อาศัยผู้อื่นเป็นอยู่ เอ้า หมดจากกรรมเวรที่ให้เป็นอสุรกายนั่นแล้วก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน พ้นจากสัตว์เดรัจฉานนั่นแหละถึงได้เกิดมาเป็นคน เมื่อหากว่าผู้นั้นได้สร้างกุศลไว้บ้างแต่ก่อนนะ บัดนี้มันถึงวาระบุญมันให้ผลบาดนิ ได้เกิดมาเป็นคน แต่หากว่าเมื่อเศษบาปอันนั้นยังไม่หมด ต้องมาเกิดเป็นคนขี้กระจอกงอกง่อยอยู่อีกแล้ว ร่างกายก็ไม่สมบูรณ์พูนสุข มีข้อบกพร่องอันใดอันหนึ่งอยู่นั่นแหละ แล้วก็ไม่เป็นที่พอใจของบุคคลทั้งหลาย บุคคลทั้งหลายได้เห็นเข้าก็รังเกียจเดียดฉันท์ ไม่ปรารถนาจะคบหาสมาคมด้วย อันนี้เรียกว่าเศษบาปน่ะมันปานนั้นแหละ เราเห็นกันอยู่ไม่ใช่หรือ หมู่มนุษย์ที่เกิดมาบางหมู่บางพวกน่ะ ร่างกายทุพพลภาพ ช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องขอทานเขากินไปวันๆ อย่างนี้นะ มันเก็เห็นกันอยู่ดาษดื่นแต่เห็นแล้วไม่คิด ไม่เอามาคิดใส่ใจ

ไม่สอนใจตัวเองว่า ไอ้ที่ตนมีอวัยวะร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์อย่างนี้ตนไม่มีกรรมไม่มีเวรอย่างคนเหล่านั้น ทั้งนี้เพราะอะไร เอ้าบางรายก็เพราะว่ากรรมเวรที่ทำมาแต่ก่อนนั้นมันหมดลงแล้ว บุญอำนวยผลให้ต่อจึงได้มีร่างกายสมบูรณ์บริบูรณ์ บางจำพวกก็จุติจากสวรรค์นู่นลงมา มาเกิดเป็นคนในโลกนี้ บุญอันนั้นก็ตามมาตกแต่งอวัยวะร่างกายให้ครบถ้วนบริบูรณ์ทั้งสวยทั้งงามทั้งมีอายุยืนยาวนานอีกด้วย อันนี้ความที่สัตว์ทั้งหลายมาเกิดในโลกนี้มันมีสองประเภทอยู่อย่างนี้ หรือจะว่าสามก็ได้ อีกพวกหนึ่งจุติจากพรหมโลกลงมาเกิด ประเภทที่มาจากพรหมโลกนี้เกิดขึ้นมาแล้วส่วนมากไม่ค่อยจะแต่งงาน เมื่อเจริญวัยใหญ่โตเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาชอบแต่จะออกบวช เพราะว่าพรหมนั้นน่ะเป็นผู้ที่เจริญพรหมวิหาร ๔ เจริญฌานตั้งแต่เป็นมนุษย์นี่ อานิสงส์ฌานนั่นพอตายแล้วก็ให้ไปเกิดพรหมโลก แล้วกามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตกเหล่านี้ไม่มีอยู่ในพรหม พรหมนั้นมีใจสงบระงับอยู่เรื่อยไป ท่านว่าไม่มีเพศหญิงไม่มีเพศชายรูปพรหมเนี่ย เพราะฉะนั้นหมดอายุสังขารจากพรหมแล้ว นิสัยเหล่านั้นก็ติดตามมา เมื่อมาเกิดในโลกนี้แล้วก็ไม่ปรารถนาจะแต่งงาน เบื่อหน่ายการครองเรือน ก็มักจะออกบวชกัน อันนี้ความเป็นมาของมนุษย์เราบาดนิ เป็นอย่างนั้น


ที่มา : ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ “ข่าวจากยมบาล”

DT018306

ภัสรามณี

 เปิดอ่านหน้านี้  2436 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย