ผู้รู้ความจริงแล้วไม่เถียงกันเลย : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
 จำปาพร   26 ส.ค. 2558

พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

...

ความดีอย่างที่เป็น “โลกียธรรม” นี้นะมันปนอยู่กับความชั่ว
ไม่เหมือนอย่างความดีที่เป็นส่วน “โลกุตตรธรรม”
อันนั้นเป็นของบริสุทธิ์แท้ ไม่มีความชั่วปนอยู่เลย
ต้องให้เข้าใจอย่างนั้น ผู้ใดเข้าใจอย่างว่านี้แล้ว
มันก็ไม่นิ่งนอนใจแหละ พยายามเพ่งค้นหาสิ่งที่ไม่ดี
อันอยู่ในกาย วาจา ใจ ของตัวเอง พยายามสำเหนียกตัวเอง
เพ่งพิจารณาตัวเองไปเสมอๆไป มันก็รู้อย่างที่ว่ามาแล้วนั้นน่ะ
เมื่อเราระมัดระวังตัวอยู่เสมอแล้วมันรู้แหละ

เราไม่ต้องไปเพ่งเล็งไปคนอื่นเลย แม้ว่าจะได้พูดกันมาแล้ว
หรือแสดงความคิดเห็นอะไรไม่ตรงกัน อย่างนี้ก็มันก็แล้วไปเลย
เมื่อไม่ตรงกันแล้วก็แล้วไป ของใครก็ของเราแล้วก็แล้วกัน
ทีนี้ต่างคนก็ต่างต้องแก้ไขตัวเองเอา ใครไม่รู้ตัว
คนนั้นก็ต้องแบกเอาความเห็นผิดไปก็เป็นเรื่องของผู้นั้นเอง
ผู้ใดรู้ตัวได้ ผู้นั้นก็ปลดเปลื้องความเห็นผิดออกจากตนได้

เมื่อต่างคนต่างเปลื้องความเห็นผิดออกจากจิตใจได้แล้ว
มันไม่ยากล่ะบัดนั้นนะ มันไม่ต้องได้เถียงกันหรอก
เพราะว่า “ความจริงมันมีอันเดียว” เมื่อต่างคนต่างรู้จริงเข้าไปแล้ว
มันไม่มีเถียงกันเลย เวลามันยังไม่รู้จริงอยู่นี่
มันก็เถียงกันอยู่อย่างนั้นน่ะไปก่อน

พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงยกอุทาหรณ์มาไว้
เหมือนกับ"คนตาบอด ๖ คนคลำช้างตัวเดียว" นั่นนะ
ใครไปจับถูกช้างอย่างไร อวัยวะของช้างนะ
ก็ว่าช้างเปรียบเหมือนอย่างโน้นอย่างนี้
เช่นไปจับหางมัน ถูกหางมันอย่างนี้
คนที่ถูกจับหางมันก็บอกว่า หูยช้างนี่
เหมือนกับไม้กวาดบ้าน นี่อย่างนี้แหละ
ถ้าไปจับถูกขามันอย่างนี้..โอ้ ช้างนี่เหมือนกับสูบ สูบตีเหล็กนั่นน่ะ
ผู้ใดจับไปถูกใบหูมัน โอ้ ช้างนี่เหมือนกับกระด้งฝัดข้าวนั่นแหละพอว่า

อย่างนี้นะพวกตาบอดนั่นก็ต่างคนต่างมาเถียงกันอยู่
ใครก็ว่าใครรู้จักช้างดีทั้งนั้น เมื่อคนตาดีมาแนะนำให้ฟังสิ
เออนี่มัน “ถูกกันทุกคน” ล่ะพวกเธอน่ะ ไอ้คลำช้างน่ะ
แต่ว่ามัน “ถูกเป็นบางส่วน” ของช้าง มันไม่ "ถูกทั้งหมด“
ช้างน่ะมันก็มีลักษณะอาการอยู่หลายอย่าง
เหมือนกับคนเรานี่แหละมันก็มีลักษณะอาการหลายอย่างอย่างนั้น
แต่รวมลักษณะอาการหลายอย่างนั้นเข้ากันนั้นเราก็เรียกว่า ช้าง

อันนี้ฉันใดก็อย่างนั้นแหละ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า
ไอ้ความคิดความเห็นเรื่องศีลธรรม เรื่องความดีความชั่ว บัดนี้นะ
ผู้ที่ยังตกอยู่ในโลกียธรรมนี่ มันก็เห็นความดีได้เป็นบางสิ่งบางอย่าง
เหมือนอย่างตาบอดไปคลำช้างนั่นเองแหละ มันไม่เห็นโดยรอบคอบ
เพราะฉะนั้นความเห็นนั้นมันจึงถูกได้เพียงบางอย่างบางส่วน
และส่วนที่ไม่ถูกมันก็มีอยู่ เป็นอย่างนั้น



DT017019

จำปาพร

26 ส.ค. 2558
 เปิดอ่านหน้านี้  3613 

  ความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย