ค้นหาในเว็บไซต์ :

อฑฺฒา ทลิทฺทา จ ผุสฺสนฺติ ผสฺสํ ทั้งคนมั่งมี ทั้งคนยากจน ย่อมกระทบสัมผัส


• พุทธสุภาษิต •

อฑฺฒา ทลิทฺทา จ ผุสฺสนฺติ ผสฺสํ

ทั้งคนมั่งมี ทั้งคนยากจน ย่อมกระทบสัมผัส

○ คำอ่านบาลี

อัด-ฒา ทะ-ลิด-ทา จะ ผุด-สัน-ติ ผัด-สัง

หรืออ่านแบบบาลีให้ใกล้เสียงเดิมว่า
อัฑฒา ทลิทฺทา จ ผุสฺสนฺติ ผสฺสัง

○ แปลศัพท์

อฑฺฒา = คนมั่งมี, คนมีทรัพย์
ทลิทฺทา = คนยากจน, คนขัดสน
จ = และ, ทั้ง...และ
ผุสฺสนฺติ = ย่อมถูกต้อง, ย่อมประสบ, ย่อมกระทบ
ผสฺสํ = การกระทบสัมผัส, ผัสสะ

○ แปลโดยใจความ:

“ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ย่อมประสบกับการกระทบสัมผัสเช่นเดียวกัน”

○ อธิบายตามหลักธรรม

คำว่า “ผัสสะ” (ผสฺส) ในทางพระพุทธศาสนา มีความหมายสำคัญ มิได้หมายถึงเพียงการสัมผัสทางกายเท่านั้น แต่หมายถึง การกระทบกันของอายตนะภายใน อายตนะภายนอก และวิญญาณ จึงเกิดเป็นผัสสะ

เช่น

ตา + รูป + จักขุวิญญาณ → เกิด จักขุสัมผัส
หู + เสียง + โสตวิญญาณ → เกิด โสตสัมผัส
จมูก + กลิ่น + ฆานวิญญาณ → เกิด ฆานสัมผัส
ลิ้น + รส + ชิวหาวิญญาณ → เกิด ชิวหาสัมผัส
กาย + โผฏฐัพพะ + กายวิญญาณ → เกิด กายสัมผัส
ใจ + ธรรมารมณ์ + มโนวิญญาณ → เกิด มโนสัมผัส

เมื่อมีผัสสะแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้เกิด เวทนา คือความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ตามมา

ดังนั้น คนมั่งมีก็ต้องพบกับ สุข ทุกข์ ความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก และความตาย เช่นเดียวกับคนยากจน ไม่มีทรัพย์สินใดสามารถทำให้มนุษย์พ้นจากธรรมชาติของชีวิตได้

○ ข้อธรรมที่ควรพิจารณา

พุทธสุภาษิตนี้จึงชี้ให้เห็น ความเสมอภาคของมนุษย์ในกฎธรรมชาติ

คนมีเงินมาก อาจซื้อบ้าน รถ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกได้ แต่ไม่สามารถซื้อให้พ้นจากความแก่ ความเจ็บ และความตายได้

คนยากจนก็เช่นเดียวกัน แม้มีทรัพย์น้อย แต่ก็ยังมี ความรู้สึกสุข ทุกข์ และการรับรู้อารมณ์ เช่นเดียวกับคนมั่งมี

สิ่งสำคัญจึงมิใช่ว่า “เรามีมากหรือน้อย” แต่คือ “เมื่อประสบอารมณ์แล้ว เราวางใจต่ออารมณ์นั้นอย่างไร”

หากมีสติและปัญญา เมื่อสุขก็ไม่หลง เมื่อทุกข์ก็ไม่จม เมื่อพบสิ่งที่ชอบก็ไม่ยึดติด และเมื่อพบสิ่งที่ไม่ชอบก็ไม่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำ

○ ความสัมพันธ์กับปฏิจจสมุปบาท

ในทางธรรม คำว่า ผัสสะ มีความสำคัญอย่างยิ่งในหลัก ปฏิจจสมุปบาท

สฬายตนะ → ผัสสะ → เวทนา → ตัณหา → อุปาทาน → ภพ...

เมื่อมีอายตนะกระทบอารมณ์ ย่อมเกิดผัสสะ เมื่อมีผัสสะจึงเกิดเวทนา และหากขาดสติ ก็อาจเกิดความอยาก ความยึดมั่น และนำไปสู่ความทุกข์ต่อไป

เพราะฉะนั้น จุดสำคัญของการปฏิบัติธรรมคือ รู้เท่าทันผัสสะและเวทนา ไม่ปล่อยให้จิตปรุงแต่งต่อจนกลายเป็นความยึดมั่นถือมั่น

○ ข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิต

สุภาษิตนี้สอนว่า ฐานะทางเศรษฐกิจแตกต่างกันได้ แต่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎแห่งธรรมชาติเดียวกัน

ผู้มั่งมีจึงไม่ควรประมาทว่าเงินทองจะทำให้ตนพ้นทุกข์ได้ ส่วนผู้ยากจนก็ไม่ควรดูหมิ่นตนเองว่าด้อยกว่าผู้อื่น เพราะความสุขที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพย์ภายนอกเพียงอย่างเดียว

ผู้มีปัญญาย่อมใช้ชีวิตด้วย สติ ความไม่ประมาท และความรู้เท่าทันผัสสะ เมื่อมีสุขก็รู้ว่าสุข เมื่อมีทุกข์ก็รู้ว่าทุกข์ และเห็นตามความเป็นจริงว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้วเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา

○ สรุป

อฑฺฒา ทลิทฺทา จ ผุสฺสนฺติ ผสฺสํ
สอนให้เห็นว่า คนมั่งมีและคนยากจน แม้มีฐานะแตกต่างกัน แต่ย่อมได้รับการกระทบสัมผัสและเสวยอารมณ์เช่นเดียวกัน ไม่มีใครหลีกหนีกฎธรรมชาติได้ ผู้มีปัญญาจึงไม่ประมาทในชีวิต แต่มีสติรู้เท่าทันผัสสะและเวทนา ไม่ยึดมั่นในสุข ไม่หวาดหวั่นต่อทุกข์ อันเป็นทางให้คลายความยึดถือและดำเนินไปสู่ความพ้นทุกข์.




11







   

 ธรรมะไทย