โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา วิริยารมฺภญฺจ เขมโต อารทฺธวิริยา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านว่าเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียรว่าเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็น พุทธานุศาสนี
1. พุทธสุภาษิต
โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา
วิริยารมฺภญฺจ เขมโต
อารทฺธวิริยา โหถ
เอสา พุทฺธานุสาสนี
ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านว่าเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียรว่าเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็น พุทธานุศาสนี
อ้างอิง: ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มหาสีลวนาคจริยา?
แหล่งที่มา: ขุททกนิกาย จริยาปิฎก มหาลোমหังสจริยา (มหาโลมหังสจริยา) พระไตรปิฎกเล่ม ๓๓ ข้อ ๒๙ (ฉบับอ้างอิงออนไลน์)
2. คำอ่านบาลี
โก-สัด-ชัง พะ-ยะ-โต ทิด-วา
วิ-ริ-ยา-รัม-พัญ-จะ เข-มะ-โต
อา-รัด-ทะ-วิ-ริ-ยา โห-ถะ
เอ-สา พุด-ธา-นุ-สา-สะ-นี
3. แปลศัพท์และความหมาย
บาลี คำแปล
โกสชฺชํ ความเกียจคร้าน ความเฉื่อยชา
ภยโต โดยความเป็นภัย, ว่าเป็นภัย
ทิสฺวา เห็นแล้ว, เมื่อเห็น
วิริยารมฺภํ การปรารภความเพียร การเริ่มลงมือทำความเพียร
จ และ
เขมโต โดยความเป็นความเกษม, ความปลอดภัย
อารทฺธวิริยา ผู้ปรารภความเพียรแล้ว ผู้มีความเพียรเริ่มขึ้นแล้ว
โหถ จงเป็น, จงมี
เอสา นี้
พุทฺธานุสาสนี คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
แปลโดยรวม
“ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านว่าเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียรว่าเป็นความปลอดภัย แล้วจงเป็นผู้มีความเพียรเถิด นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า”
4. อธิบายเพิ่มเติม
พุทธสุภาษิตบทนี้ชี้ให้เห็นว่า ความเกียจคร้านเป็นภัยต่อชีวิต เพราะทำให้บุคคลละเลยหน้าที่ ไม่ลงมือทำสิ่งที่ควรทำ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ และพลาดโอกาสที่จะสร้างความเจริญให้แก่ตนเอง
ในทางตรงกันข้าม ความเพียรเป็นความปลอดภัย เพราะเป็นกำลังที่ช่วยให้เราก้าวพ้นอุปสรรค ไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก และสามารถทำกิจการที่เป็นประโยชน์ให้สำเร็จได้
คำว่า วิริยารัมภะ ไม่ได้หมายถึงเพียงการคิดอยากทำหรือมีความตั้งใจเท่านั้น แต่หมายถึงการเริ่มลงมือทำด้วยความเพียรอย่างจริงจัง
สำหรับการปฏิบัติธรรม ความเพียรมีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น
- เพียรละอกุศล คือความชั่วที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ปล่อยให้ครอบงำจิตใจ
- เพียรป้องกันอกุศล คือความชั่วที่ยังไม่เกิด ไม่ให้เกิดขึ้น
- เพียรสร้างกุศล คือความดีที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น
- เพียรรักษากุศล คือความดีที่เกิดขึ้นแล้ว ให้เจริญยิ่งขึ้น
นี่คือการนำความเพียรมาใช้ในการดำเนินชีวิตและการฝึกฝนจิตใจ ไม่ใช่เพียงความขยันในการทำงานทางโลกเท่านั้น
5. แนวทางนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
1. อย่าผัดวันประกันพรุ่ง — สิ่งใดเป็นหน้าที่และเป็นประโยชน์ ควรเริ่มลงมือทำตามสมควรแก่เวลา
2. เอาชนะความเกียจคร้าน — เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังผัดผ่อนหรือหาข้ออ้าง ควรเตือนตนเองและเริ่มทำทันที
3. เพียรอย่างมีปัญญา — ความเพียรต้องประกอบด้วยความถูกต้อง ไม่ใช่ฝืนทำจนเกิดโทษแก่ตนเองและผู้อื่น
4. เพียรในการรักษาศีลและเจริญภาวนา — ไม่ละทิ้งการฝึกฝนตนเอง แม้จะทำได้เพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน
5. ทำความเพียรอย่างสม่ำเสมอ — ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากความพยายามเพียงชั่วคราว แต่เกิดจากการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง
6. สรุปใจความสำคัญ
พระพุทธองค์ทรงสอนให้เห็นว่า ความเกียจคร้านเป็นภัย เพราะทำให้ชีวิตเสื่อมเสียโอกาสและความเจริญ ส่วนความเพียรเป็นทางแห่งความปลอดภัย เพราะช่วยให้บุคคลเอาชนะอุปสรรคและพัฒนาตนเองได้ทั้งทางโลกและทางธรรม
ดังนั้น พุทธศาสนิกชนจึงควรเป็นผู้มีความเพียร ไม่ประมาท ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า และหมั่นฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ
ข้อคิดเตือนใจ
“ความเกียจคร้านทำให้โอกาสผ่านไปโดยไม่เกิดประโยชน์ ส่วนความเพียรทำให้สิ่งที่ยากค่อย ๆ สำเร็จได้”
หมายเหตุเรื่องแหล่งที่มา: คาถานี้อยู่ในขุททกนิกาย จริยาปิฎก ตอนท้ายมหาโลมหังสจริยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคาถาที่กล่าวถึงพระพุทธานุศาสนี มีคาถาต่อเนื่องอีกสองบท คือการเห็นการทะเลาะวิวาทเป็นภัย และการเห็นความประมาทเป็นภัยด้วย
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ พระไตรปิฎกภาษาบาลี – จริยาปิฎก และ ฐานข้อมูลพุทธศาสนสุภาษิต ธรรมศึกษา
๛