รูปขันธ์เป็นมารอย่างนี้ : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
 จำปาพร   19 ก.ย. 2558

พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี
วัดหินหมากเป้ง
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

...

คำว่า "มาร" ในที่นี้หมายถึง "ความอุปสรรคขัดขวางทุกสิ่งทุกประการ"
เรียกว่า มาร ด้วยกันทั้งนั้น แม้ที่สุดนี่ฆราวาสทำการทำงานนี่ทั่วไปหมด
ถ้าหากว่าขัดข้องต่างๆ อย่างลูกๆหลานๆมาเกี่ยวข้องพัวพัน
ในการที่พ่อแม่จะทำงานอะไรต่างๆมันก็บอกว่า มันเป็นมารนี่เองนี่ นั่นเป็นต้น
ทำงานไม่ได้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง กิจการงานทั้งหลายที่ทุกประการ
มันต้องมีมารทั้งนั้น สิ่งที่ขัดข้องนั้นเรียกว่า มาร

"มารในทางพุทธศาสนา" พระพุทธเจ้ารวบรวมไว้มี ๕ อย่าง
คือ กิเลสมาร ๑ ขันธมารหรือกิเลสมาร ๑ เทวปุตตมาร
มัจจุมาร ๑ อภิสังขารมาร ๑ นี่ ๔ อย่าง .. มันมี ๕ อย่าง

ขันธมารก็กิเลสในตัวเรานี่แหละ เราไปพูดแต่สิ่งอื่นเป็นมาร
ตัวของเราไม่รู้ตัวเป็นมาร มันเป็นมารอยู่ในตัว
ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
รวมหมดในตัวของเรานี่ทั้งนั้น ไม่มีที่อื่น
ขันธมารนั้นคือว่า ท่านพูดถึงกอง..
แต่ละอย่างๆเป็นกองเป็นกลุ่มเป็นก้อน เรียกว่า ขันธ์

อย่างกายของเรามีธาตุสี่ ดินน้ำไฟลมก็จริงแหละ
แต่มันรวมเป็นอวัยวะทุกสิ่งทุกส่วน มีหน้าที่ตำแหน่งทุกอย่าง
ปากสำหรับพูด หูสำหรับฟัง ตาสำหรับดู
จมูกสำหรับสูดกลิ่น นั่นหน้าที่ของมันทั้งนั้น
แต่ว่าหน้าที่ของมันแต่ละอย่างๆนั้นน่ะ
มันทำตามหน้าที่ของมันแล้วแต่มันเป็นมารของเรา
เป็นมารแก่ใจของเรา เราคืออะไร เราได้แก่ใจ
ใจนี่คือตัวเราแท้ อันนี้เป็นแค่เครื่องอาศัย
คำว่ามารนั้นคือ มันเบียดเบียนใจของเรานั้นเอง

จะเดินจะเหินเดินไปเดินมาลุกนั่งทุกประการ
แก่เฒ่าชรามาแล้วก็ชำรุดทรุดโทรมไปไม่คล่องแคล่ว
เมื่อยังหนุ่มยังแน่นก็เป็นเหมือนกันเวลาเจ็บป่วยไม่สบาย
นั้นล่ะเรียกว่า มาร เรียกว่า ขันธมาร เป็นรูปกาย

สำหรับลิ้นสำหรับปากของเราสำหรับฟันของเรา
สำหรับที่จะเคี้ยวอาหาร หน้าที่รับรสชาติ
บางครั้งบางคราวมันก็เจ็บฟัน บางครั้งบางคราวมันก็เจ็บลิ้น
นี่เป็นเหตุไม่ให้เคี้ยวได้ ไม่ให้รับรสชาติได้ เป็นมารทั้งนั้นของพรรค์นั้น
แต่ใจมันไม่มีอะไรหรอก ใจไม่มีลิ้นไม่มีฟัน ไม่มีหูมีตา
ใจเป็นของไม่มีอะไรทั้งหมด มันก็ได้แต่รูป



DT017019

จำปาพร

19 ก.ย. 2558
 เปิดอ่านหน้านี้  3216 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย