เทวดาประเทศเยอรมันมาขอฟังเทศน์ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


"....นี่ก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวกับเทวดาที่ท่านเคยสงเคราะห์เรื่อยมา เทวดาพวกนี้มาจากประเทศเยอรมัน
มาขอฟังเทศน์ท่านขณะที่พักอยู่หมู่บ้านอีก้อ กับพวกมูเซอในเขาลึก
โดยเขาแสดงความประสงค์ออกมาเลยว่า อยากฟังเทศน์ชัยชนะคาถา ท่านกำหนดหาบทธรรมที่ตรงกับความต้องการของเขา
ธรรมก็ผุดขึ้นมาภายในว่า อกฺโกเธน ชิเน โกธํ เป็นต้น บอกความหมายขึ้นมาพร้อม และแสดงให้พวกเทวดาฟังว่า...
ธรรมนี่แลเป็นยอดแห่งธรรมที่ผู้หวังความชนะจะพึงเจริญให้มาก
โลกที่มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อกันตลอดมาก็เพราะธรรมนี้ เป็นเครื่องปราบปรามความชั่วทั้งหลาย มีความโกรธเป็นต้น ให้เสื่อมสิ้นอำนาจในการทำลายสังคมมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ทำให้โลกมีความเจริญและสงบสุขโดยทั่วกัน เทวดาควรมีธรรมนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวประสานกัน
โลกถ้าขาดชัยชนะธรรมนี้แล้ว อย่างน้อยก็เกิดความไม่สงบสุข มากกว่านั้นก็สังหารทำลายกันให้ฉิบหายย่อยยับโดยถ่ายเดียว
โลกจะเอาความโกรธแค้นมาปราบปรามข้าศึกทั้งภายในภายนอก
ทั้งใกล้และไกล ทั้งวงแคบและวงกว้าง ด้วยความโกรธแค้น
อันเป็นของไม่ดีและเป็นเครื่องทำลายตนและผู้อื่น จึงไม่มีทาง
สำเร็จได้ตลอดกาล
ถ้าขืนปราบด้วยความโกรธแค้นมากขึ้นเพียงไร โลกก็ยิ่งจะเป็นไฟประลัยกัลป์เผาผลาญกันให้ย่อยยับจนไม่มีอะไรเหลืออยู่เพียงนั้น เพราะความโกรธแค้นเป็นไฟอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่นำไปทำการหุงต้มอะไรไม่สำเร็จ ทางสำเร็จของมันก็คือทำโลกให้วอดวายไปโดยถ่ายเดียวเท่านั้น ผู้ต้องการให้โลกยังคงเป็นโลกที่มีความหมายและน่าอยู่ จึงควรเห็นโทษของความโกรธแค้นอันเป็นเครื่องทำลายนี้ว่าเป็นไฟมหาวินาศ ไม่ควรนำมาใช้ จะเป็นการก่อไฟเผาตนและผู้อื่นให้เป็นไฟไปตาม ๆ กัน
โลกอยู่ได้ด้วยเมตตาคือความเอ็นดูสงสารกันทุกตัวสัตว์ที่มีชีวิต
ครองตัวอยู่ ไม่พึงเบียดเบียนทำลายกันด้วยความโกรธแค้น หรือ
ด้วยความเห็นแก่ปากแก่ท้อง ซึ่งไม่มีประมาณแห่งความอิ่มพอ
และไม่มีทางสิ้นสุดแห่งการทำลายกัน พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษ
ของมันด้วยพระปัญญาอันแหลมคมไม่มีทางสงสัย และทรงเห็นคุณในความเมตตาว่า เป็นธรรมอ่อนโยนและสมัครสมานรักใคร่ไมตรี
ต่อกันระหว่างสัตว์โลกทุกชั้นทุกภูมิ ซึ่งมีความรักสุขเกลียดทุกข์เสมอหน้ากัน จึงประทานไว้เพื่อความมั่นคงแห่งสันติสุขแก่โลก
ตลอดกาลนาน
หากเมตตาธรรมยังมีในใจของสัตว์โลกอยู่ตราบใด โลกยังจะ
มีหวังความสุขความสมหวังอยู่ตราบนั้น แต่ถ้าเมตตาได้ห่าง
เหินจากใจของสัตว์โลกกาลใด กาลนั้นแม้สัตว์โลกจะมีความ
อุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิดอย่างพึงพอใจ
ก็ตาม แต่จะไม่มีความสงบสุขตกค้างอยู่ในวงสัตว์โลกนั้น ๆ เลย
ส่วนที่ได้รับจะมีแต่ความเดือดร้อนขุ่นเคืองไปทุกหย่อมหญ้า
ดังนั้นเมื่อเราทราบอยู่แก่ใจว่า ธรรมเป็นธรรม และเป็นเครื่อง
นำความเจริญมาสู่ตน และทราบอยู่ว่าโลกที่เต็มไปด้วย
ความโหดร้ายทารุณเผาอยู่ในดวงใจ เหมือนไฟลุกโพลง
อยู่ด้วยเชื้อ คอยแต่จะสังหารทำลายสิ่งต่าง ๆ ให้ย่อยยับ
ดับสูญลงไปทุกเวลานาทีเช่นนี้ จึงควรเร่งบำเพ็ญตนให้พ้นภัย
ไปเฉพาะหน้า ซึ่งยังควรแก่วิสัยพอจะทำได้ หากกาลอันควร
ผ่านไปแล้วจะเสียใจภายหลัง เพราะโลกนี้คือโลกอนิจฺจํ และ
ตั้งอยู่บนร่างกายและจิตใจของคนและสัตว์ไม่เลือกหน้า
นี่เป็นใจความย่อแห่งชัยชนะคาถาที่ท่านแสดงแก่เทวดา
ที่มาจากประเทศเยอรมันฟัง
พอจบเทศนาเทวดาสาธุการสามครั้ง เสียงสะเทือนไปทั่ว
โลกธาตุ เสร็จแล้วท่านถามเขาว่า....
ทำไมเทวดาอยู่ถึงประเทศเยอรมันซึ่งชาวมนุษย์ถือว่าไกล
แสนไกล จึงทราบได้ว่าอาตมาพักอยู่ที่นี่
เขาตอบว่า สำหรับท่านแล้วจะอยู่ที่ไหนเขาก็ทราบกันทั้งนั้น
อีกประการหนึ่ง เทวดาในประเทศไทยเคยไปมาหาสู่กับเทวดา
ในประเทศเยอรมันมิได้ขาด พวกเทวดามิได้ถือว่า ประเทศไทย
กับประเทศเยอรมันหรือประเทศใด ๆ อยู่ห่างกันเหมือนที่พวก
มนุษย์เข้าใจกัน
แต่ถือว่าเป็นประเทศเขตแดนที่พวกเทวดาไปมาหาสู่กันได้สะดวกสบายธรรมดา ๆ เรานี่เอง เพราะมิได้ไปด้วยเท้าหรือด้วยยานพาหนะดังมนุษย์ทั้งหลายไปกัน แต่เทวดาเหาะลอยไปด้วยฤทธิ์ เหมือนกระแสจิตที่ส่งไปในที่ต่าง ๆ เพียงขณะเดียวก็ถึงจุดที่หมาย การไปมาของเทวดาจึงสะดวกกว่าชาวมนุษย์อยู่มาก
ท่านว่าเทวดาประเทศเยอรมันมาฟังเทศน์ท่านเสมอ เช่นเดียว
กับรุกขเทวดาซึ่งสถิตอยู่ในที่ต่าง ๆ ของเมืองไทยมาฟังเทศน์
ท่านบ่อย ๆ ฉะนั้น
ความเคารพของเทวดาไม่ว่าชั้นบนชั้นล่างมีลักษณะคล้าย
คลึงกัน คือเวลาเขามาเยี่ยมท่านในสถานที่ที่มีพระพักอยู่กับท่าน
เทวดาจะไม่เข้ามาด้านที่มีพระอยู่นั้นเลยหนึ่ง มายามดึกสงัด
เวลาพระท่านพักจำวัดหนึ่ง มาถึงแล้วพร้อมกันทำประทักษิณ
สามรอบหนึ่ง มีความสงบเสงี่ยมโดยทั่วกันหนึ่ง
เวลาจะจากไปพร้อมกันทำประทักษิณสามรอบก่อน แล้วค่อย ๆ เดินถอยห่างออกไป พอเห็นว่าพ้นเขตที่พักท่านอันเป็นที่ควรเคารพแล้ว
ต่างค่อยเหาะลอยขึ้นบนอากาศเหมือนสำลีฉะนั้นหนึ่ง เทวดาทั้งหลายทำความเคารพท่านโดยอาการอย่างนี้..."


ที่มา : หนังสือ " รำลึกวันวาน " อันเป็นบันทึกของ หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ เกี่ยวกับเกร็ดประวัติและปกิณกธรรมของห

DT0003

Webmaster

 เปิดอ่านหน้านี้  367 


  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย