อุเปโต ทมสจฺเจน สเว กาสาวมรหติ บรรพชิตกอปร์ด้วยทมะและสัจจะนั้นแลย่อมควรผ้ากาสาวะ
อุเปโต ทมสจฺเจน สเว กาสาวมรหติ
บรรพชิตกอปร์ด้วยทมะและสัจจะนั้นแลย่อมควรผ้ากาสาวะ
## คำอ่านภาษาบาลี
"อุเปโต ทมสจฺเจน สเว กาสาวมรหติ"
คำอ่าน: อุ-เป-โต / ทะ-มะ-สัด-เจ-นะ / สะ-เว / กา-สา-วะ-มะ-ระ-หะ-ติ
(หมายเหตุ: คำว่า "กาสาวมรหติ" เป็นการสนธิกันระหว่างคำว่า กาสาวํ + อรหติ เวลาอ่านรวบเสียงจึงเป็น กา-สา-วะ-มะ-ระ-หะ-ติ)
## อธิบายเพิ่มเติม
พุทธสุภาษิตบทนี้มาจาก พระธรรมบท เป็นคาถาที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงคุณสมบัติของผู้ที่คู่ควรกับการนุ่งห่ม "ผ้ากาสาวพัสตร์" (ผ้าเหลือง หรือผ้าจีวรซึ่งเป็นเครื่องหมายของนักบวช) โดยทรงเน้นย้ำว่า ลำดับความประเสริฐไม่ได้อยู่ที่เครื่องนุ่งห่มภายนอก แต่อยู่ที่ "คุณธรรมภายในใจ" ซึ่งมีหัวใจหลัก 2 ประการ คือ:
ทมะ (ทมสจฺเจน -> ทม + สจฺจ): คือ การข่มใจ การฝึกตน การควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ไม่ให้ไหลไปตามอำนาจของกิเลส
สัจจะ: คือ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อพระธรรมวินัย มีความจริงจังในการปฏิบัติธรรม ไม่หลอกลวง
บริบททางธรรม: พระพุทธองค์ทรงตรัสคาถานี้เปรียบเทียบกับผู้ที่ยังมีกิเลสหนา ไม่มีตบะ ไม่มีความซื่อสัตย์ แต่กลับนำผ้ากาสาวะมานุ่งห่ม ว่าเป็นผู้ไม่คู่ควร ส่วนผู้ใดที่ฝึกตนจนมีทั้ง "ทมะ" และ "สัจจะ" เต็มเปี่ยม ผู้นั้นจึงจะชื่อว่าเป็น "บรรพชิต" ที่แท้จริง และคู่ควรกับผ้าเหลืองอันเป็นธงชัยของพระอรหันต์อย่างแท้จริง
## สรุป
"คุณค่าของคน ไม่ได้อยู่ที่เครื่องแบบ แต่อยู่ที่การกระทำและคุณธรรมในใจ"
พุทธสุภาษิตนี้เตือนสติว่า การเป็นพระหรือนักบวชที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ ไม่ใช่แค่เพราะโกนผมหรือห่มจีวร แต่ต้องเป็นผู้ที่รู้จักควบคุมตนนึกคิด (ทมะ) และมีความซื่อสัตย์สุจริต (สัจจะ)
หากนำมาประยุกต์ใช้กับปุถุชนคนธรรมดา ก็คือการเตือนใจเราว่า อย่ามองคนแค่เปลือกนอก หรือหัวโขนที่เขาแต่ง แต่ให้ดูที่เนื้อแท้และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองเป็นหลัก
๛