อูนา ว หุตฺวาน ชหนุติ เทหํ ผู้บริโภคกามเป็นผู้ยังพร่องใจอยู่ละร่างกายไป
อูนา ว หุตฺวาน ชหนุติ เทหํ ผู้บริโภคกามเป็นผู้ยังพร่องใจอยู่ละร่างกายไป
พุทธสุภาษิตนี้สื่อถึง ความไม่รู้จักอิ่มในกาม และความจริงที่ว่า เมื่อชีวิตสิ้นสุดลง ทรัพย์สมบัติหรือความเพลิดเพลินทั้งหลายก็ไม่สามารถติดตามไปได้
• พุทธสุภาษิต •
อูนา ว หุตฺวาน ชหนุติ เทหํ
คำอ่าน: อู-นา วะ หุต-วา-นะ ชะ-หัน-ติ เท-หัง
คำแปล:
“ผู้บริโภคกาม เป็นผู้ยังพร่องอยู่ ละร่างกายไป”
แยกศัพท์และความหมาย
อูนา = พร่อง, ไม่เต็ม, ยังขาดอยู่
ว = เทียว, นั่นเอง, โดยแท้
หุตฺวาน = เป็นแล้ว, เมื่อเป็น
ชหนฺติ = ละ, ทิ้งไป
เทหํ = ร่างกาย
ใจความสำคัญอยู่ที่คำว่า “อูนา” คือ ยังพร่องอยู่ ไม่รู้จักเต็ม แม้จะได้รับความสุขทางกายหรือสิ่งที่ปรารถนามากเพียงใด ความอยากก็สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้อีก
อธิบายเพิ่มเติม
คำว่า “ผู้บริโภคกาม” ในที่นี้หมายถึงผู้ที่เสพหรือแสวงหาความสุขจาก กามคุณ เช่น รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสที่น่าปรารถนา
ธรรมชาติของความอยากคือ เมื่อได้สิ่งหนึ่งแล้ว ใจก็มักต้องการสิ่งอื่นต่อไป เช่น
อยากได้ → ได้มา → พอใจชั่วคราว → เกิดความอยากใหม่ → แสวงหาอีก
จึงเปรียบเหมือน ภาชนะที่มีรูรั่ว เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีสิ่งของน้อย แต่เกิดจากความอยากที่ไม่รู้จักพอ
ที่สำคัญ แม้มนุษย์จะสามารถแสวงหาความสุขทางกามได้มากเพียงใด สุดท้ายก็ต้อง “ชหนุติ เทหํ” — ละร่างกายไป คือถึงคราวตายก็ต้องทิ้งร่างกาย ทรัพย์สมบัติ และสิ่งที่เคยแสวงหาไว้เบื้องหลัง
สุภาษิตนี้จึงไม่ได้หมายความว่า การมีความสุขหรือการครองชีวิตทางโลกเป็นสิ่งผิดทั้งหมด แต่เป็นการเตือนให้เห็นว่า หากปล่อยใจให้ ความอยากเป็นนายของชีวิต ก็ยากที่จะพบความอิ่มใจอย่างแท้จริง
• ข้อคิดทางธรรม
“ความอยากไม่มีวันเต็มด้วยการสนองความอยาก”
การแสวงหาความสุขภายนอกอย่างเดียวอาจทำให้เรามีสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าใจจะสงบหรืออิ่มเต็มขึ้นเสมอไป
ผู้มีปัญญาจึงรู้จัก พอประมาณ รู้เท่าทันความอยาก และฝึกใจให้รู้จักความพอ เพราะความสุขที่มั่นคงไม่ได้เกิดจากการมีทุกสิ่งที่อยากได้ แต่อยู่ที่การมีใจที่ไม่ถูกความอยากครอบงำ
• สรุปสั้น ๆ
คนที่มัวแต่แสวงหาและเสพกาม ย่อมมีความอยากเกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ไม่รู้จักเต็มหรือพอ และเมื่อถึงความตายก็ต้องละร่างกายและสิ่งทั้งหลายที่สะสมไว้ไปทั้งหมด จึงควรฝึกใจให้รู้จักพอและไม่ตกเป็นทาสของความอยาก
คติเตือนใจ:
“เติมกามเท่าใด ใจก็ไม่เต็ม หากไม่รู้จักพอ”
๛