ความขี้เกียจ
สวัสดีค่ะ
อากาศร้อนๆ แบบนี้ จิบน้ำเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายกันไว้นะคะ
บาวคนเจอร้อนรักก็ขี้เกียจ หนาวนักก็จี้เกียจ
วันนี้มารู้จักความขี้เกียจกันค่ะ
ความขี้เกียจ หรือความเกียจคร้าน บาลีเรียกว่า โกสชฺชํ (โก สัช ชัง)
ผู้เกียจคร้าน คนขี้เกียจ ก็เรียกว่ากุสีต (กุ สี ตะ)
ความรู้สึกเกียจคร้าน ขี้เกียจเป็นเพราะมี "ถีนเจตสิก" (ถี นะ เจ ตะ สิก) ประกอบอยู่ในจิตค่ะ
ความเกียจคร้าน พระพุทธเจ้าจัดเป็นอบายมุขค่ะ เป็น 1 ใน อบายมุข 6 อย่างนะคะ
ขณะที่เกียจคร้านอยู่นั้น จิตเป็นอกุศลจิตค่ะ ดังนั้น คนเกียจคร้านจิตก็จะเสพแต่อกุศลจิตค่ะ
ธรรมที่ปฏิปักษ์หรือตรงข้ามของเขาคือ วิริยะ หรือความเพียรนั่นเองค่ะ
ความเพียรจะประกอบด้วย 3 ธาตุ คือ
1) อารพฺภธาตุ เป็นความเพียรเริ่มแรก คือ ปรารภความเพียร คือคิดที่จะออกจากความเกียจคร้านนั้น
2) นิกฺกมธาตุ (นิก กะ มะ ธาตุ) เป็นธาตุคือ "ก้าวออกมา" ปรารภแต่ไม่ก้าวออกมา ก็เหมือนเดิมนะคะ นิกกมธาตุ จะมีกำลังมากกว่า อารัพภธาตุค่ะ แน่วแน่ที่จะสลัดความเกียจคร้านนั้นให้ได้
3. ปรกฺกมธาตุ (ปะ รัก กะ มะ ธาตุ) คือ บากบั่น เพียรบากบั่น ไม่ท้อถอย มั่นคง ในกุศลธรรม ไม่ท้อถอย อดทนต่อกิเลสที่จะฉุดรั้งไว้
ปรักกมธาตุ มีกำลังมากกว่านิกกมธาตุค่ะ
ทั้ง 3 ธาตุ นี้เป็นองค์ประกอบของ วิริยะเจตสิก คือความเพียร สร้างไว้ สะสมไว้นะคะ
ถ้าปล่อยให้ขี้เกียจครองจิตของเราได้...มันก็จะทำให้เราขี้เกียจแม้กระทั่งจะหายใจค่ะ
ขอให้การอ่าน การศึกษาตามกุศลเจตนา ของทุกท่าน...ได้เป็นพลวปัจจัย เพิ่มพูนกำลังสติ กำลังปัญญา จนสามารถนำท่านให้เกิดปัญญาเพื่อนำพาให้พ้นจากวัฏฏทุกข์ ด้วยกันทุกท่าน....เทอญ
เอวํ โหตุ
นิษวัน