อชฺช สุเวติ ปุริโส สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ โอวชฺชมาโน กุปฺปติ เสยฺยโส อติมญฺญติ คนที่ไม่รู้จักประโยชน์ตนว่า อะไรควรทำวันนี้ อะไรควรทำพรุ่งนี้ ใครตักเตือนก็โกรธ เย่อหยิ่ง ถือดีว่า ฉันเก่ง ฉันดี คนอย่างนี้ เป็นที่ชอบใจของ กาฬกิณี
อชฺช สุเวติ ปุริโส สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ โอวชฺชมาโน กุปฺปติ เสยฺยโส อติมญฺญติ
คนที่ไม่รู้จักประโยชน์ตนว่า อะไรควรทำวันนี้ อะไรควรทำพรุ่งนี้ ใครตักเตือนก็โกรธ เย่อหยิ่ง ถือดีว่า ฉันเก่ง ฉันดี คนอย่างนี้ เป็นที่ชอบใจของ กาฬกิณี
○ พุทธสุภาษิต
1. คำอ่านบาลี
อัด-ชะ สุ-เว-ติ ปุ-ริ-โส สะ-ทัด-ถัง นา-วะ-พุด-ชะ-ติ
โอ-วัด-ชะ-มา-โน กุบ-ปะ-ติ เสย-ยะ-โส อะ-ติ-มัน-ยะ-ติ
2. แปลศัพท์และความหมาย
บาลี ความหมาย
อชฺช วันนี้
สุเว วันพรุ่งนี้
ปุริโส บุรุษ, บุคคล
สทตฺถํ ประโยชน์ของตน, กิจที่เป็นประโยชน์แก่ตน
นาวพุชฺฌติ ไม่รู้, ไม่เข้าใจ, ไม่ตระหนัก
โอวชฺชมาโน เมื่อถูกกล่าวสอนหรือตักเตือน
กุปฺปติ ย่อมโกรธ
เสยฺยโส ผู้ที่ดีกว่า, ผู้ที่เหนือกว่า
อติมญฺญติ ย่อมดูหมิ่น, ดูแคลน, ยกตนข่มผู้อื่น
3. อธิบายเพิ่มเติม
พุทธสุภาษิตบทนี้กล่าวถึงลักษณะของบุคคลที่ขาดปัญญาในการดำเนินชีวิต ไม่รู้จักวางแผนและจัดลำดับความสำคัญของกิจการ ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำในวันนี้ สิ่งใดควรทำในวันพรุ่งนี้ หรือสิ่งใดควรรีบลงมือทำก่อน
เมื่อมีผู้หวังดีมาตักเตือน ชี้ข้อบกพร่อง หรือแนะนำแนวทางที่ถูกต้อง กลับไม่ยอมรับฟัง แต่แสดงความโกรธเคือง เพราะยึดมั่นในความคิดของตนเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความเย่อหยิ่งถือตัว ยกตนเองว่าดีและเก่งกว่าผู้อื่น จนถึงกับดูหมิ่นคนที่มีความรู้ ความสามารถ หรือคุณธรรมเหนือกว่าตน
คนลักษณะนี้จึงเป็นผู้ที่ปิดกั้นโอกาสในการพัฒนาตนเอง เพราะไม่ยอมรับความจริง ไม่รับฟังเหตุผล และไม่รู้จักนำคำแนะนำของผู้อื่นมาพิจารณาปรับปรุงตนเอง
คำว่า “เป็นที่ชอบใจของกาฬกิณี” ในคำแปลที่ยกมานั้น เป็นข้อความประกอบความหมายจากบริบทของชาดก สื่อถึงบุคคลที่มีลักษณะอันนำความเสื่อมเสียและความเดือดร้อนมาสู่ตน
4. ข้อคิดที่นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
1. รู้จักหน้าที่ของตนเอง — ต้องรู้ว่าสิ่งใดควรทำในวันนี้ ไม่ผัดวันประกันพรุ่งจนเสียโอกาส
2. รู้จักรับฟังคำตักเตือน — คำตำหนิที่ประกอบด้วยเหตุผลอาจช่วยให้เราเห็นข้อบกพร่องที่ตนเองมองไม่เห็น
3. ลดความเย่อหยิ่งถือตัว — อย่าคิดว่าตนเองเก่งหรือดีเหนือกว่าผู้อื่นอยู่เสมอ
4. เคารพผู้มีความรู้และคุณธรรม — ผู้ที่มีปัญญาย่อมรู้จักยอมรับความสามารถและความดีของผู้อื่น
5. หมั่นพัฒนาตนเอง — การยอมรับข้อบกพร่องของตนเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขและความเจริญ
5. สรุปใจความสำคัญ
พุทธสุภาษิตบทนี้สอนให้รู้จักประโยชน์ของตนเอง รู้จักหน้าที่และเวลา ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง เมื่อมีผู้ตักเตือนก็ต้องรู้จักรับฟังด้วยเหตุผล ไม่โกรธเคือง และไม่เย่อหยิ่งดูหมิ่นผู้อื่น
คนที่ไม่รู้จักแก้ไขตนเอง ไม่ยอมรับคำตักเตือน และหลงตนว่าดีกว่าผู้อื่น ย่อมเป็นผู้ปิดกั้นความเจริญของตนเอง
ข้อคิดเตือนใจ: “คนฉลาดไม่ใช่คนที่คิดว่าตนเองรู้ดีที่สุด แต่คือคนที่พร้อมจะเรียนรู้และแก้ไขข้อบกพร่องของตนอยู่เสมอ”
* แหล่งอ้างอิง: สิริกาฬกัณณิชาดก พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ ข้อ ๘๗๔ และคำอธิบายในอรรถกถาชาดก ซึ่งอธิบายคำว่า โอวชฺชมาโน ว่าถูกกล่าวตักเตือน และ เสยฺยโส อติมญฺญติ ว่าดูหมิ่นผู้ที่เหนือกว่าตน
๛