ค้นหาในเว็บไซต์ :

ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย บิดามารดา พึงให้บุตรเรียนศิลปวิทยา


• พุทธสุภาษิต •

ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย

บิดามารดา พึงให้บุตรเรียนศิลปวิทยา

๑. คำอ่านบาลี

ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย

อ่านว่า ปุด-เต วิช-ชา-สุ ถา-ปะ-ยะ

แยกศัพท์และความหมาย

- ปุตฺเต อ่านว่า ปุด-เต แปลว่า บุตรทั้งหลาย หรือบุตร
- วิชฺชาสุ อ่านว่า วิด-ชา-สุ แปลว่า ในวิชาความรู้ทั้งหลาย หรือในศิลปวิทยา
- ฐาปย อ่านว่า ถา-ปะ-ยะ แปลว่า ให้ตั้งไว้ ให้ดำรงอยู่ หรือให้ได้รับการฝึกฝนในสิ่งนั้น

รวมความว่า พึงให้บุตรได้รับการศึกษาและตั้งอยู่ในศิลปวิทยาความรู้

๒. อธิบายเพิ่มเติม

พุทธสุภาษิตบทนี้แสดงให้เห็นถึงหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของบิดามารดา คือ การส่งเสริมให้บุตรได้รับการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ความสามารถสำหรับดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคม

การเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตเพียงร่างกาย หรือจัดหาทรัพย์สินเงินทองไว้ให้ ยังไม่เพียงพอ เพราะทรัพย์สินอาจหมดสิ้นไปได้ แต่ความรู้และความสามารถที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสม สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพ แก้ไขปัญหา และพัฒนาชีวิตได้ในระยะยาว

คำว่า “ศิลปวิทยา” ในที่นี้สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ไม่จำกัดเฉพาะการเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่รวมถึงการฝึกอาชีพ การใช้เหตุผล การรู้จักแก้ปัญหา และการเรียนรู้จากประสบการณ์ด้วย

หน้าที่ของบิดามารดาจึงไม่ใช่เพียงส่งบุตรไปโรงเรียน แต่ควรให้การสนับสนุนและอบรมในด้านต่าง ๆ ดังนี้

๑. ส่งเสริมความรู้
จัดโอกาสให้บุตรได้ศึกษาเล่าเรียนตามความสามารถและความถนัด เพื่อให้มีความรู้สำหรับประกอบอาชีพและเลี้ยงดูตนเองได้

๒. ปลูกฝังคุณธรรมควบคู่กับความรู้
ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้คนเป็นคนดี หากขาดคุณธรรม จึงควรสอนให้บุตรมีความซื่อสัตย์ มีวินัย มีความรับผิดชอบ และรู้จักใช้ความรู้ในทางที่ถูกต้อง

๓. ฝึกให้ช่วยเหลือตนเอง
นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว ควรฝึกทักษะชีวิต การทำงาน การแก้ปัญหา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อให้บุตรสามารถพึ่งพาตนเองได้เมื่อเติบโตขึ้น

๔. เป็นแบบอย่างที่ดี
บิดามารดาควรแสดงให้บุตรเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ ด้วยการใฝ่หาความรู้ รับฟังเหตุผล และปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม เพราะการอบรมที่ดีที่สุดส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

๓. การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
พ่อแม่ที่ต้องการปฏิบัติตามพุทธสุภาษิตบทนี้ ควรเริ่มจากการเอาใจใส่การเรียนของบุตร เปิดโอกาสให้บุตรค้นพบความสามารถของตนเอง และสนับสนุนการศึกษาอย่างเหมาะสมกับฐานะและโอกาสที่มี

ไม่ควรคาดหวังให้บุตรต้องเก่งทุกด้านหรือเรียนตามความต้องการของพ่อแม่เพียงอย่างเดียว แต่ควรช่วยให้บุตรได้พัฒนาความสามารถของตน พร้อมกับรู้จักผิดชอบชั่วดี

ในทางกลับกัน บุตรเองก็ควรเห็นคุณค่าของโอกาสทางการศึกษา ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และนำความรู้ไปใช้สร้างประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม

๔. ข้อคิดจากพุทธสุภาษิต
มรดกที่มีคุณค่าที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งพ่อแม่มอบให้ลูกได้ คือ ความรู้และคุณธรรมที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

ทรัพย์สินอาจสูญหายหรือหมดสิ้น แต่ความรู้ที่นำไปใช้เป็นและคุณธรรมที่ฝังอยู่ในจิตใจ จะเป็นเครื่องช่วยให้บุตรดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงและไม่เบียดเบียนผู้อื่น

๕. สรุป

ปุตฺเต วิชฺชาสุ ฐาปย — บิดามารดา พึงให้บุตรเรียนศิลปวิทยา

พุทธสุภาษิตบทนี้สอนว่า บิดามารดาควรให้ความสำคัญกับการศึกษาของบุตร ส่งเสริมให้มีความรู้และความสามารถในการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งปลูกฝังศีลธรรมและความรับผิดชอบ เพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาตนเองได้ ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

สรุปใจความสำคัญ: พ่อแม่ควรมอบทั้งความรู้เพื่อเลี้ยงชีวิต และคุณธรรมเพื่อกำกับชีวิต
๛



7







   

 ธรรมะไทย