อะไรก็ตามที่เรายึดว่าเป็นของเรา เราก็กลายเป็นของมันทันทีเลย
อะไรก็ตามที่เรายึดว่าเป็นของเรา เราก็กลายเป็นของมันทันทีเลย อย่างที่เคยพูดไว้หลายครั้งแล้ว ลองพิจารณาดูว่าจริงไหม ยิ่งยึดมั่นถือมั่นว่า เป็นของเราๆมากเท่าไหร่ เราก็กลายเป็นของมันอย่างแน่นหนา ทันทีเลย ทำอย่างไรเราถึงจะไม่เป็นของมัน ก็อย่าไปยึดมั่นว่า มันเป็นของเรา โดยเฉพาะทรัพย์สมบัติเช่น เงินทอง ถ้าเราเผลอเมื่อไหร่ ไปคิดว่ามันเป็นของเรานี่ เราเป็นของมันทันที
.
เราต้องเปลี่ยนใหม่ว่า เราไม่ใช่ของมัน เราก็เป็นนายมันได้เลย จะทำอย่างนั้นได้ ก็จะต้องไม่ยึดมั่นว่า มันเป็นของเรา พอเราไม่ยึดมั่นว่ามันเป็นของเรา เราก็เป็นนายมันเลย
.
หลวงพ่อคูณ ท่านพูดไว้ดีเรื่องเงิน ท่านพูดอย่างชนิดที่เรียกว่าถึงลูกถึงคนมาก ท่านบอกว่า กูใช้เงินนี่อย่างไม่มีเมตตากรุณาเลย กูใช้มันอย่างทารุณมาก เพราะมันเป็นทาสของกู กูเป็นนายมัน กูใช้คน กูมีเมตตาแต่กูใช้เงินไม่มีเมตตาเลย ไม่มีวันหยุดเลย ใช้มันแม้กระทั่งเสาร์อาทิตย์ ใช้ยังไงก็คือแจก
.
ท่านบอกว่านัดคนมารับเงินทุกวันเลย ต้องแจกให้ได้อย่างน้อยวันละหมื่น นี้คือสมัยที่ท่านยังไม่ได้มีทรัพย์มาก หรือมีคนบริจาคมาก ท่านพูดไว้เด็ดมากเลยนะว่า กูใช้มันอย่างทารุณมาก ใช้มันอย่างไม่มีเมตตากรุณา ใช้อะไร คือแจก ถ้าเก็บเอาไว้ เราก็กลายเป็นทาสของมัน คอยปกปักรักษามัน วิธีที่ท่านจะขึ้นมาเป็นนายของเงิน ก็คือใช้มัน คือการสละ คือการบริจาค คือการให้
.
เพราะว่าไม่ได้ยึดว่ามันเป็นของกู หรือถึงจะมีความยึดอย่างนั้นอยู่ แต่ว่าการสละออกไป การให้ การบริจาค มันก็ช่วยลดความยึดมั่นในความมีของกู เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เราตกเป็นทาสของเงิน หรือตกเป็นทาสของทรัพย์ เราต้องใช้มัน ใช้มันอย่างทารุณยิ่งดีเลย มันจะไม่มีโอกาสเผยอขึ้นมาเป็นนายเหนือหัวเรา
.
อันนี้เป็นวิธีการของหลวงพ่อคูณ ที่เราก็เอามาใช้ได้ วิธีการที่ตัดช่องทางที่มันจะมาเป็นนายเรา ก็ด้วยการที่เราทำให้มันเป็นทาสของเรา ใช้มันอย่างทารุณ คือให้ ให้มันอย่างไม่มีวันหยุด เสาร์อาทิตย์ก็ให้ มันก็ปิดช่อง ไม่ให้กิเลส ตัณหา อุปาทานเข้ามาครอบงำจิต จนไปหลงผิดว่า เงินเป็นของเรา
.
นอกจากการตระหนักว่า สิ่งที่เรามีไม่ว่าอะไรก็ตาม มีแล้วก็หมด ได้แล้วก็เสีย อยู่กับเราเพียงแค่ชั่วคราว เราไม่สามารถจะเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมันอย่างได้แท้จริง ในระหว่างที่มีในระหว่างที่ใช้มัน มีความสุขมีความสบาย ก็ต้องเตือนใจอยู่เหมือนกันว่า มันเป็นสุขที่เจือไปด้วยทุกข์ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม เงิน โทรศัพท์ บ้าน รถยนต์ ให้ความสะดวกสบายกับเรา แต่มันก็เป็นภาระให้กับเราไม่ใช่น้อยเลย ภาระในการดูแล ภาระในการรักษา
.
ยังไม่นับว่า เมื่อถึงเวลาที่มันสูญหาย หรือว่าเสียหายไป มันก็สร้างทุกข์ให้กับเรามากกว่าตอนที่เราไม่มีมันเสียอีก เมื่อเราตระหนักว่าความสุขที่มี หรือที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ใช้มันนี้ มันเจือไปด้วยทุกข์ เราก็จะได้ไม่ไปหลงยึดมัน หรือเพลินกับมัน
.
มีผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม เขามีความใฝ่ฝันที่จะเป็นเจ้าของโรงแรมมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว สุดท้ายเขาก็ดิ้นรนขวนขวาย จนกระทั่งได้เป็นเจ้าของโรงแรม หลังจากนั้นเขาก็มีกิจการอีกหลายแห่ง แต่โรงแรมเป็นสิ่งที่เขารักมาก แต่ต่อมาเกิดวิกฤตจากโควิด โรงแรมได้รับผลกระทบมาก ขาดทุนไปมากมาย ตัวเองก็มีอายุมาก ไม่มีเวลาที่จะมาดูแลหรือว่าพาโรงแรมให้พ้นจากวิกฤต ลูกเองก็ไม่ได้สนใจเพราะลูกก็มีความฝันอย่างอื่น
.
ทั้งที่โรงแรมเป็นธุรกิจที่เขารักมาก ไม่ได้คิดที่จะทำเงินหรือเอากำไร แต่ว่ามันเป็นธุรกิจ เป็นกิจการที่ชอบ ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เล็ก แต่สุดท้ายก็ต้องขาย มีคนถามว่ารู้สึกยังไง หลังจากที่ขายโรงแรมที่รักไป เขาตอบดี เขาตอบว่าโล่งอก ไม่ได้เสียใจเลย
.
จะคิดแบบนี้ได้ หรือจะรู้สึกแบบนี้ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะว่า รู้ว่าโรงแรมแม้จะเป็นสิ่งที่เขารัก แต่ว่ามันก็เป็นภาระเหมือนกัน ไม่ได้ฝันหวานว่ามีแต่ความสุข หรือฝันหวานว่ามีแต่ความสุข เพราะมันเจือไปด้วยทุกข์ด้วย เพราะฉะนั้นพอสูญเสียโรงแรมนั้นไป ก็ไม่เสียใจ กลับรู้สึกโล่งอก แล้วก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้
.
มีอะไรก็ตาม แม้มันจะให้ความสุขกับเราก็เตือนตน หรือว่าหมั่นพิจารณาอยู่เสมอว่า มันก็มีความทุกข์แฝงอยู่ ทุกข์มันแฝงอยู่ในความสุขเสมอ ไม่ว่าเราจะนั่งในท่าที่สบายแค่ไหน ให้เราสังเกตดูอยู่ในท่านั้นไม่ได้นานหรอก เดี๋ยวก็เมื่อยแล้ว ไม่ว่าจะเอนหลัง พิงเสา ไขว่ห้าง หรือแม้กระทั่งเอนกายลงนอน
.
แม้แต่นอนที่ใครๆก็คิดว่าเป็นท่าที่สบายสบาย พอนอนไปสักพักก็ต้องขยับ เพราะถ้าไม่ขยับก็จะเมื่อย ความเมื่อยที่ปรากฏมันก็คือทุกข์นั่นแหละที่มันแฝงอยู่ในความสุขความสบาย ซ่อนอยู่ในท่าที่เราคิดว่าผ่อนคลายในที่สุด ทุกข์มันเจออยู่ในสุขอยู่เสมอ
.
มันก็คงเหมือนกับกินปลาก็ต้องมีก้าง ถ้าคนที่ไม่รู้ว่าปลามีก้าง ก็อาจจะมีก้างติดคอ ถ้าคนที่รู้ว่าปลามีก้างก็จะกินอย่างระมัดระวัง ก็ทำให้ไม่ต้องเจอความทุกข์เพราะว่าก้างติดคอ อันนี้ก็หมายความว่า คนเราจะมีอะไรก็มีได้ แต่ว่าก็ขอให้มีอย่างรู้เท่าทัน รู้เท่าทันในความเป็นอนิจจังของมัน แล้วก็รู้เท่าทันในทุกข์ที่มันซุกซ่อนอยู่ ที่มันแฝงอยู่
.
ฉะนั้นถ้าเราเตือนใจอยู่เสมอ ว่าอะไรๆก็ไม่เที่ยง สิ่งที่เรามี ก็ไม่เที่ยง ไม่ใช่ว่าสิ่งที่มีอย่างเดียว สิ่งที่เราเป็นด้วย เป็นอะไรก็ตาม โดยเฉพาะเป็นในสิ่งที่ใครๆอยากจะเป็น ปรารถนาจะเป็น เช่น เป็นอธิบดี เป็นปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่า ไม่ว่าเป็นอะไรก็กลายเป็นอื่นได้เสมอ เพราะเป็นของชั่วคราว
.
แต่ถ้าไปหลงคิดว่า มันเป็นของเราจริงๆ อันนี้จะทุกข์มากเลย อย่างที่เคยเล่า ผู้ว่าจังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่ง จังหวัดเกรดเอ พอเกษียณแล้ว กลายเป็นคนธรรมดา เสียศูนย์ไปเลย ทำใจไม่ได้เพราะว่าอำนาจที่เคยมีหายหมด บริษัทบริวารที่เคยห้อมล้อมก็หายไปหมด เพราะไปหลงคิดว่าเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ แม้กระทั่งสมณศักดิ์อันสูงส่งก็เหมือนกัน
.
มีเรื่องเล่าว่า หลวงพ่อโต ในบั้นปลายชีวิตของท่าน ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ก็สูงมาก วันหนึ่ง ท่านได้รับนิมนต์ไปในสวนแห่งหนึ่งแถวราษฎร์บูรณะ ต้องพายเรือเข้าไปทางคลองเล็กๆ คลองหนึ่ง ท่านเอาพัดยศไปด้วย เพราะเป็นงานใหญ่ ปรากฏว่าวันนั้นน้ำลด เรือเข้าคลองไม่ได้ ทั้งที่เรือลำเล็ก เรือสำปั้น ทั้งที่มีลูกศิษย์ แต่ลูกศิษย์เข็นเรือไม่ไหว ท่านก็ลงไปเข็นเรือด้วย
.
คนแถวนั้นเห็นแล้วก็จำท่านได้ ก็ตะโกนบอกต่อๆกันไปว่า สมเด็จเข็นเรือโว้ยๆ เพราะไม่เคยเห็น หลวงพ่อโตท่านได้ยิน ท่านก็เลยพูดกับชาวบ้านแถวนั้นว่า ฉันไม่ใช่สมเด็จจ้า ฉันชื่อขรัวโตจ้า สมเด็จอยู่ที่เรือ แล้วท่านก็ชี้ไปที่พัดยศที่ปักตั้งไว้ตรงกลางเรือ คือท่านได้รับสมณศักดิ์เป็นสมเด็จ แต่ท่านรู้ว่าเป็นแค่สมมุติ ท่านก็ไม่สำคัญมั่่นหมาย รู้ว่าเป็นแค่หัวโขน
.
ถ้าคิดแบบนี้ ทำใจแบบนี้ ถึงเวลาที่แปรเป็นอื่น หรือสูญเสียสิ่งที่มีไป หรือสูญเสียสิ่งที่เป็น มันก็ไม่ทุกข์ เรามีอะไรก็มีได้ แต่ว่าต้องมีให้เป็น ถ้ามีไม่เป็นก็เป็นทุกข์ เป็นอะไรก็ตาม ต้องเป็นให้ถูก ถ้าเป็นไม่ถูกก็ยากที่จะมีความสุขได้
.
เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีอะไรก็ตาม จะเป็นอะไรก็ตาม ก็หมั่นเตือนใจอยู่เสมอว่า มันเป็นของไม่เที่ยง มันมาแล้วก็หมด ได้แล้วก็เสีย เป็นของไม่ยั่งยืน แม้ว่ามันจะให้ความสุขกับเรา แต่มันก็เจือไปด้วยทุกข์ และสุดท้ายเมื่อสูญเสียมันไป ก็มีแต่ทุกข์สถานเดียวถ้าไปยึดมั่นถือมั่น ในทางตรงข้าม รู้จักใช้มัน ใช้มันเยี่ยงนาย ใช้มันในฐานะผู้เป็นนาย มันก็ยากที่จะมีความทุกข์ในสิ่งที่มี ในสิ่งที่เป็น
.
ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล