ค้นหาในเว็บไซต์ :

ถ้าทำตามความโกรธสักครั้งหนึ่งแล้ว ความโกรธก็จะมีอำนาจยิ่งกว่าเดิม สามารถครอบงำจิตใจเราจนกระทั่งบัญชาให้เราทำสิ่งที่เลวร้ายสุดที่จะคาดคิด จนสติสัมปชัญญะคุมไม่อยู่


ข่าวที่สร้างความสะเทือนขวัญแก่ผู้คนข่าวจากทหารที่ยิงปืนกราดฆ่าคนไป 29 คน ถ้ารวมเจ้าตัวซึ่งถูกวิสามัญฯ ก็รวมเป็น 30 คน เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญผู้คนทั่วโลกเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะคนไทยไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน

สมัยก่อนเมื่อ 50 - 60 ปีก่อน ข่าวที่สะเทือนขวัญผู้คน ก็เป็นเพียงแค่ข่าวหมอฆ่าพยาบาลอย่างกรณีพิมพ์ฉวี หรือว่าซีอุยไปฆ่าเด็ก แต่ความรุนแรงของคดีเหล่านี้เทียบไม่ได้กับข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชาพอดี แทนที่จะเป็นวันที่ผู้คนเกิดความรู้สึกสงบ จิตใจเป็นกุศล กลับเกิดความตื่นตระหนกและรู้สึกหวาดผวา โกรธแค้น และหดหู่ด้วย เพราะคนตายเป็นจำนวนมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิง กระทั่งเด็ก 2 ขวบก็ตกเป็นเหยื่อในเหตุการณ์นี้ด้วย

อันนี้ก็น่าคิดว่ามันเกิดขึ้นได้เพราะอะไร ไม่ใช่เป็นการก่อการร้ายโดยบุคคลที่มีเจตนาที่จะสร้างความวุ่นวายหรือสร้างความฉิบหาย หรือมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของจ่าทหารที่มีความคับแค้น เพราะว่าถูกโกงเงิน โดนกลั่นแกล้ง ถูกลงโทษสารพัด

คนเราพอคับแค้นมาก ๆ แม้พยายามเก็บกดอย่างไร แต่ถ้ามันอัดแน่นสะสมมาก ๆ ก็ระเบิดจนสติเอาไม่อยู่ ก็เลยยิงคนที่เกี่ยวข้อง แม่ยายผู้บังคับบัญชาที่เขาเห็นว่าเป็นตัวการโกงเงินเขา แล้วก็ยิงผู้บังคับบัญชาที่กลั่นแกล้งเขา ตายคาที่

แต่คำถามก็คือว่าทำไมจึงต้องไปยิงคนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ตามมาอีกมากมาย ธรรมดาคนเราเมื่อบันดาลโทสทำร้ายคนอื่น ทำให้เจ็บตัวถึงตาย ส่วนใหญ่พอทำเสร็จแล้วก็ได้สติ หลังจากระบายความโกรธเต็มที่จนหมดแม็กจึงจะได้สติ

อย่างผัวที่ซ้อมเมีย เตะเมียจนหมอบ หรือบางทีทำร้ายถึงตาย พอทำเสร็จก็ ได้สติรู้ตัว เสียใจ รู้สึกผิดที่ได้ทำสิ่งนั้นลงไป หรือคนที่ยิงเพื่อนตายเพราะขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ หรือชู้สาว พอยิงเสร็จก็ได้สติ เสียใจ บางคนอาจจะทำรุนแรงกว่านั้น บันดาลโทสะ ฆ่าไปหลายคน เช่น ฆ่าชู้แล้วก็ฆ่าพ่อแม่ของชู้พอรู้ตัวก็ยิงตัวตาย เพราะเสียใจในการกระทำผิด อีกทั้งกลัวอาญาบ้านเมือง ส่วนใหญ่จะหยุดไม่ทำต่อเพราะว่าได้สติ หลังจากที่ได้บันดาลโทสะไปเต็มที่

แต่กรณีนี้ก็ทำต่อไปเรื่อย ๆ บุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ระหว่างทางก็ยิงคนนั้นคนนี้ เข้าห้างก็ไปยิงต่ออีก เป็นเวลาหลายชั่วโมง แม้กระทั่งเด็ก 2 ขวบก็เจตนายิงให้ตาย ไม่ได้ตายเพราะลูกหลงอย่างกรณีปล้นร้านทองที่ลพบุรี อันนี้ตั้งใจยิงเลย ผู้หญิงก็โดน ผู้ชายก็ไม่เว้น มันน่าคิด

การกระทำของเขาเหมือนคนบ้า แต่แม้กระนั้นก็ยังเขียนข้อความโพสต์ทาง Facebook ได้อย่างถูกต้อง เขียนถูกหลักไวยากรณ์ ตัวสะกดก็ถูก แต่ว่าการกระทำเหมือนคนบ้าคลั่ง คงจะไม่ได้กินเหล้าเมาด้วยกระมัง อันนี้ไม่ทราบจนกว่าจะมีการชันสูตรศพ

เท่าที่ฟังข่าวเขาไม่ได้กินเหล้าไม่ได้กินยาบ้า เรียกว่ามีความฉลาด แม้กระทั่งตำรวจอรินทราชที่ส่งไปปราบก็ถูกยิงตายไป 2 คน แสดงว่าไม่ถึงกับเมาทีเดียว ยังรู้จักใช้ความคิดหลบหลีกการจับกุม แล้ววางแผนยิงตอบโต้จนตำรวจตาย

น่าจะเป็นเพราะว่า พอเขาบันดาลโทสะ หรือทำตามความโกรธแค้นแล้ว สิ่งที่อัดแน่นสะสมไว้มานานก็ระเบิดออกมา เหมือนกับทำนบแตก น้ำที่ขังไว้ก็ถล่มทลายออกมา ความโกรธที่เก็บกดเอาไว้ พอสติแตกหลังจากที่บันดาลโทสะฆ่าคน ๒-๓ คนแรก มันก็ออกมาอย่างท่วมท้น
เพียงแค่ยิงคนที่โกงหรือคนที่กลั่นแกล้งตนเอง เท่านั้นยังไม่พอ ความคับแค้นยังไม่หมด สติก็เอาไม่อยู่แล้ว ก็เลยเหมือนกับผีโทสะเข้าสิง ยิงคนมากมาย

อาจจะเป็นเพราะมีความคับแค้นที่เก็บกดเอาไว้นาน อาจจะรู้สึกว่าตัวเองถูกดูถูกรังเกียจว่า เป็นคนยากจน หรือว่าอิจฉาคนที่มีเงิน จับจ่ายใช้สอย Shopping อย่างสบายทำนองนี้ เพราะดูเหมือนกับว่า ความคับแค้นมันยังไม่จบมัน...

หรือเป็นเพราะว่าที่ผ่านมาเขารู้สึกต่ำต้อยไร้อำนาจมานาน พอได้มีอำนาจเหนือคนอื่น สามารถปลิดชีวิตคนได้ตามอำเภอใจ เลยมีความสุข รู้สึกสะใจ ติดใจ จึงไล่ฆ่าไม่หยุด...

อันนี้เป็นอุทาหรณ์ที่เตือนใจเราได้ดีว่า ถ้าทำตามความโกรธสักครั้งหนึ่งแล้ว ความโกรธก็จะมีอำนาจยิ่งกว่าเดิม สามารถครอบงำจิตใจเราจนกระทั่งบัญชาให้เราทำสิ่งที่เลวร้ายสุดที่จะคาดคิด จนสติสัมปชัญญะคุมไม่อยู่ อาการเหมือนผีโทสะเข้าสิง บ้าคลั่ง บ้าเลือด

ถ้าหากว่าเขาไม่ทำตามความโกรธ ชนิดที่เรียกว่า บันดาลโทสะ ถึงขนาดยิงคนนั้นคนนี้ตั้งแต่รายแรกๆ เขาก็คงจะไม่บ้าคลั่ง จนตามยิงคนอื่นอีกมากมายกว่า 20 กว่าคนในเวลาต่อมา เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยให้ทำนบแตก ความบ้าคลั่งท่วมท้นหัวใจ จนทะลักทลายออกมา ก็จะเกิดความรุนแรงตามมามากมาย

แต่ถ้าหากเราคุมความโกรธไว้อยู่ตั้งแต่ทีแรก มันก็คงจะไม่ทะลักทะลายท่วมท้นหัวใจ แต่นี่พอ ทำไปสักครั้งหนึ่งแล้วอาจจะเกิดความรู้สึกสะใจพอใจ

คนที่เคยถูกกดดันบีบคั้นพอได้ทำร้ายคนอื่น ก็รู้สึกมีกำลังมีพละกำลังมีอำนาจ เกิดความฮึกเหิม หลังจากถูกกดมานาน เมื่อได้ทำก็เกิดความพึงพอใจ มีความสุขก็เลยเอาใหญ่ ได้เวลาที่จะแก้แค้น ได้ตอบโต้ ระบายความโกรธออกไป นี่เป็นเรื่องความโกรธครอบงำจิตแท้ๆซึ่งเกิดจากการทำตามความโกรธ พอได้ทำสักที ความโกรธก็มีกำลังครอบงำจิต จนห้ามไม่อยู่

เรื่องนี้ยังชี้ให้เห็นว่า คนที่กระทำความรุนแรงกับผู้คนทั้งหลายอย่างน่าสะพรึงกลัว ถ้าสาวไปก็จะพบว่าเขาเคยถูกกระทำมาก่อน เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับพวกฆาตกรต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะที่เป็นวัยรุ่น ไม่ว่ากระทำความรุนแรงที่ถึงกับเลือดตกยางออก หรือกระทำความรุนแรงทางเพศ พอสาวไปจะพบว่าเขาเคยถูกกระทำ ล่วงเกิน ถูกกลั่นแกล้ง อาจจะย้อนไปถึงวัยเด็กก็ได้

คนเราเวลาเป็นผู้ถูกกระทำ จะรู้สึกว่าชีวิตมันไม่แฟร์ ไม่ยุติธรรม เกิดความรังเกียจ ไม่ใช่กับคนที่กลั่นแกล้งตัวเองเท่านั้น แต่เกลียดคนทั้งโลกเลย ถ้ามีโอกาสทำร้ายใครได้ก็ทำ ทำแล้วนอกจากสะใจที่ได้แก้แค้นแล้ว ยังรู้สึกตัวเองมีอำนาจ คนที่ถูกรังแกเป็นอาจิณ จะรู้สึกสิ้นไร้ไม้ตอก ไร้อำนาจ รู้สึกแย่ เป็นปมด้อย...

ธรรมชาติคนเราต้องการปมเด่น เมื่อได้ทำความรุนแรงกับใคร ก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ ไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกอีกต่อไป มันเป็นการสนองอัตตาตัวตน ทำให้รู้สึกว่ากูเด่นหรือว่ากูมีอำนาจ อันนี้เป็นความรู้สึกที่หอมหวานสำหรับคนที่รู้สึกว่าไร้อำนาจถูกกระทำย่ำยี พอได้กระทำคนอื่นบ้างมันรู้สึกมีความสุข

เหมือนกับเด็กที่ถูกแกล้ง ถูกเพื่อนแกล้งก็เลยไประบายความโกรธกับหมากับแมว พอได้ฆ่าหมาฆ่าแมวก็รู้สึกมีความสุข มันได้ชดเชยความรู้สึกที่ตนเองถูกกระทำ

อันนี้เป็นสิ่งที่เตือนใจให้กับเราว่า อย่ากดดัน บีบคั้นคนที่เป็นลูกน้องหรืออยู่ในฐานะต่ำกว่าเรา คนรวยอย่าทำอย่างนั้นคนจน เพราะถ้าบีบคั้นมากๆ คนเหล่านั้นที่เรามองว่าต่ำต้อย จะกลายเป็นคนก้าวร้าวรุนแรง ราวกับเป็นยักษ์เป็นมารทันที

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะสนใจเพื่อประนามหยามเหียดใคร ถ้าเราทำเช่นนั้นก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ให้มองเป็นบทเรียนไว้สอนใจตัวเอง ว่าอย่าดูถูกเหยียดหยามกดดันใคร เพราะเห็นว่าเขาต่ำต้อยไม่มีทางสู้

ใจของคนเราแต่ละคนมีเชื้อแห่งความรุนแรง เปรียบเหมือนกับระเบิดที่ยังไม่ปะทุออกมา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เป็นคนยากคนจน คนเล็กคนน้อย ทุกคนล้วนมีระเบิดอยู่ในใจ

ท่านติช นัทฮันห์ พูดดี ท่านบอกว่า

“มีระเบิดอีกมากมายที่ยังไม่แผดก้อง มันยังคงนิ่งเงียบอยู่ในใจคน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะปะทุ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะผลาญพล่าทำลายชีวิตผู้คน”

ทุกคนมีสิทธิ์เป็นระเบิดเวลาได้ทั้งสิ้น หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า ทุกคนมีสิทธิ์เป็นฆาตกรได้ทั้งสิ้น ถ้าหากถูกกดดันมากๆ ก็สามารถเป็นผู้ร้าย

ฆาตกรไม่ใช่อยู่ข้างนอก แต่ว่ามันอาจจะซ่อนเร้นอยู่ในใจของเราก็ได้ เพราะใจของทุกคนล้วนมีโทสะ มีกิเลสทั้งนั้น ถ้าถูกกระตุ้นมากๆมันก็จะระเบิดออกมา กลายเป็นผู้ร้ายหรือฆาตกร

คนธรรมดาที่ไม่ใช่เป็นผู้ร้ายโดยนิสัยสามารถเป็นฆาตกรได้ทั้งนั้น ไม่ใช่เพราะว่าขับรถไปชนคนตายเพราะเมามาย แต่เพราะโมโห บันดาลโทสะ สามารถทำร้ายคนใกล้ตัวหรือคนรักก็ได้ คนธรรมดามีสิทธิ์เป็นฆาตกรเพราะฆ่าคนรักหรือเคยรัก

ในอเมริกา ผู้หญิงที่ถูกฆ่ากว่าครึ่งตายเพราะน้ำมือของคนรักหรือคนที่เคยรัก ไม่ได้ตายเพราะโจรผู้ร้าย ทุกวันนี้มีข่าวมากมาย คนฆ่าเมีย ทำร้ายชู้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นฆาตกรได้ก็คือบันดาลโทสะ โกรธคนรักหรือคนใกล้ตัว

เวลาเราติดตามข่าวแบบนี้ ควรเอามาเตือนใจตัวเองว่า เราอาจจะเป็นอย่างเขาก็ได้ แม้จะไม่รุนแรงขนาดนั้น แต่ก็อาจจะน้องๆ ถ้าหากเราไม่มีสติ

อย่างที่เป็นข่าวบ่อย ๆ คนฆ่ากันบางครั้งก็เพราะผิดใจกันเรื่องเล็กน้อย แค่ขับรถปาดหน้า หรือแย่งที่จอดรถ หรือแค่มองหน้า ก็ทำร้ายกันแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะมีนิสัยที่ก้าวร้าวมาแต่เดิม แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีนิสัยก้าวร้าวมาแต่เดิม เป็นคนสุภาพ ถ้าเกิดมีความกดดันมาก ๆ วันหนึ่งก็ระเบิด สติขาดสะบั้นขึ้นมาได้

อย่างกรณีหมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เป็นถึงรองศาสตราจารย์ แต่วันดีคืนดีความโกรธก็ระเบิดออกมาถึงกับฆ่าเมีย กรณีอย่างนี้ชี้ว่าทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นฆาตกรได้ทั้งนั้น หรืออย่างน้อยก็มีโอกาสที่จะก่อความรุนแรง ทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ

ท่านติช นัทฮันห์พูดถูกต้องมาก มันจริงทีเดียวว่า เรามีระเบิดอีกมากที่ยังไม่แผดก้อง ยังนิ่งเงียบอยู่ในใจคน นอกจากระเบิดแล้ว ก็ยังมีกระสุนอีกมากมายที่ยังไม่ได้ยิงออกไป มันยังคงกบดานอยู่ในใจผู้คนมากมาย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะปะทุ หรือฆ่าผู้คน ซึ่งอาจจะเป็นคนใกล้ตัวก็ได้

คนเรามีแนวโน้มที่จะทำความรุนแรงได้ อย่ามัวแต่ประณามคนอื่นอย่างเดียว เพราะเราก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นอย่างนั้นหรือทำอย่างนั้นก็ได้

เราควรเตือนใจอยู่เสมอ ว่า คนเรามีสิทธิ์ที่จะเป็นอย่างเขาก็ได้ เพราะว่าในใจเรายังมีโทสะอยู่ ยังมีระเบิดที่ยังไม่แผดก้อง ในใจเรามีกระสุนที่ยังไม่ได้ยิง ต่อเมื่อเป็นพระอริยเจ้าเท่านั้นแหละถึงจะแน่ใจได้ว่าระเบิดหายไปแล้ว สูญสลายไปแล้วได้ แต่ถ้ายังเป็นปุถุชนก็สามารถจะทำอย่างนั้นได้ ระเบิดสามารถปะทุ ลูกปืนสามารถจะยิงออกไปก็ได้เมื่อสติแตก

ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล

14







   

 ธรรมะไทย