ผู้มีปัญญาจะพ้นทุกข์ได้ด้วยการจัดการกับเหตุปัจจัยอันเป็นต้นตอของทุกข์ ไม่ใช่จากการสู้กับทุกข์
ค่ำเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ อากาศหนาวเหน็บ หลวงพ่อชานั่งแสดงธรรมบนเก้าอี้หวายใต้กุฏิให้กลุ่มลูกศิษย์ฝรั่งฟัง ขณะที่อาตมานั่งฟังธรรมบนพื้นเย็นเฉียบโดยมีเพียงจีวรบางๆ ห่มอยู่ แม้จะรู้สึกหนาวจนตัวแทบสั่น แต่กลับมีความสุขเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์ ตอนนั้นอาตมาอยู่ที่วัดป่าพงครบสองปีพอดี ความพากเพียรในการเรียนภาษาไทยเริ่มให้ผล อาตมาเกิดปีติในธรรมเมื่อเข้าใจคำสอนของหลวงพ่อทุกคำ
หัวข้อธรรมในคืนนั้นคือทุกสิ่งทุกอย่างถูกต้องอยู่แล้ว แต่ตัณหาทำให้เราเห็นผิด ที่หลวงพ่อพูดเช่นนี้ ท่านมิได้ปฏิเสธว่าไม่มีดีไม่มีชั่ว ไม่มีผิดไม่มีถูก แต่ท่านหมายถึงว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุและปัจจัยที่โยงใยกันและกัน ดังนั้น ประสบการณ์ทั้งหลายจึงเป็นผลจากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังสำนวนของหลวงพ่อที่ว่า “ทุกอย่างมันถูกอยู่แล้ว” ผู้มีปัญญาจะพ้นทุกข์ได้ด้วยการจัดการกับเหตุปัจจัยอันเป็นต้นตอของทุกข์ ไม่ใช่จากการสู้กับทุกข์
ตกดึกคืนนั้น ลูกศิษย์สองสามรูปได้ตามขึ้นไปอุปัฏฐากหลวงพ่อบนกุฏิ พอท่านนั่งบนเตียง อาตมาก็สวมถุงเท้าถวายท่าน แต่เผลอใส่กลับด้านไปข้างหนึ่ง พอหลวงพ่อสังเกตเห็นก็พูดว่า “ใส่ถุงเท้าไม่ถูกด้าน” อาตมาจึงตอบท่านว่า “มันถูกอยู่แล้วนะครับหลวงพ่อ” ท่านยิ้มและตอบว่า “เออ..ตั้งใจฟังดี” จากนั้นอาตมาก็ถอดถุงเท้าข้างนั้นออกมากลับด้านและสวมให้ท่านใหม่ แล้วกราบหลวงพ่อสามครั้งก่อนออกจากกุฏิ
ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ศิษย์ทีมสื่อดิจิทัลฯ