ค้นหาในเว็บไซต์ :

สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ ควรรังเกียจทีเดียวในอมิตร (คือข้าศึก)


สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ ควรรังเกียจทีเดียวในอมิตร (คือข้าศึก)

• พุทธสุภาษิต •

พุทธสุภาษิตบทนี้มาจากพระไตรปิฎก (ขุททกนิกาย ชาดก) เป็นหลักธรรมที่สอนให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท โดยมีรายละเอียดทั้งคำอ่าน บทวิเคราะห์ และบทสรุป ดังนี้

คำอ่านภาษาบาลี

สงฺเกเถว อมิตฺตสฺมึ
อ่านว่า: สัง-เก-เถ-วะ อะ-มิด-ตัด-สะ-มิง

(หมายเหตุ: "สงฺเกเถว" มาจากการสนธิกันระหว่างคำว่า สงฺเกถ (ควรระแวง/ควรรังเกียจ) + เอว (ทีเดียว/เท่านั้น))

อธิบายเพิ่มเติม
คำว่า "อมิตร" แปลตรงตัวคือ "ผู้ไม่ใช่เบื้องหน้าหรือผู้ไม่ใช่ประโยคแห่งมิตร" หรือก็คือ ศัตรู ข้าศึก หรือผู้ที่ไม่หวังดีกับเรา

ส่วนคำว่า "ควรรังเกียจ" ในบริบทภาษาบาลี (สงฺเกถ) ไม่ได้หมายถึงการแสดงกิริยาขยะแขยงหรือเกลียดชังทางอารมณ์ แต่หมายถึง "ความระแวดระวัง ความไม่ไว้วางใจ ความรอบคอบ และการไม่ประมาท"

พุทธสุภาษิตนี้ไม่ได้สอนให้เราใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงจนเป็นโรคประสาท หรือให้ไปเกลียดชังใคร แต่สอนตามความเป็นจริงของโลกบาลีว่า เมื่อเรารู้แน่ชัดว่าใครเป็นศัตรู หรือสิ่งใดเป็นภัยต่อตัวเรา เราไม่ควรชะล่าใจ

ในแง่บุคคล: คนที่ไม่หวังดีต่อเรา ต่อหน้าอาจจะทำเป็นดี แต่ลับหลังอาจพร้อมจะซ้ำเติม การเว้นระยะห่างและไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้ามาทำร้ายเราได้จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ในแง่สภาวะจิตใจ (กิเลส): "อมิตร" ภายในก็คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเป็นข้าศึกที่คอยทำลายความดีงามในใจเรา เราก็ควรรังเกียจและระวังไม่ให้มันครอบงำจิตใจเช่นกัน

บทสรุป
พุทธสุภาษิตบทนี้คือ "คาถากันภัยจากการประมาท"

จงจำไว้ว่า "ความไว้ใจ" ควรมีให้ถูกคน กับคนที่เป็นข้าศึกหรือสิ่งที่เป็นภัย เราจำเป็นต้องมีเกราะป้องกันตัวด้วยความระมัดระวัง เพราะการเอาตัวเข้าไปเสี่ยงหรือเชื่อใจคนที่ไม่หวังดี เปรียบเสมือนการเดินเข้าหาคมดาบโดยไม่มีเครื่องป้องกัน



12







   

 ธรรมะไทย