สร้างเอาที่นี่ (หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ)

ที่พระองค์เจ้าจึงว่า "การบำเพ็ญบารมี" ที่เราทำกันทุกวันทุกวันนี่ ให้ศึกษาให้ดีเรื่องบุคคลที่อยู่ในโลกอันนี้จะอยู่อย่างไรให้มีความสุขหรือเสริมสร้างบารมีอย่างไรให้มีความก้าวหน้า ให้เข้าใจในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ดีขึ้่น ไม่ใช่ปฏิบัติหลับหูหลับตา ต้องเบิกตาเราให้สว่าง เขาบอก "ตา" หมายถึงอะไร ตา หมายถึง "ปัญญา" ปัญญาเรียกได้ว่าเป็น "ตาของใจ" โดยเฉพาะ เรามาเสริมสร้างตาประพฤติปัญญาเราให้มีความสว่างอยู่ในใจ คำว่า "นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา" แสงสว่างอื่นใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี

ที่ว่าปัญญาเรามีอยู่ทุกวันนี้ แต่ปัญญาเรายังไม่สกัด ปัญญายังมั่วสุมอยู่ในความมืด เรียกว่า "อวิชชา" ปัญญาตัวนี้ไปมั่วอยู่กับ "โมหะ" เรียกว่า ความลุ่มหลง เลยไปตามกระแสโลกโดยไม่รู้ตัว เรามาเกิดแก่ตาย เกิดตายๆๆกับโลกอันนี้เพราะใจตัวนี้ล่ะมันมืดมันหลง มันจึงเกิดบ่อยๆซ้ำๆซากๆจำเจ จะมาภาวนาปฏิบัติก็ไม่เข้ารูปเข้าทางที่พระองค์เจ้าตรัสได้ ทีนี้ปัญหาตรงนี้แหละ

พระองค์เจ้าสอนไว้ชัดเจนอยู่แล้วเรื่องปฏิบัติธรรมที่ว่ามานี้ เป็นที่ว่าเราต้องเปิดมีแห่งเดียวในจักรวาลโลกนี้ที่ปฏิบัติกันได้ จักรวาลนี้เรียกว่าทั้งหมดมีกี่จักรวาล มีแสนโกฎิจักรวาล ในแสนโกฎิจักรวาลนี้มีจักรวาลเดียวเท่านั้นที่มีสัตว์อยู่ได้ นั่นล่ะเขาว่าจักรวาลที่มนุษย์และสัตว์อยู่ได้คือเราตรงนี้เอง จักรวาลแห่งนี้พระพุทธเจ้าก็ดีก็ต้องมาสร้างบารมีที่จักรวาลนี้ หรือพระสาวกทั้งหลายทั้งปวงก็ดีย่อมต้องมาสร้างบารมีในจักรวาลนี้นั่นคือ จักรวาลมนุษย์เรานี้เอง

หลายๆคนก็ทางวิทยาศาสตร์ก็เข้าใจและตีความว่า มนุษย์ต่างดาว ที่มีสัตว์มีมนุษย์อยู่บ้างมันไม่มีหรอก มีแห่งเดียวเท่านั้นแหละ สัตว์ที่มีชีวิตอยู่และมีธาตุสี่อยู่ประจำกับโลกเรานี้ มนุษย์โลกเรานี้แหละ แห่งเดียวเท่านี้แหละที่ว่าเป็นต้นทาง เป็นศูนย์กลางของจักรวาลทั้งหลาย ใครจะไปสู่่ "อบายภูมิ" ก็มาสร้างเอาที่นี้ ใครจะไปสู่ "สวรรค์" ก็มาสร้างเอาที่นี้ ใครจะไปสู่ "พรหมโลก" ก็มาสร้างกันที่นี่หรือใครจะไปสู่ "มรรคผลนิพพาน" ก็มาสร้างกันที่นี่ นั่นคือ จักรวาลเดียวเท่านี้มีสัตว์โลกอยู่ได้

"พระอาจารย์ทูล ขิปปปัญโญ"
วัดป่าบ้านค้อ จ.อุดรธานี


ที่มา : ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาอบรมวันมาฆบูชา พ.ศ. 2550

DT018306

ภัสรามณี

 เปิดอ่านหน้านี้  3044 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย