สพฺพํ เภทปริยนฺตํ เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ ภาชนะดินทั้งปวงมีความแตกเป็นที่สุดฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น
• พุทธสุภาษิต •
สพฺพํ เภทปริยนฺตํ เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ
○ คำอ่าน:
สัพพัง เภทะปะริยันตัง เอวัง มัจจานะ ชีวิตัง
○ แปลโดยศัพท์
สพฺพํ = ทั้งปวง, ทั้งหมด
เภทปริยนฺตํ = มีความแตกเป็นที่สุด, มีการแตกเป็นที่สุด
เอวํ = ฉันนั้น, อย่างนั้น
มจฺจาน = ของสัตว์ทั้งหลาย, ของผู้มีความตายเป็นธรรมดา
ชีวิตํ = ชีวิต
○ จึงแปลรวมว่า
“ภาชนะดินทั้งปวงมีความแตกเป็นที่สุดฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น”
○ อธิบายความหมาย
สุภาษิตนี้ชี้ให้เห็น ความไม่เที่ยงของชีวิต โดยเปรียบเทียบกับภาชนะดิน
ภาชนะดินเมื่อช่างปั้นขึ้นมาแล้ว แม้จะมีรูปร่างสวยงาม แข็งแรง หรือถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี สุดท้ายก็ย่อมมีวันที่ แตกสลาย เพราะธรรมชาติของภาชนะดินเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน แม้มนุษย์จะมีอายุยืน มีทรัพย์สมบัติ มีตำแหน่ง มีร่างกายแข็งแรง หรือมีความสุขเพียงใด ก็ไม่สามารถหลีกพ้น ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ไปได้
คำว่า “เภทปริยนฺตํ” มีความสำคัญมาก เพราะหมายถึง มีความแตกเป็นที่สุด กล่าวคือ จุดจบของภาชนะดินคือการแตก ส่วนชีวิต จุดจบคือความตาย
จึงเป็นการสอนให้เราเห็น อนิจจัง คือ ความไม่เที่ยงของสังขารอย่างชัดเจน
○ ในทางธรรม
พุทธสุภาษิตนี้สัมพันธ์กับหลักธรรมสำคัญคือ ไตรลักษณ์
อนิจจัง — ชีวิตไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วต้องเปลี่ยนแปลง
ทุกขัง — สิ่งที่ไม่เที่ยงย่อมไม่สามารถคงอยู่ในสภาพเดิมให้เรายึดถือได้
อนัตตา — ชีวิตไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเราอย่างแท้จริง จะสั่งไม่ให้แก่ ไม่ให้เจ็บ หรือไม่ให้ตายไม่ได้
การพิจารณาความจริงเช่นนี้เรียกว่า มรณานุสสติ คือ การระลึกถึงความตาย ซึ่งมิใช่การคิดในทางหดหู่ แต่เป็นการใช้ความตายเป็นเครื่องเตือนใจให้ ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
○ ข้อคิดสำหรับการปฏิบัติ
เมื่อรู้ว่าชีวิตมีความตายเป็นที่สุด เราจึงควร
ไม่ประมาทในวัยและสุขภาพ
เร่งทำความดีในเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่
ละเว้นความชั่วและอบายมุข
รู้จักปล่อยวางทรัพย์สมบัติและสิ่งที่ยึดติด
ใช้เวลาที่มีอยู่สร้างประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
หมั่นเจริญสติและปัญญา เพื่อเตรียมจิตให้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลง
○ สรุป
ภาชนะดินเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมมีความแตกเป็นธรรมดา ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน ย่อมมีความตายเป็นที่สุด ไม่มีผู้ใดสามารถหลีกพ้นความแก่ ความเจ็บ และความตายได้ ดังนั้น ผู้มีปัญญาพึงเห็นชีวิตตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น และควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว และอบรมจิตใจให้เกิดปัญญา เพราะชีวิตมีเวลาจำกัด แต่ความดีและคุณธรรมที่สร้างไว้ย่อมเป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น.
ใจความสั้นที่สุด:
“สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมมีความเสื่อมสลายเป็นธรรมดา ชีวิตก็เช่นเดียวกัน จึงไม่ควรประมาทในวัยและชีวิตที่ยังเหลืออยู่”
๛