นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา ยศของผู้นั้นย่อมเสื่อมลง เหมือนดวงจันทร์ในข้างแรม
นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา ยศของผู้นั้นย่อมเสื่อมลง เหมือนดวงจันทร์ในข้างแรม
พุทธสุภาษิตนี้มีความหมายลึกซึ้งเกี่ยวกับ ความเสื่อมแห่งชื่อเสียงและเกียรติยศ โดยเปรียบเทียบกับดวงจันทร์ในข้างแรม ดังนี้
📜 พุทธสุภาษิต
นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา
🗣️ คำอ่าน
นิ-หี-ยะ-ติ ตัส-สะ ยะ-โส กา-ละ-ปัก-เข-วะ จัน-ทิ-มา
อ่านแบบแยกศัพท์:
นิหียติ อ่านว่า นิ-หี-ยะ-ติ = ย่อมเสื่อม, ย่อมลดลง
ตสฺส อ่านว่า ตัส-สะ = ของผู้นั้น
ยโส อ่านว่า ยะ-โส = ยศ, ชื่อเสียง, เกียรติ
กาฬปกฺเข อ่านว่า กา-ละ-ปัก-เข = ในข้างแรม
อิว อ่านว่า อิ-วะ = เหมือน, ดุจดัง
จนฺทิมา อ่านว่า จัน-ทิ-มา = ดวงจันทร์
ในข้อความที่ให้มา “กาฬปกฺเขว” เป็นการสนธิของ กาฬปกฺเข + อิว มีความหมายว่า “เหมือนในข้างแรม”
📖 แปลโดยรวม
“ยศของผู้นั้นย่อมเสื่อมลง เหมือนดวงจันทร์ในข้างแรม”
หมายถึง บุคคลผู้ประพฤติไม่ดี ละเลยคุณธรรม หรือทำสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมศรัทธา ย่อมทำให้ ชื่อเสียง เกียรติยศ และความน่าเชื่อถือค่อย ๆ ลดน้อยลง เปรียบเสมือนดวงจันทร์ที่เมื่อเข้าสู่ข้างแรม แสงสว่างจะค่อย ๆ ลดลงจากคืนหนึ่งไปสู่อีกคืนหนึ่ง จนมืดดับไปในที่สุด
🌙 อธิบายเพิ่มเติม
สุภาษิตนี้ชี้ให้เห็นว่า ยศและชื่อเสียงไม่ได้คงอยู่ตลอดไป หากเจ้าของยศไม่รักษาความประพฤติให้ดี ยศที่เคยมี ผู้คนที่เคยเคารพ และความไว้วางใจที่เคยได้รับ ก็สามารถเสื่อมลงได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ พระพุทธองค์ทรงเปรียบ “ยศ” กับดวงจันทร์ในข้างแรม เพราะดวงจันทร์ไม่ได้มืดลงในทันที แต่ค่อย ๆ ลดความสว่างลงทีละน้อย เช่นเดียวกับชื่อเสียงของคนเรา บางครั้งไม่ได้เสื่อมเสียในวันเดียว แต่เกิดจากการกระทำที่ไม่ดีซ้ำ ๆ จนคนรอบข้างหมดความเชื่อถือ
ดังนั้น ผู้ที่ต้องการรักษายศและชื่อเสียง จึงควรรักษา ความประพฤติ ความซื่อสัตย์ ความสุจริต และคุณธรรม ให้มั่นคง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของชื่อเสียงที่ยั่งยืน
🪷 ข้อคิดจากพุทธสุภาษิต
“ยศเกิดจากความดี และยศย่อมเสื่อมเมื่อความดีเสื่อม”
อย่าหลงมัวเมาในชื่อเสียงหรือเกียรติยศที่มีอยู่ แต่ควรหมั่นประพฤติดีอยู่เสมอ เพราะ ชื่อเสียงรักษาได้ด้วยการกระทำ ไม่ใช่ด้วยคำพูด
🔹 สรุปสั้น ๆ
ผู้ใดประพฤติไม่ดี ย่อมทำให้ยศ ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือค่อย ๆ เสื่อมลง ดุจดวงจันทร์ในข้างแรมที่ลดแสงลงทีละน้อย จึงควรรักษาความดีและคุณธรรมไว้เสมอ