ค้นหาในเว็บไซต์ :

เกิดมาทำไม


เกิดมาทำไม ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาครอบจักรวาล...ถ้าไม่รู้ข้อนี้แล้วมันก็ ทุกอย่างมันจะไปไม่รอดทั้งหมด คือมันจะตั้งต้นผิด แล้วก็เดินทางผิด แล้วมันก็ไปสู่ที่ผิด
.
คนธรรมดาปุถุชนคนธรรมดาไม่ได้ยินได้ฟังคำของพระพุทธเจ้า ของสัตบุรุษ เราย่อมจะคิดว่า เกิดมา เพื่อกิน เพื่อกาม เพื่อเกียรติ แล้วก็จะคิดว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดประเสริฐที่สุด
.
อุตส่าห์เล่าอุตส่าห์เรียนในโรงเรียนในวิทยาลัยอะไรก็เพื่อให้ไปหาเงินได้มาก แล้วไปซื้อกินไปซื้อกามไปซื้อเกียรติ
.
พอถามว่าต่อจากนั้นอะไร อะไรอีก งงเลย มืดเลยไม่รู้ว่าอะไร ก็เลยไปหยุดอยู่ที่ #เกิดมาเพื่อกินเพื่อกามเพื่อเกียรติ
.
ถูกแล้วนี่มันเรื่องธรรมดาสามัญเรื่องทางวัตถุเรื่องทางโลก เราเกิดมาเพื่อกินเพื่อกามเพื่อเกียรติ ถ้าเรื่องทางธรรมก็ยังมีอีกส่วนต่างหาก ไม่เกี่ยวกับเรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติ เพราะเขาเห็นว่าไอ้เรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรตินี้มันยังเป็นเรื่องต่ำ
.
นี่พูดกันตรงๆ แต่พวกเรานะว่ามันต่ำถึงขนาดว่าสัตว์ก็ทำเป็นนะ ไอ้สัตว์นี้มันจะมีเรื่องกิน มีเรื่องกามและมีเรื่องเกียรติ สัตว์มีเรื่องกินขึ้นหน้าเห็นได้ชัดเลย วัว ควาย หมู แมวอะไรมันกินเป็นสำคัญ แล้วเรื่องกามมันก็มีตามธรรมชาติไม่มากเหมือนมนุษย์ เรื่องเกียรติมันก็มีสัตว์บางชนิดเห็นง่ายเลย อันนี้เขตของเราแดนของเรา เขาเข้ามาไม่ได้ ควายก็ตามวัวก็ตาม มันหวงเขตหวงแดน ถ้าควายตัวหนึ่งเข้ามามันไม่ยอม นี่คือเกียรติ
.
มันเสียเกียรติ ในนก ในปลาอะไรบางชนิดจะเห็นง่ายเพราะว่ามันมีอัสมิมานะ มันมีเกียรติถ้ามีตัวอื่นเข้ามาเคียงมันรู้สึกปมด้อยเสียเกียรติ เพราะฉะนั้นไม่ยอม ลองเลี้ยงไก่ตัวผู้ไว้สักตัว ตัวเดียวในวัดนี้ แล้วก็ใครเอาไก่ตัวผู้อีกตัวมาขันมันจะมีอาการที่เรียกว่าโกรธแค้นหรืออยากจะทำลายเสีย
.
ฉะนั้นพระอริยเจ้าหรือสัตบุรุษจึงไม่เห็นว่าไอ้เรื่องนี้เป็นเรื่องดีที่สุด เห็นเป็นเรื่องธรรมดา แล้วถ้าเผลอเข้าจะเป็นเรื่องทำให้คนนี้เดือดร้อนจะทำอันตรายคน
.
เรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรตินี้ คือความเป็นทาสของอายตนะ คำนี้ช่วยจำไว้นะ #เป็นทาสของอายตนะ เป็นขี้ข้า เป็นทาสของอายตนะ คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

รวมความแล้วเป็นทาสของกิเลส

- เรามีตาสำหรับดูของสวยๆ เพศตรงข้ามแหละยิ่งสำคัญ นี่มันเรื่องกาม
- หูมันอยากจะฟังเสียงไพเราะนี้เป็นเรื่องกาม
- จมูกก็ชอบของหอมนี้เป็นเรื่องกาม
- ลิ้นมันชอบของอร่อยเกินจำเป็นนี้ก็เป็นเรื่องกาม เต่มันถ้าชอบของอร่อยตามธรรมดามันก็เรื่องกิน ถ้าชอบของอร่อยเกินธรรมดานี้เป็นเรื่องกาม
- ร่างกายนี้สัมผัสระหว่างเพศนี่เป็นเรื่องกาม
- ทางใจนั้นเป็นเรื่องเกียรติเป็นส่วนมาก คิดนึกทางกามก็เป็นเรื่องกามเหมือนกัน แต่ว่าใจนี่มันคิดนึกเรื่องดีเรื่องเด่นเรื่องยกหูชูหางเป็นเรื่องเกียรติ
.
เป็นทาสของอายตนะคือตาหูจมูกลิ้นกายใจ...ไม่น่าเลื่อมใสไม่น่ายินดี ไม่น่าพอใจ เพราะว่ามันเป็นความพ่ายแพ้ตลอดเวลา แต่คนนั้นหารู้สึกตัวไม่ว่าพ่ายแพ้ นึกว่าชนะตลอดเวลา
.
ได้มา...อะไรแล้วมันก็เรียกว่ากูชนะแล้วได้อย่างใจ แท้จริงพ่ายแพ้กามนั่นแหละ พ่ายแพ้กิเลสพ่ายแพ้กามอยู่ตลอดเวลา เป็นผู้แพ้อยู่ตลอดเวลา กิเลสมันไสหัวให้ไปหาเรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติ เราก็คือผู้แพ้
.
ฉะนั้น เรื่องกิน เรื่องกาม เรื่องเกียรติ นี่ไม่ใช่เรื่องสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์ มันเรื่องธรรมดาแล้วเผลอก็เป็นอันตราย คนเรามีความทุกข์เพราะเหตุนี้ เพราะเหตุเรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติ ที่เราไม่รู้จักมันและควบคุมไม่ได้...
.
ฉะนั้น เราก็คิดต่อว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร ถ้าเราไม่ชอบแพ้ ไม่อยากจะแพ้กิเลสแบบนี้ เราก็ต้องเกิดมาเพื่อชนะแหละ เกิดมาเพื่อชนะกิเลส อย่าไปเป็นทาสของกินของกามของเกียรติ ให้เป็นนายมัน ให้มันอยู่ใต้อำนาจเราให้เราควบคุมได้อย่าให้มันมาไสคอเรามาขี่หัวเราแล้วผลักให้เราไปทำไอ้เป็นทาสของกิเลส เราจะต้องชนะมัน
.
แล้วมันก็มีจะเค้าเงื่อนขึ้นมาว่า ชีวิตที่แท้เกิดมาเพื่อต่อสู้ ชีวิตที่แท้จริงมันเกิดมาเพื่อต่อสู้ ชีวิตที่โง่และงมงายมันเกิดมาเป็นทาสและพ่ายแพ้ เรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติ
.
ภาษากว้างๆ ภาษาสากลมันก็ต่อสู้ธรรมชาติฝ่ายต่ำ ธรรมชาติของจิตใจจะไหลไปทางต่ำนั่นเขาเรียกธรรมชาติฝ่ายต่ำ มันจะพาเราไปยังเป็นทาสของกิเลส ให้เราต่อสู้ให้ชนะเราจะไปฝ่ายสูง ฉะนั้น เราต่อสู้ เราต้องต่อสู้ให้ชนะและมีอิสระ ความเป็นอิสระไม่เป็นทาสและก็เป็นสุขสงบเย็นอย่างบริสุทธิ์ นี่อุดมคติของการเกิดมา!

ไม่เป็นทาสของกิน ไม่เป็นทาสของกาม ไม่เป็นทาสของเกียรติ นั่นปล่อยให้พวกสัตว์หรือพวกคนโง่หรือพวกคนที่ไม่มีการศึกษาทำไป บูชาเรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติไป ทะเลาะวิวาทกันเพราะเรื่องกินเรื่องเกียรติไป เราไม่เอา
.
คำว่าชนะนี้มันหมายถึง #ชนะกิเลส ชนะทางลึกซึ้งไม่ใช่ชกต่อยกันชนะไม่ใช่กำลัง ใช้กำลังกายชกต่อยกันให้ชนะ ไอ้เรื่องใช้วิวาทรบราฆ่าฟันทำสงครามกันนี้มันไม่มีชนะ เพราะมันแพ้กิเลสอยู่แล้วมันจึงไปรบราฆ่าฟันกัน แล้วไม่มีใครเคยชนะไม่เคยชนะจริง เดี๋ยวฝ่ายโน้นชนะ เดี๋ยวฝ่ายนี้ชนะ ผลัดกันไปผลัดกันมาอยู่อย่างนั้น
.
เธอเป็นนักเรียนเป็นนักศึกษาก็อ่านประวัติศาสตร์ดู ศึกษาตำราประวัติศาสตร์เปิดดูมันไม่มีเคย ไม่เคยมีชาติไหนเป็นชาติชนะ มัน มันชนะก็หมายความว่ามันได้โอกาสข่มเหงย่ำยีเพื่อนชั่วคราว ประวัติศาสตร์พวกกรีกพวกโรมันเคยชนะเคยอาละวาดทั่วยุโรป เอเชีย แล้วเวลานี้มันอยู่ที่ไหน มันก็สูญฉิบหายละลายไปแล้ว
.
ถึงปัจจุบันนี้ก็เถอะ ฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายคอมมิวนิสต์จะชนะไม่มีไม่มีทาง มันไม่มีฝ่ายไหนจะชนะได้ มันเป็นเพียงโอกาสข่มเหงกันพักๆ หนึ่ง อย่างนี้ทางธรรมเขาไม่เรียกว่าชนะ เขาเรียกว่าแพ้ตลอดเวลาแพ้ทั้งสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายแพ้ แพ้กิเลสแพ้ตัณหาเป็นทาสตาหูจมูกลิ้นกายใจ พ่ายแพ้ตลอดเวลาไม่มีใครชนะ ชนะต้องเป็นเรื่องทางธรรมเรื่องทางใจ ชนะกิเลสแล้วไม่กลับแพ้อีกนี่คือชนะ ถ้าว่าชนะเล่นๆ แพ้อีก มันก็ไม่ใช่ชนะ
.
เธอช่วยจำไว้ทีเถอะ ว่าเราต้องเกิดมานี่เพื่อได้สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ นี้ใช้ได้ทั่วโลกไม่ว่าชาติประเทศไหนศาสนาไหนคำตอบอันนี้ใช้ได้และถูกที่สุด ว่าต้องเกิดมาเพื่อได้สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ เขาเรียก #บรมธรรม หรือเรียกว่ายอดสุดของความดี แล้วแต่จะเรียก แล้วแต่จะเรียกเป็นภาษาไหน ภาษาจริยธรรมสากลเขาใช้ภาษาละติน เขาเรียกว่า Summum Bonum ภาษาละติน แปลว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์จะควรได้ เราเกิดมาเพื่อสิ่งนั้นแหละ เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้

อะไรคือความดีสูงสุด?

ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ มันตอบได้หลายอย่างแหละ อย่างโง่ก็ตอบไปตามโง่ๆ ฉลาดก็ตอบไปฉลาด ฉลาดที่สุดก็ตอบดีที่สุดแหละ

ไปถามหมูถามไก่ ก็ว่าได้กินเต็มพุงแล้วก็ดีที่สุด

แล้วถ้าไปถามคนพาลคนอย่างนี้มันก็เรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติแหละดีที่สุด

แต่ถ้าไปถามพระอริยเจ้าถามพระพุทธเจ้าแล้ว โอ๊ย, เรื่องชนะกิเลสชนะความทุกข์ดีที่สุด

เธอเป็นนักศึกษาในวิทยาลัยอย่างโลกๆ นี้ ต้องรู้ไว้บ้างว่าจริยธรรมสากลเขาบัญญัติไอ้ Summum Bonum ดีที่สุด คือว่าได้มีความสุขที่แท้จริง มีความสุขที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องกินเรื่องกามเรื่องเกียรติ นั่นมันความสุขหลอกๆ

พุทธทาสภิกขุ

4







   

 ธรรมะไทย