เมาตัวตนของตน นั้นหล่ะเป็นการเมาสูงสุด
สิ่งร้ายแรงนั้นคือความเมา
.
เมื่อพูดถึงสิ่งร้ายแรง คนจะคิดไปถึงยาพิษบ้าง ไฟกัลป์บ้าง โรคระบาดบ้างอะไรบ้าง มันก็ถูก แต่จะไม่มีอะไรเท่ากับไอ้ความเมา เพราะว่ามันไม่รู้สึกตัว
.
ดูที่คนบ้า เขาไม่ยอมรับว่าเขาเป็นคนบ้า ทีนี้คนบ้าก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นคนบ้า คนเมาก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นคนเมา มันจึงทำอะไรผิดพลาดโดยที่ไม่ต้องรู้ตัว แล้วก็ทำได้มาก
.
ทว่าเมานี้ไม่ใช่มีเมาเหล้าอย่างเดียว ไอ้เมาเหล้านั้นเป็นเมาของเด็กอมมืออีกหล่ะ
.
คำกลอนในที่แห่งหนึ่ง ท่านนักกวีผู้ประพันธ์ท่านใช้คำว่าเมาเหล้า เมาหญิง เมาหยิ่ง เมายอ เมาผู้รู้พอ ไม่เหมือนเมาสวรรค์
.
อาตมาจะบอกว่าไอ้ที่เมาอย่างยิ่งกว่าเมาสวรรค์นั้นก็คือเมา #ตัวกู เมาเหล้า เมาหญิง เมาหยิ่ง เมายอ เมาสวรรค์นี้ก็ยังไม่เท่าไหร่ ยังเป็นเมาเด็กเล่น แต่ถ้า #เมาตัวกูแล้วคือเมาสูงสุด เมาที่สุดไม่มีอะไรจะเมายิ่งไปกว่านั้น
.
เมาตัวตนของตนนั่นคือว่า มีความหมายมั่นว่ามีตัวตน มิจฉาทิฐิทั้งนั้น ที่ว่าของตนเป็นธรรมดา ถ้ารู้สึกว่า #ตัวตน แล้วมันก็รู้สึกว่ามี #ของตน ก็เป็นการเมาที่ไม่รู้จักตน ไม่รู้จักตัวเอง
.
ตนเองเป็นผู้เมาก็ไม่รู้จักตัวเองว่าตนเมา เหมือนกับคนบ้าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนบ้า ดังนั้นความเมานี้จึงร้ายแรงมาก คือ ไม่มีทางที่จะถูกต้องได้เลย ไม่มีทางที่จะทำอะไร พูดอะไร คิดอะไรให้มันถูกต้องได้เลย มันก็เป็นสิ่งที่ทำลายอย่างลึกซึ้งอยู่ตลอดเวลา
.
ขอให้ไปคิดกันเสียใหม่ว่าไอ้เมาตน #เมาตัวตนของตน นั้นหล่ะเป็นการเมาสูงสุด แล้วก็ #เมาทั้งหลับทั้งตื่น ด้วย #ตลอดชีวิต ด้วย จะเป็นไปได้ถึงอย่างนั้น
.
เมาเหล้า เมาหญิง เมาหยิ่ง เมายอนี้มันก็ยังเปลี่ยนไปตามวัยตามฐานะการณ์ แล้วก็ชั่วครู่ชั่วยาม เมาสวรรค์นี้หมายถึงเมากามารมณ์ในชั้นสูงสุด ก็เชื่อว่ามันต้องเปลี่ยนไปบ้างตามวัย ตามเวลา ตามความเปลี่ยนแปลงของอวัยวะซึ่งจะไปเสพพบกับอารมณ์นั้นๆ #แต่ถ้าเมาตนนี่ตั้งแต่อ้อนแต่ออกไปจนถึงเน่าเข้าโลง นั้นมันก็ไม่เคยไม่เคยสร่างเมา
.
สิ่งร้ายแรงคือความเมา น่ากลัวยิ่งกว่าไฟ น่ากลัวยิ่งกว่ายาพิษ น่ากลัวยิ่งกว่างูพิษ น่ากลัวยิ่งกว่าน้ำท่วมหรือว่าไฟไหม้โลก เมาอยู่แล้วโดยไม่รู้สึกตลอดเวลา
.
ยาพิษ งูพิษ น้ำท่วม ไฟไหม้ไม่เห็นมาซักที ไม่เห็นก็ไม่เคยเห็นมาซักที ได้แต่ยินแต่ชื่อ อย่างแถวบ้านเรานี้ก็นับว่ามีบุญมีกุศลไม่มีน้ำท่วม ไม่มีไอ้อะไรอย่างที่เขามีๆ กัน ดังนั้นเรื่องงูพิษ ยาพิษ อาวุธ ศาสตราดังนั้นก็ไม่มา นานๆ จึงจะมา
.
เว้นไว้แต่ว่าเมื่อไรเราจะไปเมาตัวตนก็นั่นแหละ ก็จะสร้างกิเลสขึ้นมากระทบกระทั่งกัน แล้วทีนี้สิ่งที่เป็นพิษเป็นอะไรมันก็จะมา ลูกปืนมันก็จะมา อะไรมันก็จะมา เพราะว่าเราได้เมาตัวตนซะแล้ว ก็สร้างกิเลสเป็นความโลภบ้าง ความโกรธบ้าง ความหลงบ้าง เดี๋ยวมันก็เรียกหาอะไรเข้ามาสำหรับประหัตประหารตัวเอง นี้จึงถือว่า สิ่งร้ายแรงนั้นคือ ความเมา
.
พุทธทาสภิกขุ
๛