ชะล้างความมืดมนในสังคมด้วย..ปลูกกตัญญูเเก่เยาวชน

((เริ่มชะล้างความมึดมนในสังคมด้วย...การปลูกฝังกตัญญูเเก่เยาวชน))


ยุคสมัยนี้..เป็นยุคเเห่งวัฒนธรรมตะวันตก.ซึ่งยิ่งทำให้เยาวชนชาวพุทธยิ่งห่างไกลจากธรรม
((ธรรมคือ..คุณธรรม..ความจริง...อาริยธรรมของความดีงามของมนุษย์))

เยาวชนควรจะมองอยู่ภายใต้ความเคารพรักต่อผู้มีพระคุณเป็นหลัก

การศึกษาที่ดีที่สุดคือการศึกษาตัวเองให้เป็นไปตามหลักเเห่งความกตัญญูเป็นเบื้องต้น-หลักเเห่งความเจริญทางด้านอาชีพเป็นรอง

ที่บอกว่าต้องดำเนินชีวิตตามหลักเเห่งกตัญญูเป็นเบื้องต้นก็เพราะการดำเนินชีวิตของเราเริ่มต้นที่ครอบครัว
เเล้วเเสวงหาความเพิ่มเติมคืออาชีพ...อาชีพนั้นเป็นเเต่เพียงสิ่งที่เกิดขึ้นมาเพิ่มเติมส่วนหนึ่งของชีวิต..เพื่อให้เราได้มีโอกาศสร้าวความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ..เพระายุคสมัยนี้..ปัจจัย 4 ที่จะตอบเเทนพระคุณผู้มีพระคุณได้จากการใช้จ่าย.เพื่อเลือกซื้อในที่ต่างๆ...(ปัจจัย 4 คือเครื่องอาศัยหลักของมนุษย์...ตามหลักของพระพุทธศาสนา...คือ 1. อาหาร 2. เครื่องนุ่งห่ม 3. ยารักษาโรค 4. ที่อยู่อาศัย

เมื่อเราเเสวงหาอาชีพจนมีสมบัติเพื่อเเสวงหาซื้อปัจจัย 4 ได้เเล้ว ก็บำรุงเเก่ครอบครัวเพื่อเเสดงออกซึ่งการกตัญญู ...คือการเเสดงความดีต่อผู้มีพระคุณให้ท่านได้รับการตอบเเทนในการเลี้ยงดูเรา

เมื่อเราได้ช่วยสร้างความสุขเเก่ครอบครัวของเรา
สิ่งที่เราจะได้ตามมาก็คือสันติสุขเเห่งการเกิดขึ้นมาของเรา...เราจะมีความสุขทางด้านจิตใน..จากอานิสงส์เเห่งความบริสุทธิ์ของจิตที่ได้ก่อเกิดขึ้นภายใน..ความอิ่มเอม..ปลื้ม...ความอบอุ่นการเเสดงความเมตตาจิตของครอบครัวจะส่งผลให้-พี่อ-เเม่-ปู่-ย่่า-ตา-ยาย ได้เกิดพลังเเห่งครอบครัว ชีวิตของเราที่เกิดมาก็เกิดความสมบูรณ์เเห่งการเกิดมา ชีวิตก็จะสมบูรณ์ที่ได้เกิดขึ้นในโลก ชีวิตก็มีเเค่นี้

...........เพียงเเต่ว่าในยุคนี้สมัยนี้..เด็กๆต่างมองไม่เห็นภาพเเห่งความกตัญญู คิดไปว่าการรู้จักตอบเเทนผู้มีพระคุณต้องให้ได้อายุมากๆ ต้องเกิดความเจริญในหน้าที่การงาน.....ยิ่งในยุคสมัยนี้..ชีวิตของเราได้มีสิ่งเเวดล้อมภายนอกอันมากมาย เหลือจะนับเป็นจำนวน สื่อทั้งมากมาย อาทิ

สื่อทางตา- เริ่มจากเสื้อผ้า - บ้าน-รถ-ของประดับตกเเต่ง
สื่อทางหู -เริ่มจากเสียงของทีวี-วิทยุ-บทเพลง-อื่นๆ
สื่อทางจมูก -คือกลิ่นนำหอม- กลิ่นยาต่างๆ
สื่อทางลิ้น -อาหารต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมายทั้งในประเทศเเละต่างประเทศ --ขนมยี่ห้อต่างๆ ในโฆษณา
สื่อทางกาย -ได้เเก่ การได้สัมผัสในทุกๆกรณีที่มีให้เลือกมากมายหลายเเบบ
สื่อทางใจ -การปลุกเล้น ยั่วยุ ให้เกิดการเสพติด (เสพติด คือการปลูกฝังให้เกิดการจดจำโดยเเยกเยะไม่อออก) ซึ่งสิ่งที่ได้กล่าวมานั้นล้วนเเต่ เป็นมลภาวะทางจิตใจ..ก่อกำเนิดเพื่อล้างพลานวัฒนธรรมเเห่งคุณธรรมของมนุษย์..วัฒนธรรมเเห่งพระพุทธศาสนา...ให้ผู้คนมองไม่เห็นภาพว่าสิ่งใดคือธรรมะ..สิ่งใดคือการเสพติด ยิ่งปล่อยเวลาให้ยาวนานมากสักเท่าไร..มลภาวะก็จะเกิดขึ้นมากขึ้น..จนล้างพลานธรรมจนหมดไป

จะเห็นได้จากในยุคปัจจุบัน...ถ้าผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการปลูกจิตสำนึกในการที่จะรู้จักตอบเเทนพระคุณ..หรือกตัญญู..ก็เป็นต้นตอเเห่งปัญหาอย่างมากมาย ส่วหนึ่งก็อาศัยเป็นเพราะว่า..จิตใจของผู้ใหญ่สมัยนี้..ห่างไกลจากการขจัดเสียซึ่งคุณธรรม..ความงดงามเเห่งใจ..เเม้นจะได้รับการศึกษาอย่างดี จะไปอ่านหาความรู้ทางสถานศึกษา -หรือไปฟังเนื้อหามากมายจากผู้รู้สักเพียงใด เเต่ถ้าไม่ได้ฝึกปฏิบัติให้ชำนาน ก็จะยังไม่เข้าไปในหัวใจไม่ซึ้งใจ คุณธรรมต้องอาศัยการซึมซับการเพราะบ่มการเเทรกซึมจนเกิดมโนสำนึก หรือเรียกกันในหลักของพระพุทธศาสนาว่า หิริ-คือความระอายเเก่ใน โอตัปปะ-ความเกรงกลัวต่อบาปที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำ สรุปว่าตอนนี้ได้ก่อเกิดมลภาวะทางจิตใจของผู้คนในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก...ถ้าเราปรารถนาจะให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในทางด้านจิตใจมีเเต่การรู้รักสามัคคี-การมีเมตตาช่วยเหลือไม่เอาเปรียบ-เกียจชังกัน-ไม่เบียดเบียน-รีษยากัน- ก็ต้องเริ่มสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้เกิดมโนสำนึก-ในด้านหลักในการสร้างความกตัญญูให้เป็นจุดหลักในการดำเนินชีวิต เยาวชนจะระอายเเก่ใจเมื่อจะทำชั่ว...(หิริ) เยาวชนจะเกรงกลัวต่อบาปที่จะเกิดขึ้น ถ้าจะทำบาป....สังคม..จะมีเเต่เยาวชน..ที่ช่วยสร้างสันติภาพในโลก

..........เยาวชนเมื่อเกิดความกตัญญู่...สิ่งที่ตามมาคือ..การเเสวงหาหรือดำเนินชีวิตด้วยการมีเมตตา..การไม่เบียดเบียน..การไม่เอารัดเอาเปรียบกัน..การกระทำสิ่งต่างไปด้วยการประโยชน์ของสังคม...สิ่งต่างๆร่วมเเต่เกิดจากใจของผู้ปฏิบัติทั้งสิ้น


ร่วมปลูกฝังกตัญญูเเก่เยาวชน ดังนี้
1. ปลูกฝังการสวดมนต์ไหว้พระ-ตักบาตรยามเช้า...อบรมจิตใจยามเช้าก่อนดำเนินชีวิต
2. สอนการใช้ชีวิต..ตามหลักทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชัว-นรก-สวรรค์-บาป-บุญ
**สั่งเเละสอนปลูกฝังให้เป็นมโนสำนึกในจิตใจ**

((สร้างหิริ..การเกลงกลัวต่อบาป..โอตัปปะ...การเกรงกลัวต่อบาป))

3. อย่าปล่อยเยาวชนให้ว่างจนเปิดโอกาศทำให้เสพติดกับวัฒนธรรมสมัยไหม..วัถุนิยม

4. ปลูกฝังให้ได้เรียนรู้หลักธรรม เพื่อเป็นเเนวทางในการดำเนินชีวิต ..ธรรมเยียวยาใจ..

5. ยกย่องเมื่อเยาวชนได้ทำความดี



((ธรรมะจะช่วยชะล้างความมืดมนของจิตใจมนุษย์ให้เเสดงออกถึงความสิวิไลของมนุษย์))
เพราะมนุษย์คือผู้ประเสริฐ....ประเสริฐในการกระทำ ทั้งกาย-วาจา-ใจ ด้วยความบริสุทธิ์

........พระพุทธองค์ตรัสไว้เป็นพุทธวจนะ...ในพระไตรปิฏกว่า..............

นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา"
ซึ่งแปลว่า "
บุคคลใดรู้อุปการคุณที่ท่านทำแล้ว แล้วก็ทำดีสนองตอบแทนคุณท่าน เราขอสรรเสริญบุคคลนั้นว่าเป็นคนดี"



ธรรมะบุตร..ที่สุดคือธรรมะ
www.dhammadee.com
โครงการธรรมะช่วยโลก



ที่มา : เดินทางเเห่งธรรม-เเสงสะว่างเเห่งชีวิต

DT011163

พระไทย

 เปิดอ่านหน้านี้  3725 


  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย