กลฺยาณเมว มุญฺเจยฺย ควรเปล่งแต่วาจางาม
กลฺยาณเมว มุญฺเจยฺย
ควรเปล่งแต่วาจางาม
พุทธสุภาษิต
เอกนิบาตชาดก
๏ พุทธสุภาษิตบทนี้ถือเป็นหลักการใช้ "วาทศิลป์" ในทางธรรมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังครับ โดยมีรายละเอียดดังนี้
________________________________________
คำอ่านและคำแปล
• คำอ่านภาษาไทย: กัน-ละ-ยา-นะ-เม-วะ มุน-เจย-ยะ
• คำแปลตามตัวอักษร:
o กลฺยาณ (กัลยาณ): ที่ดี, งาม, มีประโยชน์, เป็นกุศล
o เอว (เอวะ): เท่านั้น (เป็นการเน้นย้ำ)
o มุญฺเจยฺย (มุญเจยยะ): ควรเปล่งออกมา, ควรปล่อยออกไป, ควรพูด
• รวมความหมาย: "ควรเปล่งแต่วาจาที่ดีงามเท่านั้น"
________________________________________
อธิบายเพิ่มเติม
การ "เปล่งวาจางาม" ในทางพุทธศาสนา ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่พูดเพราะหรือพูดหวานหูเท่านั้น แต่ต้องประกอบด้วย องค์ประกอบของสัมมาวาจา (วาจาที่ชอบ) 5 ประการ คือ:
1. พูดแต่เรื่องจริง: ไม่พูดเท็จหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง
2. พูดคำสุภาพ: ไม่ใช้คำหยาบคายที่ทำให้ผู้อื่นเสียใจหรือโกรธเคือง
3. พูดให้เกิดความสามัคคี: ไม่พูดส่อเสียดหรือยุยงให้คนแตกแยกกัน
4. พูดแต่สิ่งที่มีประโยชน์: ไม่พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ (สัมผัปปลาปะ)
5. พูดถูกกาลเทศะ: รู้ว่าเวลาไหนควรพูด เวลาไหนควรนิ่ง และพูดให้เหมาะสมกับบุคคล
ทำไมต้องเปล่งแค่วาจางาม?
ในทางธรรม "คำพูด" เปรียบเสมือนศรที่พุ่งออกจากคันธนู เมื่อพูดออกไปแล้วไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ วาจาที่ดีจะสร้างมิตรภาพ สร้างโอกาส และเป็นบ่อเกิดแห่งบุญกุศล ในขณะที่วาจาร้ายสามารถทำลายความสัมพันธ์และสร้างศัตรูได้ในพริบตา
________________________________________
บทสรุป
สุภาษิตนี้สอนให้เรา "คิดก่อนพูด" และใช้สติกลั่นกรองคำพูดเสมอ ให้เลือกพูดแต่สิ่งที่เป็นมงคล เป็นความจริง และเป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองและผู้อื่น เพราะคำพูดที่ออกจากปากจะเป็นตัวบ่งบอกถึงสภาวะจิตใจและระดับของคุณธรรมในตัวเรา
"วาจาดี มีเสน่ห์ เป็นทั้งเมตตามหานิยมและเกราะคุ้มภัยให้กับตนเอง"
๛