ค้นหาในเว็บไซต์ :

หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร มัวรำพึงถึงความหลัง ก็มีแต่จะหดหาย มัวหวังวันข้างหน้า ก็มีแต่จะละลาย อันใดยังไม่มาถึง อันนั้นก็ยังไม่มี รู้อย่างนี้แล้ว เมื่อมีฉันทะเกิดขึ้น คนฉลาดที่ไหà


หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปริหายติ อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร

มัวรำพึงถึงความหลัง ก็มีแต่จะหดหาย มัวหวังวันข้างหน้า ก็มีแต่จะละลาย อันใดยังไม่มาถึง อันนั้นก็ยังไม่มี รู้อย่างนี้แล้ว เมื่อมีฉันทะเกิดขึ้น คนฉลาดที่ไหนจะปล่อยให้หายไปเปล่า

1. พุทธสุภาษิต

หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส
ปเรติ ปริหายติ
อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา
อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร

แหล่งอ้างอิงคือ หัตถิปาลชาดก (Hatthipālajātaka) ขุททกนิกาย ชาดก คาถาที่ ๓๔๘ ในลำดับคาถาของชาดก และมีเลขอ้างอิงพระไตรปิฎกบาลีเล่ม ๒๗ หน้า ๔๖๖ ตามฉบับที่ใช้ในแหล่งข้อมูลไทย

2. คำอ่านบาลี

หิยฺโยติ หิยฺยติ โปโส

อ่านว่า หิย-โย-ติ หิย-ยะ-ติ โป-โส

ปเรติ ปริหายติ

อ่านว่า ปะ-เร-ติ ปะ-ริ-หา-ยะ-ติ

อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา

อ่านว่า อะ-นา-คะ-ตัง เน-ตะ-มัต-ถี-ติ ญัต-ตะ-วา

อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ โก ปนุเทยฺย ธีโร

อ่านว่า อุบ-ปัน-นะ-ฉัน-ทัง โก ปะ-นุ-เทย-ยะ ที-โร

3. แปลศัพท์และความหมาย

คำบาลี ความหมาย

หิยฺโยติ ว่าพรุ่งนี้, เลื่อนไปวันพรุ่งนี้
หิยฺยติ ย่อมเสื่อม, ย่อมลดน้อยลง
โปโส บุคคล, คน
ปเรติ ว่ามะรืนนี้, เลื่อนออกไปอีก
ปริหายติ ย่อมเสื่อมยิ่งขึ้น
อนาคตํ สิ่งที่ยังมาไม่ถึง, อนาคต
เนตมตฺถีติ นั่นยังไม่มีอยู่ในขณะนี้
ญตฺวา ครั้นรู้แล้ว, เมื่อรู้แล้ว
อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ ฉันทะหรือความตั้งใจที่เกิดขึ้นแล้ว
โก ใคร
ปนุเทยฺย พึงขจัดเสีย, พึงละทิ้งเสีย
ธีโร ผู้มีปัญญา, นักปราชญ์

4. คำแปลที่ปรับให้ตรงกับบาลี

ขอเสนอคำแปลที่รักษาความหมายเดิมและอ่านเข้าใจง่ายดังนี้

คนที่ผัดวันว่าพรุ่งนี้ ย่อมเสื่อม ยิ่งเลื่อนไปว่ามะรืนนี้ ก็ยิ่งเสื่อมลง เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ยังมาไม่ถึงนั้นยังไม่มีอยู่ ใครเล่าที่เป็นคนมีปัญญา จะละทิ้งความตั้งใจที่เกิดขึ้นแล้วเสีย

หรือสำนวนที่เหมาะสำหรับนำไปเผยแพร่เป็นพุทธสุภาษิต

ผู้ที่ผัดวันประกันพรุ่ง ย่อมมีแต่ความเสื่อม ยิ่งเลื่อนออกไปก็ยิ่งเสียประโยชน์ เมื่อรู้ว่าอนาคตยังมาไม่ถึง ผู้มีปัญญาจะปล่อยให้ความตั้งใจที่ดีเกิดขึ้นแล้วสูญเปล่าได้อย่างไร

ข้อควรระวังในการแปล: คำว่า “มัวรำพึงถึงความหลัง” ไม่ใช่ความหมายตรงของวรรคแรก เพราะคาถานี้กล่าวถึงการผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ใช่การหวนคิดถึงอดีต ส่วนคำว่า “มัวหวังวันข้างหน้า ก็มีแต่จะละลาย” ก็ยังไม่ตรงนัก เพราะวรรคที่สองกล่าวถึงการเลื่อนกิจออกไปเป็นวันมะรืนแล้วประโยชน์ยิ่งเสื่อมลง

5. อธิบายเพิ่มเติมในทางธรรม

พุทธสุภาษิตบทนี้แสดงให้เห็นโทษของการผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งเป็นเหตุให้บุคคลสูญเสียโอกาสในการสร้างความดีและพัฒนาตนเอง

ประการแรก การผัดวันประกันพรุ่งเป็นเหตุแห่งความเสื่อม

คนจำนวนมากมีความตั้งใจที่จะทำสิ่งที่ดี เช่น ตั้งใจรักษาศีล เจริญภาวนา ศึกษาพระธรรม ช่วยเหลือผู้อื่น หรือแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง แต่กลับคิดว่าไว้ทำวันพรุ่งนี้ก็ได้ เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ก็เลื่อนไปอีกเป็นวันมะรืน

การเลื่อนออกไปเช่นนี้ทำให้กิจที่ควรสำเร็จกลับไม่สำเร็จ โอกาสที่ควรได้รับกลับผ่านพ้นไป และความตั้งใจที่เคยมีก็ค่อย ๆ อ่อนกำลังลง

ประการที่สอง อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

คำว่า “อนาคตํ เนตมตฺถีติ ญตฺวา” สอนให้ตระหนักว่า สิ่งที่ยังไม่มาถึงนั้นยังไม่อยู่ในมือของเรา เราไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมีโอกาสทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้หรือไม่

ผู้มีปัญญาจึงไม่ควรฝากความดีงามไว้กับอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้โอกาสที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์

ประการที่สาม เมื่อเกิดฉันทะในความดีแล้ว ไม่ควรปล่อยให้สูญเปล่า

คำว่า “อุปฺปนฺนจฺฉนฺทํ” หมายถึงความพอใจ ความปรารถนา หรือความตั้งใจที่เกิดขึ้นแล้ว ในบริบทนี้หมายถึงความตั้งใจที่จะทำกิจที่ดีและเป็นประโยชน์

เมื่อเกิดความคิดอยากทำความดีขึ้นแล้ว ผู้มีปัญญาย่อมไม่รีรอ ไม่ปล่อยให้ความเกียจคร้านหรือความประมาทเข้ามาขัดขวาง แต่ย่อมลงมือปฏิบัติให้สำเร็จตามกำลังและโอกาส

ในทางพระพุทธศาสนา การมีฉันทะในสิ่งที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญของความเพียร เพราะความตั้งใจที่เกิดขึ้นต้องได้รับการส่งเสริมด้วยความเพียร จึงจะนำไปสู่ผลสำเร็จ

6. ข้อคิดที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

1. ตั้งใจทำสิ่งใดที่ดีและเป็นประโยชน์แล้ว ควรเริ่มลงมือทำโดยไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
2. อย่ารอให้มีเวลาว่างมากพอจึงค่อยทำความดี เพราะเวลาที่เหมาะสมอาจไม่มาถึง
3. เมื่อมีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรม ควรใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์
4. อย่าประมาทในชีวิต เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
5. เปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นการกระทำ เพราะความตั้งใจที่ไม่มีการลงมือทำ ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลสำเร็จ

7. สรุปใจความสำคัญ

พุทธสุภาษิตบทนี้สอนให้เราเลิกผัดวันประกันพรุ่ง อย่าปล่อยให้ความตั้งใจในการทำความดีเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงและไม่มีใครรับประกันได้

เมื่อเกิดความตั้งใจที่จะทำสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์แล้ว ผู้มีปัญญาย่อมรีบลงมือทำด้วยความเพียร ไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์

ข้อคิดสั้น ๆ สำหรับจดจำ

“ความดีที่ตั้งใจจะทำในวันหน้า อาจไม่มีโอกาสได้ทำ แต่ความดีที่ลงมือทำในวันนี้ ย่อมเป็นประโยชน์แก่ตนแล้ว”

แหล่งอ้างอิงสำหรับศึกษาเพิ่มเติม
- พระไตรปิฎกบาลีออนไลน์ – หัตถิปาลชาดก คาถาที่ ๓๔๘
- พุทธศาสนสุภาษิต – วิริยวรรค
- อมฤตพจนา – รวมพุทธภาษิตบาลีและคำแปลไทย อังกฤษ



11







   

 ธรรมะไทย